arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต · วรรคที่ ๑๐

๙. อุตติยเถรคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๓๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในวรรคที่ ๑๐มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑๐ อุตติยเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๓๖๖–๓๖๗

หน้า ๓๖๖

๘. อภยเถรคาถา

สุภาษิตชี้โทษรูปารมณ์

นัยว่า ท่านพระอภัยเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า

{๒๓๕}[๙๘] เมื่อบุคคลได้เห็นรูปารมณ์แล้ว มัวใส่ใจถึงอารมณ์เป็นที่รักนั้นอยู่ สติก็หลงลืมไป ผู้ใดมีจิตกำหนัดยินดีเสวยรูปารมณ์ รูปารมณ์ก็ครอบงำผู้นั้นอยู่ได้ อาสวะทั้งหลาย ย่อมเจริญแก่ผู้นั้นผู้เข้าถึงซึ่งมูลแห่งภพ

๙. อุตติยเถรคาถา

สุภาษิตชี้โทษสัททารมณ์

นัยว่า ท่านพระอุตติยเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า

{๒๓๖}[๙๙] เมื่อบุคคลได้สดับสัททารมณ์แล้ว มัวใส่ใจถึงอารมณ์เป็นที่รักนั้น สติก็หลงลืมไป ผู้ใดมีจิตกำหนัดยินดีเสวย สัททารมณ์ สัททารมณ์ก็ครอบงำผู้นั้นอยู่ได้ อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่ผู้นั้นผู้เข้าถึงซึ่งสังสารวฏ

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑อารมณ์ หมายถึงเครื่องยึดหน่วงของจิต สิ่งที่จิตยึดหน่วง หรือสิ่งที่จิตรับรู้ ได้แก่ อายตนะ ภายนอก ๖ คือ (๑) รูปารมณ์ อารมณ์คือรูป หมายถึงสิ่งที่จิตรับรู้ทางตา ได้แก่ รูปหรือแสงสีต่าง ๆ ที่ตามองเห็น (๒) สัททารมณ์ อารมณ์คือเสียง หมายถึงสิ่งที่จิตรับรู้ทางหู ได้แก่ เสียงต่าง ๆ ที่หูได้ยิน (๓) คันธารมณ์ อารมณ์คือกลิ่น หมายถึงสิ่งที่จิตรับรู้ทางจมูก ได้แก่ กลิ่นต่าง ๆ ที่จมูกสูดดม (๔) รสารมณ์ อารมณ์คือรส หมายถึงสิ่งที่จิตรับรู้ทางลิ้น ได้แก่ รสต่าง ๆ ที่ลิ้นลิ้มรู้ (๕) โผฏฐัพพารมณ์ อารมณ์คือโผฏฐัพพะ หมายถึงสิ่งที่จิตรับรู้ทางกายประสาท ได้แก่ สิ่งใด ๆ ที่กระทบถูกต้องกายแล้วเกิดการรับรู้ได้ เช่น เย็น ร้อน อ่อน แข็ง เป็นต้น หรือ เรียกสามัญว่า สัมผัสทางกาย (๖) ธรรมารมณ์ อารมณ์ทางใจ หมายถึงสิ่งที่จิตนึกคิด ได้แก่ สิ่งที่เป็นนามธรรมต่าง ๆ ที่จิตคิดปรุงแต่ง หรือความคิด (นัย องฺ.จตุกฺก.อ. ๓๐๒)
หน้า ๓๖๗

๑๐. ทุติยเทวสภเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับความเพียรชอบ

นัยว่า ท่านพระเทวสภเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า

{๒๓๗}[๑๐๐] ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยความเพียรชอบ มีสติปัฏฐานเป็นอารมณ์ ประดับประดาด้วยดอกไม้คือวิมุตติ จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพานไป

จบ ทสมวรรค

รวมพระเถระที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. พระปริปุณณกเถระ ๒. พระวิชยเถระ

๓. พระเอรกเถระ ๔. พระเมตตชิเถระ

๕. พระจักขุปาลเถระ ๖. พระขัณฑสุมนเถระ

๗. พระติสสเถระ ๘. พระอภัยเถระ

๙. พระอุตติยเถระ ๑๐. พระทุติยเทวสภเถระ

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑พระเถระนี้มีชื่อพ้องกับท่านพระเทวสภะในเถรคาถาที่ ๙ แห่งนวมวรรค (ข้อ ๘๙ หน้า ๓๖๖ ในเล่มนี้) เพี่อสื่อความหมายว่าเป็นองค์ละรูปกัน พระบาลีบางฉบับและอรรถกถาจึงเพิ่มคำนำหน้า ชื่อท่านพระเทวสภเถระในเถรคาถาที่ ๙ แห่งนวมวรรคเป็น ปฐมเทวสภเถรคาถา หมายถึงสุภาษิต คาถาของท่านพระเทวสภเถระรูปที่ ๑ และเพิ่มคำนำหน้าชื่อท่านพระเถระรูปนี้เป็น ทุติยเทวสภเถรคาถา หมายถึงสุภาษิตคาถาของท่านพระเทวสภเถระรูปที่ ๒ (ดู เถร.อ. ๑/๒๙๑,๓๑๗)

จบ ๙. อุตติยเถรคาถา