arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปกิณณกนิบาต

๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก เล่ม ๒๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐๒๔–๒๐๓๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๓/๑๓ ในปกิณณกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๑๓ ภิกฺขาปรมฺปรชาตกํ

๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก

ว่าด้วยการให้ทานในท่านใด มีผลมาก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปกิณณกนิบาต ภิกขาปรัมปรชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

สุขุมาลรูปํ ทิสฺวา รฏฺฐา วิวนมาคตํ

กูฏาคารวรูเปตํ มหาสยนมุโปจิตํ ๑

ตสฺส เต เปมเกนาหํ อทาสึ วฑฺฒโมทนํ ๒

สาลีนํ วิจิตฺตํ ภตฺตํ สุจิมํสูปเสจนํ ๓

ตํ ตฺวํ ภตฺตํ ปฏิคฺคยฺห พฺราหฺมณสฺส อทาปยิ ๔

อตฺตานํ อนสิตฺวาน โกยํ ธมฺโม นมตฺถุ เต ฯ

๑ มหาสยนมุปาสิตนฺติปิ ฯ ๒ สี. ยุ. พทฺธโมทนํ ฯ ๓ ม. สุจึ มํสูปเสจนํ ฯ

เอวมุปริปิ ฯ ๔ ม. อทาสยิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าพระพุทธเจ้าได้เห็นพระองค์ผู้ทรงเป็นสุขุมาลชาติ เคยประทับในพระตำหนักอันประเสริฐ ทรงบรรทมเหนือพระยี่ภู่อันใหญ่โต เสด็จจากแว่นแคว้นมาสู่ดง จึงได้ทูลถวายข้าวสุกอย่างดีแห่งข้าวสาลี เป็นภัตอันวิจิตร มีแกงเนื้ออันสะอาดด้วยความรักต่อพระองค์ พระองค์ทรงรับภัตนั้นแล้ว มิได้เสวยด้วยพระองค์เอง ได้พระราชทานแก่พราหมณ์ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายบังคมพระองค์ ข้อนี้เป็นธรรมอะไรของพระองค์?

บาลี (สยามรัฐ)

อาจริโย พฺราหฺมโณ มยฺหํ กิจฺจากิจฺเจสุ วฺยาวโฏ

ครุ จ อามนฺตนิโย จ ทาตุมรหามิ โภชนํ ฯ

ฉบับหลวง

พราหมณ์เป็นอาจารย์ของฉัน เป็นผู้ขวนขวายในกิจน้อยกิจใหญ่ ทั้งเป็นครู และเป็นผู้คอยตักเตือน ฉันควรให้โภชนะ.

บาลี (สยามรัฐ)

พฺราหฺมณํทานิ ปุจฺฉามิ โคตมํ ราชปูชิตํ

ราชา เต ภตฺตํ ปาทาสิ สุจิมํสูปเสจนํ

ตํ ตฺวํ ภตฺตํ ปฏิคฺคยฺห อิสิสฺส โภชนํ อทา

อเขตฺตญฺญูสิ ทานสฺส โกยํ ธมฺโม นมตฺถุ เต ฯ

ฉบับหลวง

บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านพราหมณ์ผู้โคดมอันพระราชาทรงบูชา พระราชาทรงพระราชทานภัต อันมีแกงเนื้ออย่างสะอาดแก่ท่าน ท่านรับภัตนั้นแล้วได้ถวายโภชนะแก่ฤาษี ชะรอยท่านจะรู้ว่า ตนมิได้เป็นเขตแห่งท่านข้าพเจ้าขอนอบน้อมแก่ท่าน ธรรมข้อนี้เป็นธรรมอะไรของท่าน?

