พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก
๙. วัฏฏกโปตกจริยา เล่ม ๓๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒๙/๓๖ ในจริยาปิฎกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
นวมํ วฏฺฏกโปตกจริยํ
วัฏฏกโปตกจริยาที่ ๙
ว่าด้วยจริยาวัตรของลูกนกคุ้ม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก วัฏฏกโปตกจริยา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)
ปุนาปรํ ยทา โหมิ มคเธ วฏฺฏโปตโก
อชาตปกฺโข ตรุโณ มํสเปสิ กุลาวเก ฯ
มุขตุณฺฑเกน อาหริตฺวา มาตา โปสยตี มมํ
ตสฺสา ผสฺเสน ชีวามิ นตฺถิ เม กายิกํ พลํ ฯ
สํวจฺฉเร คิมฺหสมเย ทวทาโห ปทิปฺปติ
อุปคจฺฉติ อมฺหากํ ปาวโก กณฺหวตฺตนิ ฯ
ธมธมํ ๑ อิติ เอวํ สทฺทายนฺโต มหา สิขี
อนุปุพฺเพน ฌาเปนฺโต อคฺคิ มมมุปาคมิ ฯ
อคฺคิเวคภยา ภีตา ตสิตา มาตา ปิตา มม
กุลาวเก มํ ฉฑฺเฑตฺวา อตฺตานํ ปริโมจยุํ ฯ
ปาเท ปกฺเข ปชหามิ นตฺถิ เม กายิกํ พลํ
โสหํ อคติโก ตตฺถ เอวํ จินฺเตสหํ ตทา ฯ
เยสาหํ อุปธาเวยฺยํ ภีโต ตสิตเวธิโต
เต มํ โอหาย ปกฺกนฺตา กถํ เม อชฺช กาตเว ฯ
อตฺถิ โลเก สีลคุโณ สจฺจํ โสเจยฺยนุทฺทยา
เตน สจฺเจน กาหามิ สจฺจกิริยมุตฺตมํ ๒ ฯ
อาวชฺชิตฺวา ธมฺมพลํ สริตฺวา ปุพฺพเก ชิเน
สจฺจพลมวสฺสาย สจฺจกิริยมกาสหํ ฯ
สนฺติ ปกฺขา อปตนา สนฺติ ปาทา อวญฺจนา
มาตา ปิตา จ นิกฺขนฺตา ชาตเวท ปฏิกฺกม ฯ
สห สจฺเจ กเต มยฺหํ มหาปชฺชลิโต สิขี
วชฺเชสิ โสฬส กรีสานิ อุทกํ ปตฺวา ยถา สิขี
สจฺเจน เม สโม นตฺถิ เอสา เม สจฺจปารมีติ ฯ
วฏฺฏกโปตกจริยํ นวมํ ฯ
๑ ม. ธมธมา ฯ ยุ. ธูมธูมญฺชนีเตฺววํ ฯ ๒ สจฺจกิริยมนุตฺตรํ อิติปิ ปาโฐ ฯ
อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นลูกนกคุ้ม ขนยังไม่งอก ยังอ่อนเป็นดังชิ้นเนื้อ อยู่ในรัง ในมคธชนบท ในกาลนั้น มารดาเอาจะงอยปากคาบเหยื่อมาเลี้ยงเรา เราเป็นอยู่ด้วยผัสสะของมารดา กำลังกายของเรายังไม่มี ในฤดูร้อนทุกๆ ปี มีไฟป่าไหม้ลุกลามมา ไฟไหม้ป่าเป็นทางดำลุกลามมาใกล้เรา ไฟไหม้ป่าลุกลามใหญ่หลวงเสียงสนั่นอื้ออึง ไฟไหม้ลุกลามมาโดยลำดับ เข้ามาใกล้จวนจะถึงเรา มารดาบิดาของเราสะดุ้งใจหวาดหวั่น เพราะกลัวไฟที่ไหม้มาโดยเร็ว จึงทิ้งเราไว้ในรังหนีเอาตัวรอดไปได้ เราเหยียดเท้า กางปีกออกรู้ว่า กำลังกายของเราไม่มี เรานั้นไปไม่ได้อยู่ในรังนั่นเอง จึงคิดอย่างนี้ในกาลนั้นว่า เมื่อก่อนเราสะดุ้งหวาดหวั่น
พึงเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในระหว่างปีกของมารดาบิดา บัดนี้ มารดาบิดาทิ้งเราหนีไปเสียแล้ว วันนี้ เราจะทำอย่างไรศีลคุณ ความสัตย์ พระสัพพัญญูพุทธเจ้าผู้ประกอบด้วยความสัตย์เอ็นดูกรุณามีอยู่ในโลก ด้วยความสัตย์นั้นเราจักกระทำ สัจจกิริยาอันสูงสุดเราคำนึงถึงกำลังพระธรรมระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้พิชิตมารอันมีในก่อน ได้กระทำสัจจกิริยา แสดงกำลังความสัตย์ว่า ปีกของเรามีอยู่ แต่ไม่มีขนเท้าของเรามีอยู่ แต่ยังเดินไม่ได้ มารดาบิดาก็พากันบินออกไปแล้วแน่ะไฟ จงกลับไป(จงดับเสีย) พร้อมกับเมื่อเรากระทำสัจจกิริยา ไฟที่ลุกรุ่งโรจน์ใหญ่หลวงเว้นไว้ ๑๖ กรีส ไฟดับ ณ ที่นั้นเหมือนจุ่มลงในน้ำผู้เสมอด้วยความสัตย์ของเราไม่มี นี้เป็นสัจจบารมีของเรา ฉะนี้แล.
จบวัฏฏกโปตกจริยาที่ ๙
จบ ๙. วัฏฏกโปตกจริยา