พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก
๑. อกิตติจริยา เล่ม ๓๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๓๖ ในจริยาปิฎกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๑. ทานปารมิตา
ปฐมํ อกิตฺติจริยํ ๑
จริยาปิฎก
๑. การบำเพ็ญทานบารมี
อกิตติจริยาที่ ๑
ว่าด้วยจริยาวัตรของอกิตติดาบส
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก อกิตติจริยา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)
กปฺเป จ สตสหสฺเส จตุโร จ อสงฺเขยฺเย
เอตฺถนฺตเร ยํ จริตํ สพฺพนฺตํ โพธิปาจนํ ฯ
อตีตกปฺเป จริตํ ฐปยิตฺวา ภวาภเว
อิมมฺหิ กปฺเป จริตํ ปวกฺขิสฺสํ สุโณหิ เม ฯ
ยทา อหํ พฺรหารญฺเญ สุญฺเญ วิวนกานเน ๒
อชฺโฌคเหตฺวา วิหรามิ อกิตฺติ ๓ นาม ตาปโส ฯ
ตทา มํ ตปเตเชน สนฺตตฺโต ติทิวาภิภู
ธาเรนฺโต พฺราหฺมณวณฺณํ ภิกฺขาย มํ อุปาคมิ ฯ
ปวนา อาภฏํ ปณฺณํ อเตลญฺจ อโลณิกํ
มม ทฺวาเร ฐิตํ ทิสฺวา สกฏาเหน อากิรึ ฯ
ตสฺส ทตฺวานหํ ปณฺณํ นิกุชฺชิตฺวาน ภาชนํ
ปุเนสนํ ชหิตฺวาน ปาวิสึ ปณฺณสาลกํ ฯ
ทุติยํ ทิวสํ ตติยํปิ อุปคจฺฉิ มมนฺติเก
อกมฺปิโต อโนลคฺโค เอวเมวมทาสหํ ฯ
น เม ตปฺปจฺจยา อตฺถิ สรีรสฺมึ วิวณฺณิยํ
ปีติสุเขน รติยา วีตินาเมมิ ตํ ทิวํ ฯ
ยทิ มาสํปิ ทฺวิมาสํ ทกฺขิเณยฺยํ วรํ ลเภ
อกมฺปิโต อโนลีโน ทเทยฺยํ ทานมุตฺตมํ ฯ
น ตสฺส ทานํ ททมาโน ยสํ ลาภญฺจ ปตฺถยึ
สพฺพญฺญุตํ ปตฺถยาโน ตานิ กมฺมานิ อาจรินฺติ ฯ
อกิตฺติจริยํ ปฐมํ ฯ
๑ ยุ. อกตฺติจริยํ ฯ ๒ ม. วิปินกานเน ฯ ยุ. วิวินกานเน ฯ ๓ ยุ. อกตฺติ นาม ฯ
ในสี่อสงไขยแสนกัป ความประพฤติอันใดในระหว่างนี้ ความประพฤติทั้งหมดนั้น เป็นเครื่องบ่มพระโพธิญาณ เราจักเว้นความประพฤติในภพน้อยใหญ่ในกัปเสีย จักบอกความประพฤติในกัปนี้จงฟังเรา ในกาลใด เราเป็นดาบสชื่ออกิตติ เข้าไปอาศัยอยู่ในป่าใหญ่อันว่างเปล่า สงัดเงียบปราศจากเสียงอื้ออึง ในกาลนั้น ด้วยเดชแห่งการประพฤติตบะของเรา สมเด็จอัมรินทร์ผู้ครองไตรทิพย์ทรงร้อนพระทัย ทรงแปลงเพศเป็นพราหมณ์เข้ามาหาเราเพื่อภิกษาเราได้เห็นอินทพราหมณ์มายืนอยู่ใกล้ประตูบรรณศาลาของเรา จึงเอาใบหมากเม่าที่เรานำมาแต่ป่า อันไม่มีน้ำมัน ทั้งไม่เค็ม ให้หมดพร้อมกับภาชนะ ครั้นได้ให้หมากเม่าแก่อินทพราหมณ์นั้นแล้วเราจึงคว่ำภาชนะ
ละการแสวงหาใบหมากเม่าใหม่ เข้าไปยังบรรณศาลา แม้ในวันที่ ๒ แม้ในวันที่ ๓ อินทพราหมณ์ก็เข้ามายังสำนักของเรา เราไม่หวั่นไหว ไม่อาลัยในชีวิต ได้ให้หมดสิ้นเช่นวันก่อนเหมือนกัน ในสรีระของเราไม่มีความหมองศรีเพราะการอดอาหารนั้นเป็นปัจจัย เรายับยั้งอยู่ตลอดวันนั้นๆ ด้วยปีติ สุข และความยินดี (อันเกิดแต่ความยินดี) ถ้าเราพึงได้ทักขิเณยยบุคคลผู้ประเสริฐ แม้เดือนหนึ่งสองเดือนเราก็ไม่หวั่นไหว ไม่ท้อแท้ใจพึงให้ทานอันอุดม เมื่อให้ทานแก่อินทพราหมณ์นั้น เราจะได้ปรารถนายศและลาภก็หามิได้ เราปรารถนาพระสัพพัญญุตญาณ(เท่านั้น) จึงได้ประพฤติกรรมเหล่านั้น ฉะนี้.
จบอกิตติจริยาที่ ๑
จบ ๑. อกิตติจริยา