บาลี (สยามรัฐ)

ภรามิ ปุตฺตทาเร จ ฆเรสุ คธิโต ๑ อหํ

ภุญฺช มานุสเก กาเม อนุสาสามิ ราชิโน

อารญฺญิกสฺส อิสิโน จิรรตฺตํ ตปสฺสิโน

วุฑฺฒสฺส ภาวิตตฺตสฺส ทาตุมรหามิ โภชนํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าพเจ้ายังกำหนัดอยู่ในเรือนทั้งหลาย ต้องเลี้ยงบุตรและภรรยา ถวายอนุศาสน์แก่พระราชา เชิญให้เสวยกามอันเป็นของมนุษย์ ข้าพเจ้าควรถวายโภชนะแก่ฤาษี ผู้อยู่ในป่าสิ้นกาลนาน ผู้เรืองตบะ เป็นวุฒบุคคลอบรมตนแล้ว.

บาลี (สยามรัฐ)

อิสิญฺจทานิ ปุจฺฉามิ กีสํ ธมนิสนฺถตํ

ปรูฬฺหกจฺฉนขโลมํ ปงฺกทนฺตํ รชสฺสิรํ

เอโก อรญฺเญ วิหรสิ นาวกงฺขสิ ชีวิตํ

ภิกฺขุ เกน ตยา เสยฺโย ยสฺส ตฺวํ โภชนํ อทา ฯ

ฉบับหลวง

บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านฤาษีผู้ซูบผอม สะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น มีเล็บและขนรักแร้งอกยาว ฟันเขลอะ มีธุลีบนศีรษะ ท่านอยู่ในป่าผู้เดียวไม่ห่วงใยชีวิต ภิกษุที่ท่านถวายโภชนะนั้นดีกว่าท่านด้วยคุณข้อไหน?

บาลี (สยามรัฐ)

ขณมาลุกลมฺพานิ ๒ พิลาลิตกฺกลานิ ๓ จ

ธุนํ สามากนิวารํ สํหาริยํ ปหาริยํ ๔

สากํ ภิสํ มธธ มํสํ พทรามลกานิ จ

ตานิ อาหตฺว ๕ ภุญฺชามิ อตฺถิ เม โส ปริคฺคโห

ปจนฺโต อปจนฺตสฺส อมมสฺส สกิญฺจโน

อนาทานสฺส สาทาโน ทาตุมรหามิ โภชนํ ฯ

๑ สี. ยุ. คถิโต ฯ ๒ ม. ขณนฺตาลุกลมฺพานิ ฯ ๓ สี. ยุ. พิฬาลิตกฺกฬานิ จ ฯ

๔ สํสาทิยํ ปสาทิยนฺติปิ ฯ สี. ม. สํฆาริยํ ปสาริยํ ฯ ๕ ม. อาหริตฺวา ฯ

ฉบับหลวง

อาตมภาพยังขุดเผือก มันมือเสือ มันนก ยังเก็บข้าวฟ่างและลูกเดือยมาตากตำ เที่ยวหาฝักบัว เหง้าบัว น้ำผึ้ง เนื้อสัตว์ พุทราและมะขามป้อมมาบริโภค ความยึดถือนั้นของอาตมายังมีอยู่ เมื่ออาตมายังหุงต้มก็ควรถวายโภชนะแก่ท่านผู้ไม่หุงต้ม ยังมีกังวลก็ควรถวายโภชนะแก่ผู้ไม่มีความห่วงใย ยังมีความถือมั่น ก็ควรถวายโภชนะแก่ท่านผู้ไม่มีความถือมั่น.

บาลี (สยามรัฐ)

ภิกฺขุญฺจทานิ ปุจฺฉามิ ตุณฺหิมาสีน สุพฺพตํ

อิติ เต ภตฺตํ ปาทาสิ สุจิมํสูปเสจนํ

ตํ ตฺวํ ภตฺตํ ปฏิคฺคยฺห ตุณฺหี ภุญฺชสิ เอกโก

นาญฺญํ กญฺจิ นิมนฺเตสิ โกยํ ธมฺโม นมตฺถุ เต ฯ

ฉบับหลวง

บัดนี้ กระผมขอถามท่าน ภิกษุผู้นั่งนิ่ง มีวัตรอันดี พระฤาษีถวายภัตตาหารอันปรุงด้วยเนื้อสะอาดแก่ท่านดังนั้น ท่านรับภัตตาหารนั้นแล้วนั่งนิ่ง ฉันอยู่องค์เดียว ไม่เชื้อเชิญใครๆ อื่น กระผมขอนมัสการแด่พระคุณท่าน นี้เป็นธรรมอะไรของพระคุณท่าน?

