พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สัตตกนิบาต · คันธารวรรค
๙. ชาครชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๐๐–๑๑๐๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๑ ในคันธารวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต คันธารวรรค ชาครชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๒๙๙–๓๐๐
{๑๐๙๘} [๑๑๑๓] พราหมณ์เห็นพวกเนื้อทรายหนีไปและแพะทั้งหลายหายไปหมด ก็ซูบผอม มีผิวพรรณซูบซีด เป็นโรคผอมเหลือง
{๑๐๙๙} [๑๑๑๔] เป็นอย่างนี้แหละ ผู้ใดละเลยคนเก่าแก่ของตนเสีย มารักแต่คน ใหม่ ผู้นั้นต้องเศร้าโศกอยู่เดียวดายรํ่าไป เหมือนพราหมณ์ ธูมการีฉะนั้น
๙. ชาครชาดก (๔๑๔)
ว่าด้วยปัญหาเกี่ยวกับผู้หลับและผู้ตื่น
(รุกขเทวดาถามพระฤๅษีโพธิสัตว์ว่า)
{๑๑๐๐} [๑๑๑๕] ในโลกนี้ ใครเป็นผู้หลับในเมื่อสัตว์ทั้งหลายตื่นอยู่ ใครเป็นผู้ตื่น ในเมื่อสัตว์ทั้งหลายหลับอยู่ ใครหนอรู้แจ้งปัญหาข้อนี้ ใคร หนอจะแก้ปัญหาข้อนี้ของเราได้(พระฤๅษีโพธิสัตว์กล่าวว่า)
{๑๑๐๑} [๑๑๑๖] ข้าพเจ้าเป็นผู้หลับ ในเมื่อสัตว์ทั้งหลายตื่นอยู่ ข้าพเจ้าเป็นผู้ตื่น ในเมื่อสัตว์ทั้งหลายหลับอยู่ ข้าพเจ้ารู้แจ้งปัญหาข้อนี้ของท่าน จะแก้ปัญหาข้อนี้ของท่านได้(รุกขเทวดาถามว่า)
{๑๑๐๒} [๑๑๑๗] ท่านเป็นผู้หลับ ในเมื่อสัตว์ทั้งหลายตื่นอยู่อย่างไร ท่านเป็นผู้ ตื่น ในเมื่อสัตว์ทั้งหลายหลับอยู่อย่างไร ท่านรู้แจ้งปัญหาข้อนี้ อย่างไร ท่านจะแก้ปัญหาข้อนี้ของข้าพเจ้าอย่างไร
(พระฤๅษีโพธิสัตว์กล่าวว่า)
{๑๑๐๓} [๑๑๑๘] ดูก่อนเทวดา ข้าพเจ้าตื่นอยู่ในเมื่อสัตว์ทั้งหลายหลับอยู่ด้วย ความประมาท ไม่รู้ทั่วถึงธรรมว่านี้คือสัญญมะ และนี้คือทมะ
{๑๑๐๔} [๑๑๑๙] ดูก่อนเทวดา ข้าพเจ้าหลับอยู่ในเมื่อพระอริยเจ้าทั้งหลายผู้ละ ราคะ โทสะ และอวิชชาได้แล้วตื่นอยู่
{๑๑๐๕} [๑๑๒๐] ข้าพเจ้าเป็นผู้หลับในเมื่อสัตว์ทั้งหลายตื่นอยู่อย่างนี้ ข้าพเจ้า เป็นผู้ตื่นในเมื่อสัตว์ทั้งหลายหลับอยู่อย่างนี้ข้าพเจ้ารู้แจ้ง ปัญหาข้อนี้อย่างนี้ ข้าพเจ้าแก้ปัญหาข้อนี้ของท่านอย่างนี้(รุกขเทวดากล่าวสรรเสริญพระโพธิสัตว์ว่า)
{๑๑๐๖} [๑๑๒๑] ถูกแล้ว ๆ ท่านเป็นผู้หลับในเมื่อสัตว์ทั้งหลายตื่นอยู่ ท่านเป็น ผู้ตื่นในเมื่อสัตว์ทั้งหลายหลับอยู่ท่านรู้แจ้งปัญหาข้อนี้ของ ข้าพเจ้าถูกแล้ว ท่านแก้ปัญหาข้อนี้ของข้าพเจ้าดีแล้ว
๑๐. กุมมาสปิณฑชาดก (๔๑๕)
ว่าด้วยอานิสงส์ของการถวายขนมกุมมาส
(พระราชาโพธิสัตว์ทรงอุทานท่ามกลางพสกนิกรว่า)
{๑๑๐๗} [๑๑๒๒] ได้ยินว่า การทำสามีจิกรรมในพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้ทรงเห็นธรรมอันไม่ตํ่าทราม มีคุณานิสงส์ไม่น้อยเลย เชิญ ท่านดูผลานิสงส์แห่งก้อนขนมกุมมาสแห้งไม่มีรสเค็มเถิด
- ๑สัญญมะ ความสำรวม หมายถึงศีล ทมะ การข่มจิตหรือฝึกตน หมายถึงการสำรวมอินทรีย์ ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มิให้ยินดียินร้ายในอารมณ์ (ขุ.ชา.อ. ๕/๒๐๕)
จบ ๙. ชาครชาดก