พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปัญจกนิบาต · วรรณาโรหวรรค
๔. ขัชโชปนกชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๖๘–๗๗๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในวรรณาโรหวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต วรรณาโรหวรรค ขัชโชปนกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๕๘ หน้า ๘๑๒–๘๑๔
๔. ขัชโชปนกชาดก
ว่าด้วยเห็นหิ่งห้อยว่าเป็นไฟ
[๗๖๘] ใครหนอ เมื่อไฟมีอยู่ ยังเที่ยวแสวงหา
ไฟอีก เห็นหิ่งห้อยในเวลากลางคืน ก็มา
สำคัญว่าเป็นไฟ.
[๗๖๙] บุคคลนั้น เอาจุรณโคมัยและหญ้าขยี้
ให้ละเอียดโปรยลงบนหิ่งห้อย เพื่อจะให้
เกิดไฟ ก็ไม่สามารถจะให้ไฟลุกได้ ด้วย
ความสำคัญวิปริต ฉันใด.
[๗๗๐] คนพาล ย่อมไม่ได้สิ่งที่ต้องประสงค์
โดยมิใช่อุบาย นมโคไม่มีที่เขาโค คนรีด
นมโคจากเขาโค ย่อมไม่ได้นม ก็ฉันนั้น.
[๗๗๑] ชนทั้งหลาย ย่อมบรรลุถึงประโยชน์
ด้วยอุบายต่าง ๆ คือด้วยการข่มศัตรู และ
ด้วยการยกย่องมิตร.
[๗๗๒] พระเจ้าแผ่นดินทั้งหลาย ย่อมครอบ-
ครองแผ่นดินอยู่ได้ ก็ด้วยการได้อำมาตย์ผู้
เป็นประมุขของเสนี และด้วยการแนะนำ
ของอำมาตย์ผู้ที่ทรงโปรดปราน.
จบ ขัชโชปนกชาดกที่ ๔
อรรถกถาขัชโชปนกชาดกที่ ๔
ปัญหาว่าด้วยหิ่งห้อยนี้ มีคำเริ่มต้นว่า โกนุ สนฺตมฺหิปชฺโชเต ดังนี้. จักมีแจ้งโดยพิสดาร ในมหาอุมังคชาดกแล.
จบ อรรถกถาขัชโชปนกชาดกที่ ๔
๕. อหิตุณฑิกชาดก
ว่าด้วยลิงกับหมองู
[๗๗๓] ดูก่อนสหายผู้มีหน้างาม เราเป็นนักเลง
สะกา แพ้เขาเพราะลูกบาศก์ ท่านจงทิ้ง
มะม่วงสุกลงมาบ้าง เราจะได้บริโภคเพราะ
ความเพียรของท่าน.
[๗๗๔] ดูก่อนสหาย ท่านมากล่าวสรรเสริญเรา
ผู้ล่อกแล่ก ด้วยคำไม่เป็นจริง ขึ้นชื่อว่าลิง
ที่มีหน้างาม ท่านเคยได้ยินหรือเคยได้เห็น
ที่ไหนมาบ้าง.
[๗๗๕] ดูก่อนหมองู ท่านทำกรรมใดไว้กะเรา
กรรมนั้นยังปรากฏอยู่ในหัวใจของเราจนวันนี้
ท่านเข้าไปยังตลาดขายข้าวเปลือก เมาสุรา
แล้ว ตีเราผู้กำลังหิวโหยถึงสามครั้ง.
[๗๗๖] เราระลึกถึงการนอนเป็นทุกข์อยู่ที่ตลาด
นั้นได้ อนึ่ง ถึงท่านจะยกราชสมบัติให้เรา
ครอบครอง ท่านขอมะม่วงเราแม่ผลเดียว
จบ ๔. ขัชโชปนกชาดก