บาลี (สยามรัฐ)

น ปจามิ น ปาเจมิ น ฉินฺทามิ น เฉทเย

ตํ มํ อกิญฺจนํ ญตฺวา สพฺพปาเปหิ อารตํ

วาเมน ภิกฺขมาทาย ทกฺขิเณน กมณฺฑลล

อิสิ เม ภตฺตํ ปาทาสิ สุจิมํสูปเสจนํ ฯ

เอเต หิ ทาตุมรหนฺติ สมฺมา สปริคฺคหา

ปจฺจนีกมหํ มญฺเญ โย ทาตารํ นิมนฺตเย ฯ

ฉบับหลวง

อาตมาไม่ได้หุงต้มเอง ไม่ได้ให้ใครหุงต้ม ไม่ได้ตัดเอง ไม่ได้ให้ใครตัด ฤาษีรู้ว่าอาตมาไม่มีความกังวล เป็นผู้ห่างไกลจากบาปทั้งปวง จึงถือภิกษาหารด้วยมือซ้าย ถือเต้าน้ำด้วยมือขวา ถวายภัตตาหารอันปรุงด้วยเนื้อสะอาดแก่อาตมา. บุคคลเหล่านี้ยังมีความห่วงใย ยังมีความยึดถือ จึงสมควรจะให้ทาน อาตมาเข้าใจเอาว่า การที่บุคคลเชื้อเชิญผู้ให้นั้นเป็นการผิด

บาลี (สยามรัฐ)

อตฺถาย วต เม อชฺช อิธาคจฺฉิ รเถสโภ

โยหํ อชฺช ปชานามิ ๑ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

รฏฺเฐสุ คิทฺธา ราชาโน กิจฺจากิจฺเจสุ พฺราหฺมณา

อิสี มูลผเล คิทฺธา วิปฺปมุตฺตา จ ภิกฺขโวติ ฯ

ภิกฺขาปรมฺปรชาตกํ เตรสมํ ฯ

____________

ตสฺสุทฺทานํ

สุว กินฺนรมุกฺก ขราชินโส

ภิสชาต มเหสิ กโปตวโร

อถ โมร สตจฺฉก วาณิชโก

อถ ราช สพฺราหฺมณ ภิกฺขปรํ ฯ

ปกิณฺณกนิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑ สี. อิโต ปุพฺเพ น ชานามิ ฯ

ฉบับหลวง

วันนี้ พระราชาผู้ประเสริฐเสด็จมา ณ ที่นี้เพื่อประโยชน์แก่ข้าพระพุทธเจ้าหนอ ข้าพระพุทธเจ้าเพิ่งทราบชัดวันนี้เองว่าทานที่ให้ในท่านผู้ใดจะมีผลมาก. พระราชาทั้งหลายทรงกังวลอยู่ในแว่นแคว้น พราหมณ์ทั้งหลายกังวลอยู่ในกิจน้อยกิจใหญ่ ฤาษีกังวลอยู่ในเหง้ามันและผลไม้ส่วนพวกภิกษุหลุดพ้นได้แล้ว

จบ ภิกขาปรัมปรชาดกที่ ๑๓.

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. สาลิเกทารชาดก ๒. จันทกินนรชาดก

๓. มหาอุกกุสชาดก ๔. อุททาลกชาดก

๕. ภิสชาดก ๖. สุรุจิชาดก

๗. ปัญจุโปสถิกชาดก ๘. มหาโมรชาดก

๙. ตัจฉกสูกรชาดก ๑๐. มหาวาณิชชาดก

๑๑. สาธินราชชาดก ๑๒. ทสพราหมณ์ชาดก

๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก.

จบ ปกิณณกนิบาตชาดก

จบ ๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก