arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · อัฏฐกนิบาต

๙. อัฏฐานชาดก เล่ม ๒๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๘๘–๑๑๙๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในอัฏฐกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก อัฏฐกนิบาต อัฏฐานชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๓๒๐–๓๒๒

หน้า ๓๒๐

{๑๑๘๖} [๑๒๑๕] บุคคลย่อมเกิดในตระกูลกษัตริย์เพราะพรหมจรรย์อย่างตํ่า เกิด ในเทวโลกเพราะพรหมจรรย์อย่างกลาง และบริสุทธิ์ได้เพราะ พรหมจรรย์อย่างสูง {๑๑๘๗} [๑๒๑๖] ทาน ท่านผู้รู้สรรเสริญโดยส่วนมากก็จริง แต่ว่าบทแห่งธรรม แลประเสริฐกว่าทานเพราะว่าสัตบุรุษทั้งหลายผู้มีปัญญาใน ครั้งก่อนหรือว่าก่อนกว่านั้นอีกเจริญสมถวิปัสสนาแล้วได้บรรลุ นิพพานทีเดียว

๙. อัฏฐานชาดก (๔๒๕)

ว่าด้วยสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

(มหาธนฤๅษีโพธิสัตว์กล่าวกะหญิงโสเภณีที่มาอ้อนให้ไปด้วยกันว่า)

{๑๑๘๘} [๑๒๑๗] เมื่อใด แม่นํ้าคงคาดาดาษด้วยดอกบัวนกดุเหว่ามีสีขาว เหมือนสังข์ และต้นหว้าจะออกผลเป็นผลตาล เมื่อนั้นแหละ เราทั้งสองจึงจะอยู่ร่วมกันได้แน่{๑๑๘๙} [๑๒๑๘] เมื่อใด ผ้าปาวาร ๓ ชนิดจะพึงสำเร็จได้ด้วยขนเต่า ใช้เป็นเครื่องกันหนาวในฤดูเหมันต์ได้เมื่อนั้นแหละเราทั้งสอง จึงจะอยู่ร่วมกันได้แน่

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑คาถานี้มีอรรถาธิบายดังนี้ ในลัทธิของนักบวชนอกพระพุทธคาสนา ความประพฤติเพียงขั้นศีล คือการงดเว้นเสพเมถุน จัดเป็นพรหมจรรย์อย่างต่ำ ความประพฤติขั้นจวนจะบรรลุฌาน จัด เป็นพรหมจรรย์อย่างกลาง สมาบัติ ๘ (รูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔) จัดเป็นพรหมจรรย์อย่างสูงซึ่ง อำนวยผลให้เป็นผู้บริสุทธิ์โดยการเกิดในพรหมโลก ในพระพุทธศาสนา การที่ท่านผู้มีศีลประพฤติ พรหมจรรย์มุ่งปรารถนาเป็นเทพจำพวกหนึ่ง จัดเป็นเป็นพรหมจรรย์อย่างต่ำ การที่ท่านผู้มีศีล บริสุทธิ์บำเพ็ญเพียรให้สมาบัติบังเกิดในตน จัดเป็นพรหมจรรย์อย่างกลางการที่ท่านผู้มีศีล บริสุทธิ์เจริญวิปัสสนาจนได้บรรลุอรหัตตผล จัดเป็นพรหมจรรย์อย่างสูง (ขุ.ชา.อ. ๕/๒๘๖-๒๘๗)
หน้า ๓๒๑

{๑๑๙๐} [๑๒๑๙] เมื่อใด ขาของยุงทั้งหลายจะพึงทำเป็นป้อมที่มั่นคงไม่หวั่นไหว อาจจะทานคนผู้ขึ้นรบได้นับร้อย เมื่อนั้นแหละเราทั้งสอง จึงจะอยู่ร่วมกันได้แน่{๑๑๙๑} [๑๒๒๐] เมื่อใด เขากระต่ายจะ พึงทำเป็นบันไดเพื่อขึ้นไปสวรรค์ได้ เมื่อนั้นแหละ เราทั้งสองจึงจะอยู่ร่วมกันได้แน่

