พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปกิณณกนิบาต
๖. สุรุจิชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๙๔๒–๑๙๕๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๓ ในปกิณณกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๖ สุรุจิชาตกํ
๖. สุรุจิชาดก
ว่าด้วยพระเจ้าสุรุจิ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปกิณณกนิบาต สุรุจิชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
มเหสี รุจิโน ๑ ภริยา อานีตา ปฐมํ อหํ
ทส วสฺสสหสฺสานิ ยํ มํ สุรุจิ อานยิ ๒ ฯ
สาหํ พฺราหฺมณ ราชานํ เวเทหํ มิถิลคฺคหํ
นาภิชานามิ กาเยน วาจาย อุท เจตสา
สุรุจึ อติมญฺญิตฺถ ๓ อาวิ วา ยทิวา รโห ฯ
เอเตน สจฺจวชฺเชน ปุตฺโต อุปฺปชฺชตํ อิเส
มุสา เม ภณมานาย มุทฺธา ผลตุ สตฺตธา ฯ
ดิฉันถูกเชิญมาเป็นพระอัครมเหสีคนแรกของพระเจ้าสุรุจิตลอดเวลาหมื่นปี พระเจ้าสุรุจินำดิฉันมาผู้เดียว ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ดิฉันนั้นมิได้รู้สึกเลยว่า ได้ล่วงเกินพระเจ้าสุรุจิผู้เป็นจอมประชาชนชาววิเทหรัฐครองพระนครมิถิลา ด้วยกาย วาจา หรือใจ ทั้งในที่แจ้งหรือในที่ลับเลย ข้าแต่พระฤาษี ด้วยการกล่าวคำสัตย์จริงนี้ ขอบุตรจงเกิดเถิดเมื่อดิฉัน กล่าวคำเท็จ ขอศีรษะของดิฉันจงแตก ๗ เสี่ยง.
ภตฺตุ มนาปา สสฺสุ ปิยา มาตา ปิตา จ สสฺสุโร ๔
เต มํ พฺรหฺเม วิเนตาโร ยาว อฏฺฐํสุ ชีวิตํ ฯ
สาหํ อหึสารตินี กามสา ธมฺมจารินี
สกฺกจฺจํ เต อุปฏฺฐาสึ รตฺตินฺทิวมตนฺทิตา ฯ
เอเตน สจฺจวชฺเชน ปุตฺโต อุปฺปชฺชตํ อิเส
มุสา เม ภณมานาย มุทฺธา ผลตุ สตฺตธา ฯ
ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ดิฉันเป็นที่พอใจของพระภัสดา พระชนนี และพระชนกของพระภัสดาก็เป็นที่รักของดิฉัน พระองค์ท่านเหล่านั้นทรงแนะนำดิฉัน ตลอดเวลาที่พระองค์ท่านยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ ดิฉันนั้นยินดีในความไม่เบียดเบียน มีปกติประพฤติธรรมโดยส่วนเดียว มุ่งบำเรอพระองค์ท่านเหล่านั้นโดยเคารพ ไม่เกียจคร้านทั้งกลางคืนกลางวันข้าแต่พระฤาษี ด้วยการกล่าวคำสัตย์จริงนี้ ขอบุตรจงเกิดเถิด เมื่อดิฉันกล่าวคำเท็จ ขอศีรษะของดิฉันจงแตก ๗ เสี่ยง.
โสฬสิตฺถีสหสฺสานิ สหภริยานิ พฺราหฺมณ
ตาสุ อิสฺสา วา โกโธ วา นาหุ มยฺหํ กุทาจนํ ฯ
หิเตน ตาสํ นนฺทามิ น จ เม กาจิ อปฺปิยา
อตฺตานํวานุกมฺปามิ สทา สพฺพา สปตฺติโย ฯ
เอเตน สจฺจวชฺเชน ปุตฺโต อุปชฺชตํ อิเส
มุสา เม ภณมานาย มุทฺธา ผลตุ สตฺตธา ฯ
๑ ม. สุรุจิโน ฯ ๒ ม. สุรุจิมานยิ ฯ ๓ สี. ยุ. อติมญฺญิตฺโถ ฯ
๔ ม. ภตฺตุ มม สสฺสุ มาตา ปิตา จาปิ จ สสฺสุโร ฯ
ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ความริษยาหรือความโกรธ ในสตรีผู้เป็นพระราชเทวีร่วมกัน ๑๖,๐๐๐ คน มิได้มีแก่ดิฉันในกาลไหนๆ เลย ดิฉันชื่นชมด้วยความเกื้อกูลแก่พระราชเทวีเหล่านั้น และคนไหนที่จะไม่เป็นที่รักของดิฉันไม่มีเลย ดิฉันอนุเคราะห์หญิงผู้ร่วมพระสามีทั่วกันทุกคน ในกาลทุกเมื่อ เหมือนอนุเคราะห์ตน ฉะนั้น ข้าแต่พระฤาษี ด้วยการกล่าวคำสัตย์จริงนี้ ขอบุตรจงเกิดเถิด เมื่อดิฉันกล่าวคำเท็จ ขอศีรษะของดิฉันจงแตก ๗ เสี่ยง.
ทาเส กมฺมกเร โปเส ๑ เยจญฺเญ อนุชีวิโน
โปเสมิ ๒ สหธมฺเมน สทา ปมุทิตินฺทฺริยา ฯ
เอเตน สจฺจวชฺเชน ปุตฺโต อุปฺปชฺชตํ อิเส
มุสา เม ภณมานาย มุทฺธา ผลตุ สตฺตธา ฯ
ดิฉันเลี้ยงดูทาสกรรมกร ซึ่งจะต้องเลี้ยงดูและชนเหล่าอื่นผู้อาศัยเลี้ยงชีวิต โดยเหมาะสมกับหน้าที่ ดิฉันมีอินทรีย์อันเบิกบานในกาลทุกเมื่อข้าแต่พระฤาษี ด้วยการกล่าวคำสัตย์จริงนี้ ขอบุตรจงเกิดเถิด เมื่อดิฉันกล่าวคำเท็จ ขอศีรษะของดิฉันจงแตก ๗ เสี่ยง.
สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ อญฺเญ จาปิ วณิพฺพเก
ตปฺเปมิ อนฺนปาเนน สทา ปยตปาณินี ฯ
เอเตน สจฺจวชฺเชน ปุตฺโต อุปฺปชฺชตํ อิเส
มุสา เม ภณมานาย มุทฺธา ผลตุ สตฺตธา ฯ
ดิฉันมีฝ่ามืออันชุ่ม เลี้ยงดูสมณพราหมณ์ และแม้วณิพกเหล่าอื่น ให้อิ่มหนำสำราญด้วยข้าวและน้ำทุกเมื่อ ข้าแต่พระฤาษี ด้วยการกล่าวคำสัตย์จริงนี้ ขอบุตรจงเกิดเถิด เมื่อดิฉันกล่าวคำเท็จ ขอศีรษะของดิฉันจงแตก ๗ เสี่ยง.
จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ๓
ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาหิตํ ๔
อุโปสถํ อุปวสามิ สทา สีเลสุ สํวุตา ฯ
เอเตน สจฺจวชฺเชน ปุตฺโต อุปฺปชฺชตํ อิเส
มุสา เม ภณมานาย มุทฺธา ผลตุ สตฺตธา ฯ
ดิฉันเข้าอยู่ประจำอุโบสถ อันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ตลอดดิถีที่ ๑๔,๑๕ และดิถีที่ ๘ แห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์ ดิฉันสำรวมแล้วในศีลทุกเมื่อ ข้าแต่พระฤาษี ด้วยการกล่าวคำสัตย์จริงนี้ขอบุตรจงเกิดเถิด เมื่อดิฉันกล่าวคำเท็จ ขอศีรษะของดิฉันจงแตก ๗เสี่ยง.
สพฺเพว เต ธมฺมคุณา ราชปุตฺติ ยสสฺสินิ
สํวิชฺชนฺติ ตยิ ภทฺเท เย ตฺวํ กิตฺเตสิ อตฺตนิ ฯ
ขตฺติโย ชาติสมฺปนฺโน อภิชาโต ยสสฺสิมา
ธมฺมราชา เวเทหานํ ๕ ปุตฺโต อุปชฺชเต ตว ฯ
ดูกรพระราชบุตรีผู้เรืองยศงดงาม คุณอันเป็นธรรมเหล่าใด ในพระองค์ที่พระองค์แสดงแล้ว คุณอันเป็นธรรมเหล่านั้นมีทุกอย่าง พระราชโอรสผู้เป็นกษัตริย์ สมบูรณ์ด้วยพระชาติ เป็นอภิชาตบุตร เรืองพระยศ เป็นพระธรรมราชาแห่งชนชาววิเทหะ จงอุบัติแก่พระนาง.
