พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก
๑๐. มัจฉราชจริยา เล่ม ๓๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓๐/๓๖ ในจริยาปิฎกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก มัจฉราชจริยา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๓ หน้า ๖๓๔–๖๓๕
๑๐. มัจฉราชจริยา
ว่าด้วยจริยาของพญาปลา
{๓๐} [๘๓] อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเราเป็นพญาปลาอยู่ในสระใหญ่ นํ้าในสระแห้งขอดเพราะแสงอาทิตย์ในฤดูร้อน
[๘๔] ทีนั้น กา แร้ง นกกระสา นกตะกรุม และเหยี่ยวมาคอย จับปลากินทั้งกลางวันกลางคืน
[๘๕] ในกาลนั้น เราคิดอย่างนี้ว่า “เรากับหมู่ญาติถูกบีบคั้น จะพึงเปลื้องหมู่ญาติให้พ้นจากทุกข์ได้ด้วยอุบายอย่างไรหนอ,,
[๘๖] เราคิดแล้วได้เห็นความสัตย์อันเป็นอรรถเป็นธรรมว่าเป็นที่พึ่งของหมู่ญาติได้ เราตั้งอยู่ในความสัตย์แล้วจะเปลื้องความพินาศใหญ่ของหมู่ญาตินั้นได้
[๘๗] เราจึงนึกถึงธรรมของสัตบุรุษ คิดถึงการไม่เบียดเบียนสัตว์อันยั่งยืนเที่ยงแท้ในโลกซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแล้วได้ทำสัจกิริยาว่า
[๘๘] “ตั้งแต่เรานึกถึงตัวเองได้ ตั้งแต่เรารู้เดียงสามาจนถึงบัดนี้ เราไม่รู้สึกว่าแกล้งเบียดเบียนสัตว์แม้ตัวหนึ่งให้ได้รับความลำบากเลย
[๘๙] ด้วยสัจวาจานี้ ขอเมฆจงยังฝนให้ตกห่าใหญ่ แน่ะเมฆ ท่านจงเปล่งสายฟ้าคำรามให้ฝนตก จงทำขุมทรัพย์ของกาให้พินาศไป ท่านจงยังกาให้เดือดร้อนด้วยความโศก จงปลดเปลื้องฝูงปลาจากความโศก,,[๙๐] พร้อมกับเมื่อเราทำสัจจกิริยา เมฆส่งเสียงสนั่นครั่นครืนยังฝนให้ตก ครู่เดียวก็เต็มเปี่ยมทั้งที่ดอนและที่ลุ่ม
[๙๑] ครั้นเราทำความเพียรอย่างสูงสุดอันเป็นความสัตย์อย่างประเสริฐเห็นปานนี้แล้ว อาศัยกำลังอานุภาพแห่งความสัตย์ จึงให้ฝนตกห่าใหญ่ได้ ผู้เสมอกับเราทางสัจจะไม่มี นี้เป็นสัจจบารมีของเรา ฉะนี้แล
จบ มัจฉราชจริยาที่ ๑๐
๑๑. กัณหทีปายนจริยา
ว่าด้วยจริยาของกัณหทีปายนดาบส
{๓๑} [๙๒] อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเราเป็นฤๅษีชื่อว่ากัณหทีปายนะ เราไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์มากว่า ๕๐ ปี[๙๓] ไม่มีใครรู้ใจที่ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ของเรานั้น แม้เราก็ไม่บอกแก่ใคร ๆ ว่าในใจของเรามีความไม่ยินดี[๙๔] สหายผู้เป็นเพี่อนร่วมพรหมจรรย์ของเราชื่อมัณฑัพยะ เป็นฤๅษีมีอานุภาพมาก ประกอบด้วยบุพกรรม ถูกเสียบหลาวทั้งเป็น[๙๕] เราทำการพยาบาลมัณฑัพยะดาบสนั่นให้หายโรคแล้ว ได้อำลามาสู่บรรณศาลาอันเป็นอาศรมของเราเอง[๙๖] พราหมณ์ผู้เป็นสหายของเราได้พาภรรยาและบุตร ถือสักการะสำหรับต้อนรับแขกรวม ๓ คนมาหาเรา[๙๗] เรานั่งเจรจาปราศรัยกับสหายและภรรยาของเขาอยู่ในอาศรมของตน เด็กโยนลูกข่างเล่นอยู่ ทำงูเห่าให้โกรธแล้ว[๙๘] ทีนั้น เด็กนั้นเอามือควานหาลูกข่างไปตามช่องจอมปลวกควานไปถูกเอาศีรษะงูเข้า
จบ ๑๐. มัจฉราชจริยา