arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก

๑๓. สุวรรณสามจริยา เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓๓/๓๖ ในจริยาปิฎกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เตรสมํ สุวณฺณสามจริยํ

สุวรรณสามจริยาที่ ๑๓

ว่าด้วยพระจริยาวัตรของสุวรรณสามดาบส

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก สุวรรณสามจริยา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

บาลี (สยามรัฐ)

สาโม ยทา วเน อาสึ สกฺเกน อภินิมฺมิโต

ปวเน สีหพฺยคฺเฆหิ เมตฺตายมุปนามยึ ฯ

สีหพฺยคฺเฆหิ ทีปีหิ อจฺเฉหิ มหิเสหิ จ

ปสทมิควราเหหิ ปริวาเรตฺวา วเน วสึ ฯ

น มํ โกจิ อุตฺตสติ นปิหํ ภายามิ กสฺสจิ

เมตฺตา พเลนุปตฺถทฺโธ รมามิ ปวเน ตทาติ ฯ

สุวณฺณสามจริยํ เตรสมํ ฯ

ฉบับหลวง

ในกาลเมื่อเราเป็นดาบส อันท้าวสักกะเชื้อเชิญมาอยู่ในป่า เรากับราชสีห์แลเสือโคร่งในป่าใหญ่ ต่างน้อมเมตตาเข้าหากัน (เราเข้าใกล้ราชสีห์และเสือโคร่งในป่าใหญ่ได้ด้วยเมตตา) เราแวดล้อมด้วยราชสีห์ เสือโคร่ง เสือเหลือง หมี กระบือ กวางดาวและหมูอยู่ในป่าใหญ่ สัตว์อะไรๆ มิได้สะดุ้งกลัวเรา แม้เรามิได้กลัวสัตว์อะไรๆ เพราะเรากำลังเมตตาค้ำจุน จึงยินดีอยู่ในป่าในกาลนั้นฉะนี้แล.

จบสุวรรณสามจริยาที่ ๑๓

จบ ๑๓. สุวรรณสามจริยา