{๑๑๙๒} [๑๒๒๑] เมื่อใด หนูทั้งหลายจะ พึงไต่บันไดขึ้นไปกัดดวงจันทร์และขับไล่ราหูให้หนีไปได้ เมื่อนั้นแหละ เราทั้งสองจึงจะอยู่ร่วมกันได้แน่{๑๑๙๓} [๑๒๒๒] เมื่อใด แมลงวันทั้งหลายที่บินไปเป็นฝูง ๆ จะดื่มเหล้าหมดหม้อ เมาแล้วพึงเข้าไปอยู่ในกองเพลิงได้ เมื่อนั้นแหละ เราทั้งสอง จึงจะอยู่ร่วมกันได้แน่{๑๑๙๔} [๑๒๒๓] เมื่อใด ลาจะพึงมีริมฝีปากเหมือนผลมะพลับ มีหน้างามเหมือนแว่นทอง ฉลาดในการฟ้อนรำขับร้องได้ เมื่อนั้นแหละ เราทั้งสองจึงจะอยู่ร่วมกันได้แน่{๑๑๙๕} [๑๒๒๔] เมื่อใด กากับนกเค้าจะพึงรักกันและกัน ปรึกษาปรองดองกัน อยู่ในที่ลับได้ เมื่อนั้นแหละ เราทั้งสองจึงจะอยู่ร่วมกันได้แน่{๑๑๙๖} [๑๒๒๕] เมื่อใดใบอ่อนจากเหง้าบัวจะพึงเป็นร่มที่มั่นคงป้องกันฝนได้ เมื่อนั้นแหละ เราทั้งสองจึงจะอยู่ร่วมกันได้แน่

{๑๑๙๗} [๑๒๒๖] เมื่อใด นกตัวเล็ก ๆ จะพึงเอาจะงอยปากคาบภูเขาคันธมาทน์ บินไปได้ เมื่อนั้นแหละ เราทั้งสองจึงจะอยู่ร่วมกันได้แน่{๑๑๙๘} [๑๒๒๗] เมื่อใด เด็กเล็ก ๆ จะพึงยกเรือเดินทะเลที่มีทั้งเครื่องยนต์และใบพัดเดินไปได้ เมื่อนั้นแหละ เราทั้งสองจึงจะอยู่ร่วมกันได้แน่

หน้า ๓๒๒

๑๐. ทีปิชาดก (๔๒๖)

ว่าด้วยเสือเหลืองกับแม่แพะ

(แพะกล่าวต้อนรับเสือเหลืองด้วยถ้อยคำอ่อนหวานว่า)

{๑๑๙๙} [๑๒๒๘] คุณลุงขา ท่านพอทนไหวไหม พอยังอัตภาพให้เป็นไปได้ไหม ท่านมีความสุขดีหรือ มารดาของฉันได้ถามถึงความสุขของท่าน พวกเราปรารถนาให้ท่านมีความสุขทีเดียว(เสือเหลืองได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวกะแพะว่า)

{๑๒๐๐} [๑๒๒๙] นี่แม่แพะเจ้ามาเหยียบหางของเรารังแกเราได้ วันนี้เจ้า สำคัญว่าจะพ้นความตายได้ด้วยการพูดว่าคุณลุงหรือ

(แพะกล่าวว่า)

{๑๒๐๑} [๑๒๓๐] ท่านนั่งผินหน้าไปทางทิศตะวันออก ส่วนฉันมานั่งอยู่ตรงหน้าท่าน ไฉนฉันจะเข้าไปเหยียบหางของท่านซึ่งอยู่เบื้องหลังได้เล่า(เสือเหลืองกล่าวว่า)

{๑๒๐๒} [๑๒๓๑] ทวีปทั้ง ๔ ทั้งมหาสมุทรและภูเขา มีประมาณเท่าใดเรา เอาหางของเราวงที่มีประมาณเท่านั้นไว้หมด เจ้าจะเว้นที่ที่เรา เอาหางวงไว้นั้นได้อย่างไร(แพะกล่าวว่า)

{๑๒๐๓} [๑๒๓๒] ในกาลก่อน พ่อแม่ก็ดี พี่น้องทั้งหลายก็ดี ได้บอกความเรื่องนี้แก่ฉันไว้ว่าหางของผู้ใจร้ายยาว ฉันจึงมาทางอากาศ

จบ ๙. อัฏฐานชาดก