พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · เอกาทสกนิบาต
๕. ปานียชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๔๒–๑๕๕๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๙ ในเอกาทสกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เอกาทสกนิบาต ปานียชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๓๙๔–๓๙๖
[๑๕๘๓] มารดาบิดา พี่น้องชายหญิง ภรรยาและสามี พร้อมทั้งทรัพย์ แม้เขาเหล่านั้นต่างก็จะละทิ้งกันไปดูก่อนแม่อุทัยภัททาเทวี เธออย่าประมาท จงประพฤติธรรมเถิด
[๑๕๘๔] ดูก่อนแม่อุทัยภัททาเทวีเธอพึงทราบว่าร่างกายเป็นอาหาร ของสัตว์อื่น ๆ พึงทราบว่าสุคติและทุคติในสังสารวัฏเป็นที่พัก ชั่วคราว เธออย่าประมาท จงประพฤติธรรมเถิด(พระนางเจ้าอุทัยภัททาเทวีทรงชมเชยว่า)
{๑๕๔๑} [๑๕๘๕] เทพบุตรพูดดี ชีวิตของเหล่าสัตว์น้อยนิด ทั้งลำเค็ญ ทั้ง นิดหน่อย ทั้งประกอบด้วยทุกข์ หม่อมฉันจักสละเมืองสุรุนธนะ แคว้นกาสี ออกบวชอยู่ตามลำพัง
๕. ปานียชาดก (๔๕๙)
ว่าด้วยการทำบาปแล้วรังเกียจบาปที่ทำ
(พระปัจเจกพุทธเจ้า ๕ องค์เมื่อถวายพรแด่พระราชาโพธิสัตว์ผู้มี พระทัยเลื่อมใสทรงนิมนต์ให้เข้าไปยังพระราชนิเวศน์แล้วอังคาสให้อิ่มหนำ ด้วยขาทนียโภชนียาหารอันประณีต ได้แสดงธรรมเป็นคาถาดังนี้ว่า){๑๕๔๒} [๑๕๘๖] อาตมภาพเป็นเพื่อนของชายคนหนึ่ง ได้บริโภคนํ้าของเพื่อนที่เขาไม่ได้ให้ ภายหลังอาตมภาพรังเกียจด้วยการกระทํานั้นว่า ‘เรา ได้ทำบาปนั้นไว้แล้ว อย่าได้ทำบาปนั้นอีกเลย’ เพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงออกบวช{๑๕๔๓} [๑๕๘๗] ความพอใจได้เกิดขึ้นแก่อาตมภาพเพราะเห็นภรรยาของผู้อื่น ภายหลังอาตมภาพรังเกียจด้วยการกระทำนั้นว่า ‘เราได้ทำบาป
นั้นไว้แล้ว อย่าได้ทำบาปนั้นอีกเลย’ เพราะเหตุนั้น อาตมภาพ จึงออกบวช
{๑๕๔๔} [๑๕๘๘] ขอถวายพระพรมหาบพิตร พวกโจรจับโยมบิดาของอาตมภาพ ไว้ในป่า อาตมภาพถูกโจรเหล่านั้นถาม ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ แต่ก็ได้ แกล้งพูดถึงโยมบิดานั้นเป็นอย่างอื่นไป[๑๕๘๙] ภายหลังอาตมภาพรังเกียจด้วยการกระทำนั้นว่า ‘เราได้ทำบาป นั้นไว้แล้ว อย่าได้ทำบาปนั้นอีกเลย’ เพราะเหตุนั้น อาตมภาพ จึงออกบวช{๑๕๔๕} [๑๕๙๐] เมื่อถึงคราวประกอบพิธีบูชาพระจันทร์ พวกมนุษย์ก็พากันทำ ปาณาติบาต
