พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปกิณณกนิบาต
๙. ตัจฉกสูกรชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๙๗๕–๑๙๘๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๓ ในปกิณณกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๙ ตจฺฉสูกรชาตกํ
๙. ตัจฉกสูกรชาดก
ว่าด้วยหมูพร้อมใจกันสู้เสือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปกิณณกนิบาต ตัจฉกสูกรชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ยเทสมานา วิจริมฺหา ปพฺพตานิ วนานิ จ
อเนฺวสํ วิปุเล ๑ ญาตี เตเม อธิคตา มยา ฯ
พหุํ จิทํ มูลผลํ ภกฺโข จายํ อนปฺปโก
รมฺมา จิมา คิรินชฺโช ๒ ผาสุวาโส ภวิสฺสติ ฯ
อิเธวาหํ วสิสฺสามิ สห สพฺเพหิ ญาติภิ
อปฺโปสฺสุกฺโก นิราสงฺกี อโสโก อกุโตภโย ฯ
๑ ม. เต เต ฯ ๒ ม. เตสมฺปหํ ฯ ๓ สี. ปตฺโต ฯ ม. ปตฺตา ฯ ๔ ม.
ทุกฺขา ส ปมุจฺจิ ฯ
ข้าพเจ้าเที่ยวแสวงหาหมู่ญาติใด ตามภูเขา และราวป่าทั้งหลาย ค้นหาหมู่ญาติมากมาย หมู่ญาตินั้นเราพบแล้ว. รากไม้และผลไม้นี้ ก็มีมากมาย อนึ่ง ภักษาหารนี้ก็มิใช่น้อย ทั้งห้วยละหานนี้ก็น่ารื่นรมย์ คงเป็นที่อยู่สุขสบาย. ข้าพเจ้าจักขออยู่กับญาติทั้งมวล ในที่นี้แหละจักเป็นผู้ขวนขวายน้อย ไม่มีความระแวงภัย ไม่มีความเศร้าโศก ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ.
อญฺญญฺหิ เลณํ ปริเยส สตฺตุ โน อิธ วิชฺชติ
โส ตจฺฉ สูกเร หนฺติ อิธาคนฺตฺวา วรํ วรํ ฯ
ดูกรตัจฉกะ เจ้าจงไปหาที่ซ่อนเร้นแห่งอื่นเถิด ในที่นี้ศัตรูของพวกเรามีอยู่ มันมาในที่นี้แล้ว ก็ฆ่าหมูแต่ล้วนตัวที่อ้วนพีเสีย.
โก นุมฺหากํ อิธ สตฺตุ โก ญาตี สุสมาคเต
ทุปฺปธํเส ๓ ปธํเสติ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
ใครหนอเป็นศัตรูของเราในที่นี้ ใครมากำจัดญาติทั้งหลายผู้พร้อมเพรียงกัน ซึ่งยากที่จะกำจัดได้ เราถามท่านแล้วขอจงบอกความข้อนั้นแก่เราเถิด
อุทฺธคฺคราชี มิคราชา พลี ทาฐาวุโธ มิโค
โส ตจฺฉ สูกเร หนฺติ อิธาคนฺตฺวา วรํ วรํ ฯ
ดูกรตัจฉกะ พญาเนื้อตัวหนึ่งลายพาดขึ้น เป็นเนื้อกำลังมีเขี้ยวเป็นอาวุธ มันมาในที่นี้แล้ว ก็ฆ่าหมูแต่ล้วนตัวที่อ้วนพีเสีย.
น โน ทาฐา น วิชฺชนฺติ พลํ กาเย สโมหิตํ
สพฺเพ สมคฺคา หุตฺวาน วสํ กาหาม เอกกํ ฯ
พวกเราไม่มีเขี้ยวหรือ กำลังกายไม่พรั่งพร้อมหรือ พวกเราทั้งหมดพร้อมใจกันแล้ว ก็จะจับมันตัวเดียวเท่านั้นให้อยู่ในอำนาจได้.
