arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปกิณณกนิบาต

๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก เล่ม ๒๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐๒๔–๒๐๓๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๓/๑๓ ในปกิณณกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปกิณณกนิบาต ภิกขาปรัมปรชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๕๐๑–๕๐๕

หน้า ๕๐๑

(วิธูรอำมาตย์โพธิสัตว์กราบทูลว่า)

{๒๐๒๒} [๒๑๙๖] ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลายผู้มีศีล เป็นพหูสูต ผู้งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนาหาร ของพระองค์มีอยู่แล[๒๑๙๗] พราหมณ์เหล่านั้นบริโภคอาหารหนเดียวและไม่ดื่มนํ้าเมา ขอเดชะพระมหาราชเจ้าข้าพระองค์กราบทูลถึงพราหมณ์ เหล่านั้นแก่พระองค์แล้วเรายังจะเชิญพราหมณ์เช่นนั้นมา หรือหาไม่ พระเจ้าข้า(พระเจ้าโกรัพยะทรงดีพระทัยตรัสว่า)

{๒๐๒๓} [๒๑๙๘] ดูก่อนวิธูระ พราหมณ์เหล่านั้นแหละเป็นผู้มีศีล เป็นพหูสูต ดูก่อนวิธูระท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่านั้นและจงเชิญ พราหมณ์เหล่านั้นมาโดยเร็วเถิด

๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก (๔๙๖)

ว่าด้วยการให้ทานในผู้ใดจึงจะมีผลมาก

(กุฎุมพีทูลถามพระราชาว่า)

{๒๐๒๔} [๒๑๙๙] ข้าพระองค์ได้เห็นพระองค์ผู้ทรงเป็นสุขุมาลชาติเคยประทับ แต่ในพระตำหนักอันประเสริฐ ทรงบรรทมเหนือพระยี่ภู่ที่ใหญ่โต เสด็จจากแว่นแคว้นมาสู่ดงดอน[๒๒๐๐] จึงได้ทูลถวายข้าวสุกอย่างดีแห่งข้าวสาลี เป็นอาหารอันวิจิตร จากข้าวสาลี มีแกงเนื้ออันสะอาด ด้วยความจงรักต่อพระองค์

หน้า ๕๐๒

[๒๒๐๑] พระองค์ทรงรับอาหารนั้นแล้วมิได้เสวยด้วยพระองค์เอง แต่ได้ พระราชทานแก่พราหมณ์ ข้าพระองค์ขอถวายบังคมพระองค์ ข้อนี้เป็นพระคุณธรรมอะไรของพระองค์(พระราชาตรัสตอบว่า)

{๒๐๒๕} [๒๒๐๒] พราหมณ์เป็นอาจารย์ของฉันเป็นผู้ขวนขวายในกิจน้อยใหญ่ เป็นทั้งครูเป็นทั้งผู้คอยตักเตือนฉัน ฉันจึงควรให้โภชนะ(กุฎุมพีกล่าวกะพราหมณ์ว่า)

{๒๐๒๖} [๒๒๐๓] บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านพราหมณ์ผู้โคดม ที่พระราชาทรงบูชา พระราชาได้พระราชทานอาหารมีแกงเนื้ออันสะอาดแก่ท่าน[๒๒๐๔] ท่านรับภัตนั้นแล้วได้ถวายโภชนะแก่ฤๅษีชะรอยท่านจะรู้ว่า ตนมิได้เป็นเขตแห่งทาน ข้าพเจ้าขอนอบน้อมต่อท่าน ข้อนี้เป็นคุณธรรมอะไรของท่าน(พราหมณ์ตอบว่า)

{๒๐๒๗} [๒๒๐๕] ข้าพเจ้ายังกำหนัดยินดีอยู่ในเหย้าเรือน ยังต้องเลี้ยงดูบุตรและ ภรรยายังถวายอนุศาสน์แด่พระราชาทูลให้เสวยกาม อันเป็นของมนุษย์[๒๒๐๖] ข้าพเจ้าจึงควรถวายโภชนะแก่ฤๅษีผู้อยู่ในป่าบำเพ็ญตบะ เจริญด้วยคุณ อบรมตนมานานแล้ว

(กุฎุมพีกล่าวกะฤๅษีโพธิสัตว์ว่า)

{๒๐๒๘} [๒๒๐๗] บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านฤๅษีผู้ซูบผอม มีตัวสะพรั่งไปด้วย เส้นเอ็น มีเล็บและขนรักแร้งอกยาว ฟันเขรอะ มีศีรษะรุงรัง

หน้า ๕๐๓

[๒๒๐๘] ท่านอยู่ในป่าผู้เดียว ไม่ห่วงใยชีวิต ภิกษุที่ท่านถวายโภชนะ นั้นดีกว่าท่านด้วยคุณข้อไหน

(ฤๅษีโพธิสัตว์ตอบว่า)

{๒๐๒๙} [๒๒๐๙] อาตมภาพยังขุดเผือก มันมือเสือ มันนก ยังเก็บข้าวฟ่างและลูกเดือยมาตากมาตำ

[๒๒๑๐] ยังเที่ยวหาฝักบัว เหง้าบัว น้ำผึ้ง เนื้อสัตว์ พุทรา และ มะขามป้อมมาบริโภค อาตมภาพยังมีความยึดถือนั้นอยู่