ทุมฺมิ ๖ รโชชลฺลธโร อเฆ เวหายสณฺฐิโต
มนุญฺญํ ภาสเส วาจํ ยํ มยฺหํ หทยงฺคมํ ฯ
เทวตา นุสิ สคฺคมฺหา อิสิ วาปิ ๑ มหิทฺธิโก
โก วาสิ ตฺวํ อนุปฺปตฺโต อตฺตานํ เม ปเวทย ฯ
๑ ม. เปสฺเส ฯ ๒ ม. เปเสมิ ฯ ๓ สี. ยุ. อฏฺฐมึ ฯ ๔ ม. อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ ฯ
๕ ม. วิเทหานํ ฯ ๖ รุมฺหีติปิ ฯ สี. ยุ. รุมฺมี ฯ ม. ทุมฺมี ฯ
ท่านผู้มีดวงตาน่ายินดี ทรงผ้าคลุกธุลี สถิตอยู่บนเวหาอันไม่มีสิ่งใดกั้นได้กล่าววาจาเป็นที่พอใจจับใจของดิฉัน ท่านเป็นเทวดามาจากสวรรค์เป็นฤาษีผู้มีฤทธิ์มาก หรือว่าเป็นใครมาถึงที่นี้ ขอท่านจงกล่าวความจริงให้ดิฉันทราบด้วย.
ยํ เทวสงฺฆา วนฺทนฺติ สุธมฺมาย สมาคตา
โสหํ สกฺโก สหสฺสกฺโข อาคโตสฺมิ ตวนฺติเก ฯ
อิตฺถิโย ชีวโลกสฺมึ ยา โหนฺติ ๒ สมจารินี
เมธาวินี สีลวตี สสฺสุเทวา ปติพฺพตา ฯ
ตาทิสาย สุเมธาย สุจิกมฺมาย นาริยา
เทวา ทสฺสนมายนฺติ มานุสิยา อมานุสา ฯ
ตฺวญฺจ ภทฺเท สุจิณฺเณน ปุพฺเพ สุจริเตน จ
อิธ ราชกุเล ชาตา สพฺพกามสมิทฺธินี ฯ
อยญฺจ เต ราชปุตฺติ อุภยตฺถ กฏคฺคโห
เทวโลกูปปตฺติ จ กิตฺติ จ อิธ ชีวิเต ฯ
จิรํ สุเมเธ สุขินี ธมฺมมตฺตนิ ปาลย
เอสาหํ ติทิวํ ยามิ ปิยํ เม ตว ทสฺสนนฺติ ฯ
สุรุจิชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
หมู่เทวดามาประชุมกันที่สุธรรมาสภา ย่อมกราบไหว้ท้าวสักกะองค์ใดข้าพเจ้าเป็นท้าวสักกะองค์นั้น มีดวงตาพันหนึ่ง มายังสำนักของท่านหญิงเหล่าใดในเทวโลก เป็นผู้มีปกติประพฤติสม่ำเสมอ มีปัญญา มีศีล มีพ่อผัวแม่ผัวเป็นเทวดา ยำเกรงสามี เทวดาทั้งหลายผู้มิใช่มนุษย์ มาเยี่ยมหญิงเช่นนั้น ผู้มีปัญญา มีกรรมอันสะอาด เป็นหญิงมนุษย์ ดูกรนางผู้เจริญ ท่านเกิดในราชสกุลนี้ พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งที่น่าปรารถนาทุกอย่างด้วยสุจริตธรรมที่ท่านประพฤติดีแล้วในปางก่อน ดูกรพระราชบุตรี ก็แหละ ข้อนี้เป็นชัยชนะในโลกทั้งสองของท่าน คือ การอุบัติในเทวโลกและเกียรติในชีวิตนี้ ดูกรพระนางสุเมธา ขอให้พระนางจงมีสุข ยั่งยืนนาน จงรักษาธรรมไว้ในตนให้ยั่งยืนเถิด ข้าพเจ้านี้ ขอลาไปสู่ไตรทิพย์การพบเห็นท่าน เป็นการพบเห็นที่ดูดดื่มใจของข้าพเจ้ายิ่งนัก.
จบ สุรุจิชาดกที่ ๖.
จบ ๖. สุรุจิชาดก