หทยงฺคมํ กณฺณสุขํ วาจํ ภาสสิ ตจฺฉก
โยปิ ยุทฺเธ ปาลเยถ ๔ ตํปิ ปจฺฉา หนามเส ฯ
ดูกรตัจฉกะ ท่านกล่าววาจาจับอกจับใจ เพราะหมู แม้ตัวใดหนีไปเวลารบ พวกเราจักฆ่ามันเสียในภายหลัง.
ปาณาติปาตา วิรโต นุสชฺช ๕
อภยํ นุ เต สพฺพภูเตสุ ทินฺนํ
ทาฐา นุ เต มิควิริย ๖ น สนฺติ
โย สงฺฆปตฺโต กปโณว ฌายสิ ฯ
๑ ม. วิจรึ ฯ ๒ สี. ยุ. คิรินทิโย ฯ ๓ สี. ยุ. อปฺปธํเส ฯ ๔ ม. ปลาเยยฺย ฯ
๕ ม. นุ อชฺช ฯ ๖ ม. มิควธาย ฯ
ดูกรพญาเนื้อผู้เก่งกล้า วันนี้เจ้าคงจะงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ละซิหนอท่านให้อภัยในสัตว์ทั้งปวงเสียแล้วหรือ หรือเขี้ยวของเจ้าคงไม่มี เจ้ามาถึงกลางฝูงสุกรแล้ว จึงซบเซาอยู่ดังคนกำพร้า ฉะนั้น?
น เม ทาฐา น วิชฺชนฺติ พลํ กาเย สโมหิตํ
ญาตี จ ทิสฺวาน สมงฺคิ เอกโต
ตสฺมา จ ฌายามิ วนมฺหิ เอกโก ฯ
อิมสฺสุทํ ยนฺติ ทิสาทิสํ ๑ ปุเร
ภยฏฺฏิตา เลณคเวสิโน ปุถู
เตทานิ สงฺคมฺม วสนฺติ เอกโต
ยตฺถฏฺฐิตา ทุปฺปสหชฺช เต มยา
ปริณายกสมฺปนฺนา สหิตา เอกวาทิโน
เต มํ สมคฺคา หึเสยฺยุํ ตสฺมา เนสํ น ปตฺถเย ๒ ฯ
มิใช่ว่าเขี้ยวของข้าพเจ้าไม่มี กำลังกายของข้าพเจ้าก็มีอยู่พรั่งพร้อม แต่ข้าพเจ้าเห็นสุกรทั้งหลายผู้เป็นญาติกัน ร่วมใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงซบเซาอยู่แต่ผู้เดียวในป่า. เมื่อก่อนสุกรเหล่านี้พอข้าพเจ้าลืมตาแลดูเท่านั้น ต่างก็กลัวตายหาที่หลบซ่อนวิ่งกระเจิดกระเจิงไปตามทิศานุทิศ บัดนี้ พวกมันมาประชุมพร้อมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในภูมิภาคที่พวกมันยืนอยู่นั้น ข้าพเจ้าข่มพวกมันได้ยากในวันนี้ พวกมันคงมีขุนพล จึงพรักพร้อมกัน คงเป็นเสียงเดียวกัน คงร่วมมือร่วมใจกันเบียดเบียนข้าพเจ้า เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ปรารถนาสุกรเหล่านั้น.
เอโกว อินฺโท อสุเร ชินาติ
เอโกว เสโน หนฺติ ทิเช ปสยฺห
เอโกว พฺยคฺโฆ มิคสงฺฆปตฺโต
วรํ วรํ หนฺติ พลญฺหิ ตาทิสํ ฯ
พระอินทร์องค์เดียวเท่านั้น ยังเอาชนะอสูรทั้งหลายได้ เหยี่ยวตัวเดียวเท่านั้น ย่อมข่มฆ่านกทั้งหลายได้ เสือโคร่งตัวเดียวเหมือนกัน ไปถึงท่ามกลางฝูงสุกรแล้ว ก็ย่อมฆ่าสุกรตัวพีๆ ได้ เพราะกำลังของมันเป็นเช่นนั้น.
นเหว อินฺโท น เสโน นปิ พฺยคฺโฆ มิคาธิโป
สมคฺเค สหิเต ญาตี พฺยคฺโฆ ๓ น กุรุเต วเส ฯ
จะเป็นพระอินทร์ จะเป็นเหยี่ยว แม้จะเป็นเสือโคร่งผู้เป็นใหญ่กว่าเนื้อ ก็ทำญาติผู้พร้อมเพรียงกันมั่นคง ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับเสือโคร่งไว้ในอำนาจไม่ได้ทั้งนั้นแหละ.