[๒๒๑๑] เมื่ออาตมภาพยังหุงต้มอยู่ ก็ควรถวายโภชนะแก่ท่านผู้ไม่หุงต้ม เมื่อยังมีกังวลอยู่ ก็ควรถวายโภชนะแก่ผู้ไม่มีความกังวล เมื่อยังมีความถือมั่นอยู่ ก็ควรถวายโภชนะแก่ท่านผู้ไม่มีความถือมั่น(กุฎุมพีกล่าวกะพระปัจเจกพุทธเจ้าว่า)

{๒๐๓๐} [๒๒๑๒] บัดนี้ กระผมขอถามพระคุณเจ้าผู้นั่งนิ่ง มีวัตรอันงาม ผู้ซึ่งพระฤๅษีถวายภัตตาหารอันปรุงด้วยเนื้อสะอาด[๒๒๑๓] พระคุณเจ้ารับภัตตาหารนั้นแล้วนั่งนิ่ง ฉันอยู่องค์เดียว ไม่ เชื้อเชิญใคร ๆ อื่น กระผมขอนมัสการถามพระคุณเจ้า นี้เป็นคุณธรรมอะไรของพระคุณเจ้า(พระปัจเจกพุทธเจ้าตอบว่า)

{๒๐๓๑} [๒๒๑๔] อาตมภาพไม่ได้หุงต้มเอง ไม่ได้ให้ใครหุงต้ม ไม่ได้ตัดเอง ไม่ได้ให้ใครตัด ฤๅษีรู้ว่าอาตมภาพไม่มีความกังวลเป็นผู้ ห่างไกลจากบาปทั้งปวง[๒๒๑๕] จึงถือภิกษาหารด้วยมือซ้ายถือเต้านํ้าด้วยมือขวาถวาย ภัตตาหารอันปรุงด้วยเนื้อสะอาดแก่อาตมภาพ

หน้า ๕๐๔

[๒๒๑๖] บุคคลเหล่านี้ยังมีความกังวล ยังมีความยึดถือ จึงสมควรจะ ให้ทาน อาตมภาพ เข้าใจว่าการที่บุคคลเชื้อเชิญผู้ให้นั้นเป็นการผิด(กุฎุมพีได้ฟังแล้วก็ดีใจ จึงกล่าวว่า)

{๒๐๓๒} [๒๒๑๗] วันนี้พระราชาผู้ประเสริฐเสด็จมา ณ ที่นี้ เพื่อประโยชน์ แก่ข้าพระองค์หนอ ข้าพระองค์เพิ่งทราบชัดวันนี้เองว่า ทาน ที่ให้ในท่านผู้ใดจึงจะมีผลมาก[๒๒๑๘] พระราชาทั้งหลายทรงกังวลอยู่ในแว่นแคว้น พราหมณ์ทั้งหลาย กังวลอยู่ในกิจน้อยใหญ่ฤๅษีกังวลอยู่ในเหง้ามันและผลไม้ ส่วนพวกภิกษุหลุดพ้นดีแล้ว

จบ ปกิณณกนิบาตร

รวมชาดกที่มีในปกิณณกนิบาตนี้ คือ

๑. สาลิเกทารชาดก ๒. จันทกินนรชาดก

๓. มหาอุกกุสชาดก ๔. อุททาลกชาดก

๕. ภิสชาดก ๖. สุรุจิชาดก

๗. ปัญจุโปสถิกชาดก ๘. มหาโมรชาดก

๙. ตัจฉสูกรชาดก ๑๐. มหาวาณิชชาดก

๑๑. สาธินราชชาดก ๑๒. ทสพราหมณชาดก

๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก

หน้า ๕๐๕

๑๕. วีสตินิบาต

๑. มาตังคชาดก (๔๙๗)

ว่าด้วยอานุภาพของมาตังคดาบส

(มัณฑัพยกุมารถามมาตังคดาบสโพธิสัตว์ว่า)

{๒๐๓๓} [๒๒๑๙] เจ้ามาจากไหนดูนุ่งห่มไม่สมควร สกปรกดุจปีศาจคลุกฝุ่น สวมใส่เศษผ้าจากกองขยะไว้ที่คอ เจ้าเป็นใคร ดูไม่ใช่ทักขิไณยบุคคลเลย

(มาตังคดาบสโพธิสัตว์ตอบว่า)

{๒๐๓๔} [๒๒๒๐] ข้าวนํ้านี้ท่านจัดไว้เพื่อท่านผู้เรืองยศพราหมณ์ทั้งหลาย ย่อมขบเคี้ยว บริโภค และดื่มข้าวนํ้าของท่านนั้น ท่านก็รู้ว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้อาศัยโภชนะที่ผู้อื่นให้เลี้ยงชีวิตถึงคนจัณฑาล ก็จงได้ก้อนข้าวที่ต้องลุกขึ้นยืนรับบ้างเถิด(มัณฑัพยกุมารกล่าวว่า)

{๒๐๓๕} [๒๒๒๑] ข้าวน้ำของเรานี้เราจัดไว้เพื่อพราหมณ์ทั้งหลายทานวัตถุนี้ เราเชื่อว่าย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ตน เจ้าจงหลีกไปจากที่นี้ จะมายืนอยู่ที่นี้เพื่ออะไร เจ้าคนชั้นต่ำเอ๋ย คนเช่นเราจะไม่ให้ ทานแก่เจ้า(มาตังคดาบสโพธิสัตว์กล่าวว่า)

{๒๐๓๖} [๒๒๒๒] คนทั้งหลายผู้หวังผลย่อมหว่านพืชลงในที่ดอนบ้างที่ลุ่มบ้าง ที่ไม่ลุ่มไม่ดอนบ้าง ฉันใดท่านจงให้ทานแก่ปฏิคาหกทั่วไป

จบ ๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก