arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก

๖. มูคผักขจริยา เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒๖/๓๖ ในจริยาปิฎกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉฏฺฐํ มูคผกฺขจริยํ

มูคผักขจริยาที่ ๖

ว่าด้วยพระจริยาวัตรของมูคผักขกุมาร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก มูคผักขจริยา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

บาลี (สยามรัฐ)

ปุนาปรํ ยทา โหมิ กาสิราชสฺส อตฺรโช

มูคผกฺโขติ ๑ นาเมน เตมิโยติ วทนฺติ มํ ฯ

โสฬสิตฺถีสหสฺสานํ น วิชฺชติ ปุโม ตทา

อโหรตฺตานมจฺจเยน นิพฺพตฺโต อหเมกโก ฯ

กิจฺฉา ลทฺธํ ปิยํ ปุตฺตํ อภิชาตํ ชุตินฺธรํ

เสตจฺฉตฺตํ ธารยิตฺวาน สยเน โปเสสิ มํ ปิตา ฯ

นิทฺทายมาโน สยนวเร ปพุชฺฌิตฺวานหํ ตทา

อทฺทสํ ปณฺฑรํ ฉตฺตํ เยนาหํ นิรยํ คโต ฯ

สห ทิฏฺฐิสฺส ๒ เม ฉตฺตํ ตาโส อุปฺปชฺชิ เภรโว

วินิจฺฉยํ สมาปนฺโน กทาหํ อิมํ มุญฺจิสฺสํ ฯ

ปุพฺพสาโลหิตา มยฺหํ เทวตา อตฺถกามินี

สา มํ ทิสฺวาน ทุกฺขิตํ ตึสุ ฐาเนสุ โยชยิ ฯ

มา ปณฺฑิจฺจยํ วิภาวย พาลมโต ภว สพฺพปาณินํ

สพฺโพ ตญฺชโน โอจินายตุ เอวํ ตว อตฺโถ ภวิสฺสติ ฯ

เอวํ วุตฺตายหํ ตสฺสา อิทํ วจนมพฺรวึ

กโรมิ เต ตํ วจนํ ยํ มํ ภณสิ เทวเต ฯ

อตฺถกามาสิ เม อมฺม หิตกามาสิ เทวเต

ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา สาคเรว ถลํ ลภึ ฯ

หฏฺโฐ สํวิคฺคมานโส ตโย องฺเค อธิฏฺฐหึ

มูโค อโหสึ พธิโร ผกฺโข ๑ คติวิวชฺชิโต ฯ

เอเต องฺเค อธิฏฺฐาย วสฺสานิ โสฬสํ วสึ

ตโต เม หตฺเถ ปาเท จ ชิวฺหํ โสตญฺจ มทฺทิย

อนูนตํ เม ปสฺสิตฺวา กาฬกณฺณีติ นินฺทิสุํ ฯ

ตโต ชานปทา สพฺเพ เสนาปติปุโรหิตา

สพฺเพ เอกมนา หุตฺวา ฉฑฺฑนํ อนุโมทิสุํ ฯ

โสหํ เตสํ มตึ สุตฺวา หฏฺโฐ สํวิคฺคมานโส

ยสฺสตฺถาย ตโป จิณฺโณ โส เม อตฺโถ สมิชฺฌถ ฯ

นฺหาเปตฺวา อนุลิมฺเปตฺวา เวเฐตฺวา ราชเวฐนํ

อภิสิญฺจิตฺวา ฉตฺเตน กาเรสุํ ปุรํ ปทกฺขิณํ ฯ

สตฺตาหํ ธารยิตฺวาน อุคฺคเต รวิมณฺฑเล

รเถน มํ นีหริตฺวา สารถิ วนมุปาคมิ ฯ

เอโกกาเส รถํ กตฺวา สชฺชสฺสํ หตฺถมุญฺจิโต ๒

สารถิ ขณตี กาสุํ นิกฺขาตุํ ปฐวิยา มมํ ฯ

อธิฏฺฐิตมธิฏฺฐานํ ตชฺเชนฺโต วิวิธการณา

น ภินฺทึว ตมธิฏฺฐานํ โพธิยาเยว การณา ฯ

มาตา ปิตา น เม เทสฺสา อตฺตา เม น จ เทสฺสิโย

สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ ตสฺมา ว ตมธิฏฺฐหึ ฯ

เอเต องฺเค อธิฏฺฐาย วสฺสานิ โสฬสํ วสึ

อธิฏฺฐาเนน [๑] สโม นตฺถิ เอสา เม อธิฏฺฐานปารมีติ

มูคผกฺขจริยํ ฉฏฺฐํ ฯ

๑ ม. ยุ. มูคปกฺโขติ ฯ ๒ ม. ทิฏฺฐสฺส ฯ

๑ ม. ยุ. ปกฺโข ฯ ๒ ยุ. หตฺถมุญฺจิตํ ฯ

ฉบับหลวง

อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระราชโอรสของพระเจ้ากาสีชนทั้งหลายเรียกเราโดยชื่อว่ามูคผักขกุมารบ้าง เตมิยกุมารบ้างในกาลนั้น พระสนมนางในหมื่นหกพัน ไม่มีพระราชโอรส โดยวันคืนล่วงไปๆ เราบังเกิดผู้เดียว พระบิดารับสั่งให้ตั้งเศวตฉัตรให้เลี้ยงดูเราผู้เป็นบุตรสุดที่รัก อันได้ด้วยยากเป็นอภิชาตบุตร ทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรือง บนที่นอน ในกาลนั้น เรานอนอยู่บนที่นอนอันอ่อนนุ่ม ตื่นขึ้นแล้วได้เห็นเศวตฉัตรอันเป็นเหตุให้เราไปสู่นรกความสะดุ้งหวาดกลัวเกิดขึ้นแล้วแก่เรา พร้อมกับได้เห็นฉัตร เราถึงความวินิจฉัยว่า เมื่อไรหนอ เราจึงจะเปลื้องธุลีนี้ได้ เทพธิดาผู้เป็นสาโลหิตของเรามาก่อน

ผู้ใคร่ประโยชน์ต่อเรา นางเห็นเราผู้ประกอบไปด้วยทุกข์ จึงแนะนำให้เราประกอบในเหตุ ๓ ประการว่าท่านจงอย่าแสดงความเป็นบัณฑิต จงแสดงความเป็นคนโง่แก่ชนทั้งปวง ชนทั้งหมดนั้นก็จะดูหมิ่นท่าน ประโยชน์จักมีแก่ท่านด้วยอาการอย่างนี้ เมื่อเทพธิดากล่าวอย่างนี้แล้ว เราได้กล่าวดังนี้ว่าดูก่อนนางเทพธิดา ข้าพเจ้าจะทำตามคำที่ท่านกล่าวกะเราฉะนั้น ท่านเป็นผู้ปรารถนาประโยชน์ เป็นผู้ใคร่ความเกื้อกูลแก่ข้าพเจ้า แม่เทพธิดา ครั้นเราได้ฟังคำของเทพธิดานั้นแล้ว เหมือนดังได้พบฝั่งในสาคร ร่าเริงดีใจ ได้อธิษฐานองค์ ๓ ประการ คือ เราเป็นคนใบ้เป็นคนหูหนวก เป็นคนง่อยเปลี้ยเว้นจากคติ เราอธิฐานองค์ ๓ประการนี้อยู่ ๑๖ ปี

ครั้งนั้น เสนาบดีเป็นต้นตรวจดูมือเท้า ลิ้นและช่องหูของเราแล้ว เห็นความไม่บกพร่องของเรา ติเตียนว่าเป็นคนกาฬกิณี ทีนั้นชาวชนบท เสนาบดี และปุโรหิตทั้งปวงร่วมใจกันทั้งหมด พลอยดีใจการที่รับสั่งให้นำไปทิ้ง เรานั้นได้ฟังความประสงค์ของเสนาบดีเป็นต้นนั้นแล้ว ร่าเริงดีใจว่า เราประพฤติตบะมาเพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นจะสำเร็จแก่เรา ราชบุรุษทั้งหลายอาบน้ำให้เรา ไล้ทาด้วยของหอม สวมราชมงกุฏราชาภิเษกแล้ว มีฉัตรที่บุคคลถือไว้ให้ทำประทักษิณพระนครดำรงเศวตฉัตรอยู่ ๗ วัน พอดวงอาทิตย์ขึ้นนายสารถีอุ้มเราขึ้นรถ เข้าไปยังป่า นายสารถีหยุดรถไว้ ณ โอกาสหนึ่งปล่อยรถเทียมม้าพอพ้นมือ ก็ขุดหลุมเพื่อจะฝังเราเสียในแผ่นดิน พระมหากษัตริย์ทรงคุกคามการอธิษฐาน ที่เราอธิษฐานไว้ด้วยเหตุต่างๆ แต่เราก็ไม่ทำลายการอธิษฐานนั้น เพราะเหตุแห่งโพธิญาณนั่นเอง เราจะเกลียดพระมารดาพระบิดาก็หามิได้เราจะเกลียดตนเองก็หามิได้ แต่พระสัญพัญญุตญาณ เป็นที่รักของเรา เพราะฉะนั้นแหละ เราจึงอธิษฐานองค์ ๓ ประการนี้ เราอธิษฐานองค์ ๓ ประการนี้อยู่ ๑๖ ปี ผู้เสมอด้วยอธิษฐานของเราไม่มี นี่เป็นอธิษฐานบารมีของเรา ฉะนี้แล.

จบมูคผักขจริยาที่ ๖

จบ ๖. มูคผักขจริยา