กุมฺภิลกา สกุณิกา ๔ สงฺฆิโน คณจาริโน
สมฺโมทมานา เอกชฺฌํ อุปฺปตนฺติ อุยฺยนฺติ ๕ จ ฯ
เตสญฺจ ฑิยมานานํ ๖ เอเกตฺถ อปสกฺกติ ๗
ตญฺจ เสโน นิตาเลติ เวยฺยคฺฆิเยว สา คติ ฯ
๑ ม. ทิโสทิสํ ฯ ๒ ยุ. อปตฺถเว ฯ ๓ ม. น พฺยคฺเฆ ฯ สี. ยุ. พฺยคฺเฆ จ ฯ
๔ ม. สกุณกา ฯ ๕ ม. ฑยนฺติ จ ฯ ๖ พนฺธิยมานานนฺติปิ ปาโฐ ฯ สี. ฑยฺหมานานํ ฯ
ม. ฑยมานานํ ฯ ๗ สี. ยุ. อปวตฺตติ ฯ
ฝูงนกตัวน้อยๆ มีชื่อกุมภิลกะ เป็นนกมีพวก เที่ยวไปเป็นหมวดหมู่ร่าเริงบันเทิงใจ โผผินบินร่อนไปเป็นกลุ่มๆ. ก็เหมือนฝูงนกเหล่านั้นบินไป บรรดานกเหล่านั้น คงมีสักตัวหนึ่งที่แตกฝูงไป เหยี่ยวย่อมโฉบจับนกตัวนั้นได้ นี่เป็นคติของเสือโคร่งทั้งหลายโดยแท้.
อุสฺสาหิโต ชฏิเลน ลุทฺเทนามิสจกฺขุนา
ทาฐี ทาฐีสุ ปกฺขนฺทิ มญฺญมาโน ยถา ปุเร ฯ
เสือโคร่งเป็นสัตว์มีเขี้ยว ถูกชฎิลผู้หยาบช้า เห็นแก่อามิสปลุกใจให้ฮึกเหิม สำคัญว่าจะทำได้เหมือนเมื่อครั้งก่อน จึงวิ่งเข้าไปในฝูงสุกรผู้มีเขี้ยว.
สาธุ สมฺพหุลา ญาตี อปิ รุกฺขา อรญฺญชา
สูกเรหิ สมคฺเคหิ พฺยคฺโฆ เอกายเน หโต ฯ
ญาติทั้งหลายมีมากด้วยกัน ย่อมยังประโยชน์ให้สำเร็จ ถึงต้นไม้ทั้งหลายที่เกิดในป่า ก็เหมือนกัน สุกรทั้งหลายพร้อมเพรียงกันเข้า ฆ่าเสือโคร่งเสียได้ เพราะประพฤติร่วมใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.
พฺราหฺมณญฺเจว พฺยคฺฆญฺจ อุโภ หนฺตฺวาน สูกรา
อานนฺทิโน ปโมทิตา ๑ มหานาทมนาทิสุํ ๒ ฯ
สุกรทั้งหลายช่วยกันฆ่าพราหมณ์ และเสือโคร่ง ทั้ง ๒ ได้แล้ว ต่างร่าเริงบันเทิงใจ พากันบันลือสัททสำเนียงเสียงสนั่น.
เต สุทุมฺพรมูลสฺมึ ๓ สูกรา สุสมาคตา
ตจฺฉกํ อภิสิญฺจึสุ ตฺวํ โน ราชาสิ อิสฺสโรติ ฯ
ตจฺฉสูกรชาตกํ นวมํ ฯ
สุกรเหล่านั้นมาประชุมพร้อมกันที่โคนต้นมะเดื่อ อภิเษกตัจฉกสุกรด้วยคำว่า ท่านเป็นราชา เป็นเจ้าเป็นใหญ่ของพวกเรา.
จบ ตัจฉกสุกรชาดกที่ ๙.
จบ ๙. ตัจฉกสูกรชาดก