[๑๕๙๑] อาตมภาพได้ยอมอนุญาตให้แก่พวกเขาภายหลังอาตมภาพ รังเกียจด้วยการกระทำนั้นว่า ‘เราได้ทำบาปนั้นไว้แล้ว อย่าได้ ทำบาปนั้นอีกเลย’ เพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงออกบวช{๑๕๔๖} [๑๕๙๒] ในกาลก่อน หมู่ชนในหมู่บ้านของอาตมภาพเข้าใจผิดคิดว่าสุรา และเมรัยเป็นนํ้าหวานจึงพากันดื่มนํ้าเมาเพื่อความฉิบหายแก่ ชนเป็นอันมาก[๑๕๙๓] อาตมภาพได้ยอมอนุญาตให้พวกเขาดื่มกันภายหลัง อาตมภาพจึงรังเกียจด้วยการกระทำนั้นว่า ‘เราได้ทำบาปนั้นไว้ แล้ว อย่าได้ทำบาปนั้นอีกเลย’ เพราะเหตุนั้น อาตมภาพ จึงออกบวช(พระราชาโพธิสัตว์ผู้ได้บรรลุฌานเมื่อทรงตำหนิกาม จึงตรัสว่า)
{๑๕๔๗} [๑๕๙๔] น่าตำหนิแท้ กามเป็นอันมากมีกลิ่นเหม็น มีเสี้ยนหนามมาก ซึ่งเราซ่องเสพอยู่ แต่ก็ไม่ได้รับความสุขเช่นนั้นเลย
(พระอัครมเหสีทรงสรรเสริญกามว่า)
{๑๕๔๘} [๑๕๙๕] กามทั้งหลายมีความยินดีมาก นำสุขมาให้ สุขอื่นยิ่งกว่ากามไม่มี เหล่าชนที่ซ่องเสพกามย่อมเข้าถึงสวรรค์
(พระราชาโพธิสัตว์ทรงสดับดังนั้น จึงตรัสโทษแห่งกามว่า)
{๑๕๔๙} [๑๕๙๖] กามทั้งหลายมีความยินดีน้อย นำทุกข์มาให้ ทุกข์อื่นยิ่งกว่ากามไม่มี เหล่าชนที่ซ่องเสพกามย่อมเข้าถึงนรก
{๑๕๕๐} [๑๕๙๗] กามทั้งหลายเป็นทุกข์เจ็บปวด ยิ่งกว่าความเจ็บปวดเพราะถูกดาบที่ลับดีแล้วฟันเอา กว่าความเจ็บปวดเพราะถูกกระบี่ที่ลับดีแล้วแทงเอา และกว่าความเจ็บปวดเพราะถูกหอกที่ลับดีแล้วซัดเอาที่อก{๑๕๕๑} [๑๕๙๘] กามทั้งหลายเป็นทุกข์เร่าร้อนยิ่งกว่าความร้อนในหลุมถ่านที่ลุกโพลง ลึกชั่วคน และกว่าความร้อนของผาลที่ถูกเผามาทั้งวัน
{๑๕๕๒} [๑๕๙๙] กามทั้งหลายเป็นทุกข์ร้อนแรงยิ่งกว่าความร้อนแรงของยาพิษ ชนิดร้ายแรง กว่าความร้อนแรงของน้ำมันที่เดือดพล่าน และ กว่าความร้อนแรงของทองแดงที่หลอมละลายแล้ว
๖. ยุธัญชยชาดก (๔๖๐)
ว่าด้วยเหตุผลและการทัดทานการทรงผนวช
(พระราชกุมารโพธิสัตว์นามว่ายุธัญชัยทูลขออนุญาตบวชว่า)
{๑๕๕๓} [๑๖๐๐] หม่อมฉันขอถวายบังคมพระองค์ผู้เป็นจอมทัพผู้มีมิตรและ อำมาตย์แวดล้อมแน่นขนัด ข้าแต่ทูลกระหม่อมหม่อมฉันจักบวช ขอได้โปรดทรงอนุญาตเถิด
จบ ๕. ปานียชาดก