พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปกิณณกนิบาต
๗. ปัญจุโปสถิกชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๙๕๑–๑๙๖๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๓ ในปกิณณกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปกิณณกนิบาต ปัญจุโปสถิกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๔๗๗–๔๘๐
[๒๐๕๔] ดูก่อนพระราชบุตรี ข้อนี้แหละเป็นชัยชนะในโลกทั้งสองของ พระนาง คือ การจะได้อุบัติในเทวโลกและได้เกียรติประวัติในชีวิตนี้
[๒๐๕๕] ดูก่อนพระนางสุเมธา ขอให้พระนางจงมีสุขยั่งยืนนานจง รักษาธรรมไว้ในตนให้ยั่งยืนเถิด เรานี้ขอลาไปสู่ไตรทิพย์ การพบเห็นพระนางเป็นการพบเห็นที่ดูดดื่มใจของเรายิ่งนัก
๗. ปัญจุโปสถิกชาดก (๔๙๐)
ว่าด้วยเหตุที่รักษาศีลอุโบสถของสัตว์ทั้ง ๔ และพระโพธิสัตว์
(พระดาบสโพธิสัตว์ถามนกพิราบว่า)
{๑๙๕๑} [๒๐๕๖] ดูก่อนนกพิราบ บัดนี้เจ้าจึงมีความขวนขวายน้อย ไม่ต้องการอาหาร สู้อดกลั้นความหิวกระหาย มารักษาศีลอุโบสถ เพราะเหตุไรเล่า นกพิราบ
(นกพิราบกล่าวว่า)
{๑๙๕๒} [๒๐๕๗] แต่ก่อนนี้ข้าพเจ้าถึงความติดใจอยู่กับนางนกพิราบ เราทั้งสอง ชื่นชมยินดีต่อกันอยู่ในป่า สถานที่นั้นเหยี่ยวได้โฉบเอานางนกพิราบไป ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาจะพลัดพรากจากนางไป แต่ก็จำต้องพลัดพรากจากนาง[๒๐๕๘] เพราะพลัดพรากจากนางข้าพเจ้าได้เสวยทุกขเวทนาทางใจ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาศีลอุโบสถด้วยคิดว่า ‘ความรัก อย่าได้กลับมาหาเราอีกเลย’
(พระโพธิสัตว์ถามสัตว์เหล่านั้นทีละตัว แต่ละตัวก็ตอบไปตามเหตุผล ของตนว่า)
{๑๙๕๓} [๒๐๕๙] ดูก่อนงูผู้ไปไม่ตรง เลื้อยไปด้วยอก มีลิ้นสองแฉก เจ้ามีเขี้ยว เป็นอาวุธ มีพิษร้ายแรง เพราะเหตุไรเล่า เจ้าจึงสู้อดกลั้น ความหิวกระหายมารักษาศีลอุโบสถ{๑๙๕๔} [๒๐๖๐] มีโคของนายอำเภอซึ่งกำลังเปลี่ยวมีหนอกกระเพื่อม มี ลักษณะงาม มีกำลัง มันได้เหยียบข้าพเจ้า ข้าพเจ้าโกรธ จึงได้กัดมัน มันถูกทุกขเวทนาครอบงำจึงถึงความตาย ณ ที่นั้นเอง[๒๐๖๑] ลำดับนั้น ผู้คนก็พากันออกมาจากบ้าน ร้องไห้คร่ำครวญเข้า ไปหามัน เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาศีลอุโบสถด้วยคิดว่า ‘ความโกรธอย่าได้มาถึงเราอีกเลย’{๑๙๕๕} [๒๐๖๒] ดูก่อนสุนัขจิ้งจอก เนื้อของคนที่ตายแล้วในป่าช้าก็มีอยู่เป็นอันมาก อาหารชนิดนี้เป็นที่พอใจของเจ้า เพราะเหตุอะไรเล่า เจ้าจึงสู้อดกลั้นความหิวกระหายมารักษาศีลอุโบสถ{๑๙๕๖} [๒๐๖๓] ข้าพเจ้ายินดีในซากศพ ติดใจในเนื้อช้าง จึงได้เข้าไปยังท้องช้างตัวใหญ่ ลมร้อนและแสงแดดอันแผดกล้าได้แผดเผาทวาร หนักของช้างนั้นจนแห้งไป[๒๐๖๔] ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งผอมทั้งเหลือง ไม่มีทางจะออกได้ ต่อมามีฝนห่าใหญ่ตกลงมาฉับพลันชะทวารหนักของช้างนั้น จนเปียกชุ่ม
