arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก

๑๐. มัจฉราชจริยา เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓๐/๓๖ ในจริยาปิฎกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ทสมํ มจฺฉราชจริยํ

มัจฉราชจริยาที่ ๑๐

ว่าด้วยจริยาวัตรของพระยาปลา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก มัจฉราชจริยา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

บาลี (สยามรัฐ)

ปุนาปรํ ยทา โหมิ มจฺฉราชา มหาสเร

อุเณฺห สุริยสนฺตาเป สเร อุทกํ ขียถ ฯ

ตโต กากา จ คิชฺฌา จ กงฺกา ๑ กุลลเสนกา

ภกฺขยนฺติ ทิวา รตฺตึ มจฺเฉ อุปนิสีทิย ฯ

เอวํ จินฺเตสหํ ตตฺถ สห ญาตีหิ ปีฬิโต

เกน นุ โข อุปาเยน ญาตี ทุกฺขา ปโมจเย ฯ

จินฺตยิตฺวาน ธมฺมตฺถํ สจฺจํ อทฺทสํ ปสฺสยํ

สจฺเจ ฐตฺวา ปโมเจสึ ญาตีนํ ตํ อติกฺขยํ ฯ

อนุสฺสริตฺวา สตํ ธมฺมํ ปรมตฺถํ วิจินฺตยํ

อกาสึ สจฺจกิริยํ ยํ โลเก ธุวสสฺสตํ ฯ

ยโต สรามิ อตฺตานํ ยโต ปตฺโตสฺมิ วิญฺญุตํ

นาภิชานามิ สญฺจิจฺจ เอกปาณํปิ หึสิตํ ๒ ฯ

เอเตน สจฺจวชฺเชน ปชฺชุนฺโน อภิวสฺสตุ

อภิตฺถนย ปชฺชุนฺน นิธึ กากสฺส นาสย ฯ

กากํ โสกาย รนฺเธหิ มจฺเฉ โสกา ปโมจย

สห กเต สจฺจวเร ปชฺชุนฺโน อภิคชฺชิย ฯ

ถลํ นินฺนญฺจ ปูเรนฺโต ขเณน อภิวสฺสถ

เอวรูปํ สจฺจวรํ กตฺวา วิริยมุตฺตมํ ฯ

วสฺสาเปสึ มหาเมฆํ สจฺจเตชพลสฺสิโต

สจฺเจน เม สโม นตฺถิ เอสา เม สจฺจปารมีติ ฯ

มจฺฉราชจริยํ ทสมํ ฯ

๑ ยุ. พกา ฯ ๒ วิหึสิตํ อิติปิ ฯ

ฉบับหลวง

อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระยาปลาอยู่ในสระใหญ่น้ำในสระแห้งขอด เพราะแสงพระอาทิตย์ในฤดูร้อน ที่นั้นกา แร้ง นกกระสานกตะกรุมและเหยี่ยว มาคอยจับปลากินทั้งกลางวันกลางคืน ในกาลนั้น เราคิดอย่างนี้ว่า เรากับหมู่ญาติถูกบีบคั้น จะพึงเปลื้องหมู่ญาติให้พ้นจากทุกข์ได้ด้วยอุบายอะไรหนอ เราคิดแล้ว ได้เห็นความสัตย์อันเป็นอรรถเป็นธรรมว่า เป็นที่พึ่งของหมู่ญาติได้ เราตั้งอยู่ในความสัตย์แล้ว จะเปลื้องความพินาศใหญ่ของหมู่ญาตินั้นได้เรานึกถึงธรรมของสัตบุรุษ คิดถึงการไม่เบียดเบียนสัตว์ อันยั่งยืนเที่ยงแท้ในโลก ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งได้ แล้วได้กระทำสัจจกิริยาว่า ตั้งแต่เราระลึกตนได้

ตั้งแต่เรารู้ความมาจนถึงบัดนี้ เราไม่รู้สึกว่าแกล้งเบียดเบียนสัตว์แม้ตัวหนึ่งให้ได้รับความลำบากเลยด้วยสัจจวาจานี้ ขอเมฆจงยังฝนให้ตกห่าใหญ่ แน่ะเมฆ ท่านจงเปล่งสายฟ้าคำรามให้ฝนตกจงทำขุมทรัพย์ของกาให้พินาศไป ท่านจงยังกาให้เดือดร้อนด้วยความโศก จงปลดเปลื้องฝูงปลาจากความโศกพร้อมกับเมื่อเราทำสัจจกิริยา เมฆส่งเสียงสนั่นครั่นครื้น ยังฝนให้ตกครู่เดียว ก็เต็มเปี่ยมทั้งที่ดอนและที่ลุ่ม ครั้นเราทำความเพียรอย่างสูงสุด อันเป็นความสัตย์อย่างประเสริฐเห็นปานนี้แล้ว อาศัยกำลังอานุภาพความสัตย์ จึงยังให้ฝนตกห่าใหญ่ผู้เสมอด้วยความสัตย์ของเราไม่มี นี้เป็นสัจจบารมีของเราฉะนี้แล.

จบมัจฉราชจริยาที่ ๑๐

จบ ๑๐. มัจฉราชจริยา