พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สัตตกนิบาต · คันธารวรรค
๑๐. กุมมาสปิณฑชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๐๗–๑๑๑๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๑ ในคันธารวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๑๐ กุมฺมาสปิณฺฑชาตกํ ๓
๑๐. กุมมาสปิณฑชาดก
ว่าด้วยอานิสงส์ถวายขนมกุมมาส
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต คันธารวรรค กุมมาสปิณฑชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
น กิรตฺถิ อโนมทสฺสีสุ
ปาริจริยา พุทฺเธสุ อปฺปกา ๔
สุกฺขาย อโลณิกาย จ
ปสฺส ผลํ กุมฺมาสปิณฺฑิยา ฯ
หตฺถี ควาสฺสา จิเม พหู
ธนธญฺญา ปฐวี จ เกวลา
นาริโย จิมา อจฺฉรูปมา
ปสฺส ผลํ กุมฺมาสปิณฺฑิยา ฯ
๑ ม. โก มเมตํ ... ฯ ๒ ม. สุปฺปมาเณสุ ฯ ๓ ม. กุมฺมาสปิณฺฑิ ... ฯ
๔ ม. อปฺปิกา ฯ
ได้ยินว่า การทำสามีจิกรรมในพระปัจเจกพุทธเจ้าชื่อว่าอโนมทัสสี มีคุณไม่น้อยเลย เชิญดูผลแห่งก้อนขนมกุมมาสแห้ง ไม่มีรสเค็ม. ส่งผลให้เราได้ช้าง ม้า วัว ทรัพย์ ข้าวเปลือกเป็นอันมากนี้ ตลอดทั้งแผ่นดินทั้งสิ้น และนางนารีเหล่านี้เปรียบด้วยนางอัปสร เชิญดูผลแห่งก้อนขนมกุมมาส.
อภิกฺขณํ ราชกุญฺชร
คาถา ภาสสิ โกสลาธิป
ปุจฺฉามิ ตํ รฏฺฐวฑฺฒน
พาฬฺหํ ปีติมโน ปภาสสิ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ผู้มีอัธยาศัยเป็นกุศล ผู้บำรุงรัฐให้เจริญพระองค์ตรัสคาถาเพลงขับเสมอๆ ขอพระองค์ผู้มีพระทัยเปี่ยมด้วยปีติอันแรงกล้า ได้โปรดตรัสบอกใจความแห่งคาถาเพลงขับที่หม่อมฉันทูลถามนั้นเถิด.
อิมสฺมึเยว นคเร กุเล อญฺญตเร อหุํ
ปรกมฺมกโร อาสึ ภตโก สีลสํวุโต ฯ
กมฺมาย นิกฺขมนฺตาหํ ๑ จตุโร สมณทฺทสํ
อาจารสีลสมฺปนฺเน สีติภูเต อนาสเว ฯ
เตสุ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา นิสีเทตฺวา ปณฺณสนฺถเต
อทํ พุทฺธาน กุมฺมาสํ ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ ฯ
ตสฺส กมฺมสฺส กุสลสฺส อิทํ เม เอทิสํ ผลํ
อนุโภมิ อิทํ รชฺชํ ผีตํ ธรณิมุตฺตมํ ฯ
เราเกิดในตระกูลหนึ่งในนครนี้แหละ เป็นลูกจ้างทำงานให้คนอื่น ถึงจะเป็นลูกจ้างทำการงานเลี้ยงชีวิต แต่เราก็มีศีลสังวร. วันนั้นเราออกไปทำงาน ได้เห็นสมณะ ๔ รูป ผู้ประกอบไปด้วยอาจาระและศีล เป็นผู้เยือกเย็น ไม่มีอาสวะ.
เรามีจิตเลื่อมใสในสมณะเหล่านั้น จึงนิมนต์ให้ท่านนั่งบนอาสนะที่ลาดด้วยใบไม้แล้ว ได้ถวายขนมกุมมาสแก่ท่านด้วยมือของตน. ผลแห่งกุศลกรรมนั้นของเราเป็นเช่นนี้ เราจึงได้เสวยราชสมบัตินี้ อันมีแผ่นดินแผ่ไพศาลไปด้วยสมบัติทุกชนิด.
ททํ ภุญฺช จ มา จ ปมาโท
จกฺกํ วตฺตย โกสลาธิป
มา ราช อธมฺมิโก อหุ
ธมฺมํ ปาลย โกสลาธิป ฯ
๑ ม. นิกฺขมนฺโตหํ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้มีอัธยาศัยเป็นกุศล พระองค์ทรงประทานเสียก่อน จึงค่อยเสวยเอง พระองค์อย่าทรงประมาทในบุญทั้งหลายมีทานเป็นต้น พระองค์จงทรงยังจักร ๔ มีการอยู่ในประเทศอันสมควรเป็นต้นให้เป็นไป อย่าได้ทรงตั้งอยู่ในอธรรมเลย จงทรงดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรมเถิด.
โสหํ ตเทว ปุนปฺปุนํ
วฏุมํ อาจริสฺสามิ โสภเน
อริยาจริตํ สุโกสเล
อรหนฺโต เม มนาปาว ปสฺสิตุํ ฯ
ดูกรพระราชธิดาของพระเจ้าโกศลผู้เลอโฉม เรานั้นจักประพฤติตามทางที่พระอริยเจ้าประพฤติมาแล้วนั้นแลเสมอๆ พระอรหันต์ทั้งหลายเป็นที่พอใจของเราแท้ เราปรารถนาจะได้เห็นท่าน.
เทวี วิย อจฺฉรูปมา
มชฺเฌ นาริคณสฺส โสภสิ
กึ กมฺมมกาสิ ภทฺทกํ
เกนาสิ วณฺณวตี สุโกสเล ฯ
ดูกรนางเทวีผู้เป็นพระราชธิดาที่รักของพระเจ้าโกศล เจ้างดงามอยู่ในท่ามกลางหมู่นารี เปรียบเหมือนนางเทพอัปสรฉะนั้น เจ้าได้ทำกรรมดีงามอะไรไว้ เจ้าเป็นผู้มีผิวพรรณผุดผ่องอย่างนี้ เพราะกรรมอะไร?
อมฺพฏฺฐกุลสฺส ขตฺติย
ทาสฺยาหํ ปรเปสิยา อหุํ
สญฺญตา จ ธมฺมชีวินี
สีลวตี จ อปาปทสฺสนา ฯ
อุทฺธฏภตฺตํ อหํ ตทาๆ
จรมานสฺส อทาสิ ภิกฺขุโน
จิตฺตา สุมนา สยํ อหํ
ตสฺส กมฺมสฺส ผลํ มเมทิสนฺติ ฯ
กุมฺมาสปิณฺฑชาตกํ ทสมํ ฯ
ข้าแต่พระมหากษัตริย์ หม่อมฉันเป็นทาสีทำการรับใช้ของตระกูลกฏุมพีเป็นผู้สำรวมระวัง เป็นอยู่โดยธรรม มีศีล มีความเห็นชอบธรรม.
คราวนั้น หม่อมฉันมีจิตโสมนัส ได้ถวายอาหารที่เป็นส่วนของหม่อมฉัน แก่พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ ด้วยมือตนเองผลแห่งกรรมนั้นของหม่อมฉัน เป็นเช่นนี้.
จบ กุมมาสปิณฑชาดกที่ ๑๐.
จบ ๑๐. กุมมาสปิณฑชาดก