[๒๐๖๕] ดูก่อนท่านผู้เจริญที่นั้นข้าพเจ้าจึงออกมาได้ดังดวงจันทร์พ้น จากปากแห่งราหูฉะนั้น เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาศีล อุโบสถด้วยคิดว่า ‘ความโลภอย่ามาถึงเราอีกเลย’
{๑๙๕๗} [๒๐๖๖] ดูก่อนหมีแต่ก่อนนี้เจ้าตะปบกินตัวปลวกในจอมปลวก เพราะเหตุอะไรเล่า เจ้าจึงสู้อดกลั้นความหิวกระหายมารักษา ศีลอุโบสถ
{๑๙๕๘} [๒๐๖๗] ข้าพเจ้าดูหมิ่นถิ่นที่เคยอยู่ของตนได้ไปยังปัจจนตคามแคว้นมลรัฐ เพราะความเป็นผู้อยากมากเกินไปครั้งนั้นผู้คนก็พากันออก จากบ้านรุมตีข้าพเจ้าด้วยคันธนู
[๒๐๖๘] ข้าพเจ้ามีศีรษะแตก เลือดอาบร่าง ได้กลับมาสู่ถิ่นที่เคยอยู่ อาศัยของตน เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาศีลอุโบสถด้วย คิดว่า ‘ความอยากมากเกินไปอย่าได้มาถึงเราอีกเลย’
(สัตว์ทั้ง ๔ ได้ถามพระดาบสโพธิสัตว์บ้างว่า)
{๑๙๕๙} [๒๐๖๙] ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้อความอันใดท่านก็ได้ถามพวกข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าทั้งหมดก็ได้พยากรณ์ข้อความอันนั้นตามที่ได้รู้เห็นมา ข้าแต่ท่านผู้เป็นวงศ์พรหมผู้เจริญ พวกข้าพเจ้าจะขอถามท่านบ้างล่ะ เพราะเหตุอะไรเล่า ท่านจึงรักษาศีลอุโบสถ(พระดาบสโพธิสัตว์ได้ตอบว่า)
{๑๙๖๐} [๒๐๗๐] พระปัจเจกพุทธะรูปหนึ่งผู้ไม่แปดเปื้อนด้วยกิเลสนั่งอยู่ใน อาศรมของเราครู่หนึ่งท่านได้บอกให้เราทราบถึงที่ไปที่มา นาม โคตร และจรณะทุกอย่าง
[๒๐๗๑] ถึงอย่างนั้น เราก็มิได้กราบไหว้เท้าทั้งสองของท่าน อนึ่ง เรา ก็มิได้ถามถึงนามและโคตรของท่านเลย เพราะเหตุนั้นเรา จึงรักษาศีลอุโบสถด้วยคิดว่า ‘มานะความถือตัวอย่าได้มาถึงเรา อีกเลย’
๘. มหาโมรชาดก (๔๙๑)
ว่าด้วยเหตุที่พญานกยูงพ้นจากบ่วง
(พญานกยูงโพธิสัตว์ร้องขอชีวิตว่า)
{๑๙๖๑} [๒๐๗๒] ดูก่อนสหาย ก็ถ้าท่านจับข้าพเจ้าเพราะเหตุที่ต้องการทรัพย์แล้ว ท่านอย่าฆ่าข้าพเจ้าเลย จงจับข้าพเจ้าเป็น ๆ แล้วนำไปถวาย พระราชาเถิด เข้าใจว่าท่านจะได้ทรัพย์ไม่ใช่น้อยเลย(บุตรนายพรานปลอบว่า)
{๑๙๖๒} [๒๐๗๓] เราผูกสอดลูกธนูใส่เข้าในแล่งมิได้หมายใจว่าจะฆ่าท่าน ในวันนี้เลย แต่เราจักตัดบ่วงที่ผูกรัดเท้าให้ ท่านพญานกยูง ท่านจงไปตามสบายเถิด(พญานกยูงโพธิสัตว์กล่าวว่า)
{๑๙๖๓} [๒๐๗๔] ท่านสู้เพียรดักข้าพเจ้ามานานถึง ๗ ปี สู้อดกลั้นความหิวกระหาย ทั้งกลางคืนและกลางวันเมื่อเป็นเช่นนั้นท่านปรารถนา จะปล่อยข้าพเจ้าผู้ติดบ่วงเสียจากบ่วงเพื่ออะไร[๒๐๗๕] วันนี้ท่านงดเว้นจากปาณาติบาตหรือ หรือว่าท่านให้อภัย ในสัตว์ทั้งปวงแล้ว ท่านจึงปรารถนาจะปล่อยข้าพเจ้าผู้ติดบ่วง ออกจากบ่วงไป(บุตรนายพรานถามว่า)
{๑๙๖๔} [๒๐๗๖] ดูก่อนพญานกยูง ช่วยบอกหน่อยเถิด ผู้ใดงดเว้นจากปาณาติบาต และให้อภัยในสัตว์ทั้งปวง ข้าพเจ้าขอถามความข้อนั้นกะท่าน ว่าผู้นั้นจุติจากโลกนี้ไปแล้วจะได้ความสุขอะไร
จบ ๗. ปัญจุโปสถิกชาดก