พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก
๕. มหิสราชจริยา เล่ม ๓๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๕/๓๖ ในจริยาปิฎกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ปญฺจมํ มหิสราชจริยํ
มหิสราชจริยาที่ ๕
ว่าด้วยจริยาวัตรของพระยากระบือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก มหิสราชจริยา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)
ปุนาปรํ ยทา โหมิ มหิโส ๒ ปวนจารโณ
ปวฑฺฒกาโย พลวา มหนฺโต ภีมทสฺสโน ฯ
ปพฺภาเร คิริทุคฺเค จ รุกฺขมูเล ทกาสเย
โหเตตฺถ ฐานํ มหิสานํ โกจิ โกจิ ตหึ ตหึ ฯ
วิจรนฺโต พฺรหารญฺเญ ฐานมทฺทส ภทฺทกํ
ตํ ฐานํ อุปคนฺตฺวาน ติฏฺฐามิ จ สยามิ จ ฯ
อเถตฺถ กปิมาคนฺตฺวา ปาโป อนริโย ลหุ
ขนฺเธ นลาเต ภมุเก มุตฺเตติ โอหเนติ ตํ ฯ
สกึปิ ทิวสํ ทุติยํ ตติยํ จตุตฺถํปิจ
ทูเสติ มํ สพฺพกาลํ เตน โหมิ อุปทฺทุโต ฯ
มมํ อุปทฺทุตํ ทิสฺวา ยกฺโข มํ อิทมพฺรวิ
นาเสเหตํ ฉวํ ปาปํ สงฺเคหิ จ ขุเรหิ จ ฯ
เอวํ วุตฺเต ตทา ยกฺเข อหํ ตํ อิทมพฺรวึ
กึ ตฺวํ มกฺเขสิ กุณเปน ปาเปน อนริเยน มํ ฯ
ยทิหนฺตสฺส ปกุปฺเปยฺยํ ตโต หีนตโร ภเว
สีลญฺจ เม ปภิชฺเชยฺย วิญฺญู จ ครเหยฺยุ มํ ฯ
หิฬิตา ชีวิตา วาปิ ปริสุทฺเธน มตํ วรํ
กฺยาหํ ชีวิตเหตูปิ กาหามิ ปรเหธนํ ฯ
[๑]
หีนมชฺฌิมอุกฺกฏฺเฐ สหนฺโต อวมานิตํ
เอวํ ลภติ สปฺปญฺโญ มนสา ยถา ปตฺถิตนฺติ ฯ
มหิสราชจริยํ ปญฺจมํ ฯ
๑ ยุ. วุฑฺฒิตุํ ปริ ฯ ๒ ม. ยุ. มหีโส ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นกระบือ เที่ยวอยู่ในป่าใหญ่มีกายอ้วนพี มีกำลังมากใหญ่โต ดูหน้ากลัวพิลึก ประเทศไรๆ ในป่าใหญ่นี้อันเป็นที่อยู่ของฝูงกระบือ มีอยู่ที่เงื้อมเขาก็ดี ที่ซอกห้วยธารเขาก็ดี ที่โคนไม้ก็ดีที่ใกล้บึงก็ดี เราเที่ยวไปในที่นั้นๆ เมื่อเราเที่ยวไปในป่าใหญ่ ได้เห็นสถานที่อันเจริญเราจึงเข้าไปสู่ที่นั้น แล้วยืนพักอยู่และนอนอยู่
ครั้งนั้น ลิงป่าผู้ลามก หลุกหลิก ลอกแลกมาณ ที่นั้นถ่ายอุจจาระปัสสาวะรดเราที่คอที่หน้าผาก ที่คิ้ว ย่อมเบียดเบียนเราวันหนึ่งครั้งหนึ่ง วันที่ ๒ วันที่ ๓ แม้วันที่ ๔ ก็วันละครั้ง เราจึงเป็นผู้อันลิงนั้นเบียดเบียนตลอดกาลทั้งปวง เทวดาเห็นเราถูกลิงเบียดเบียน ได้กล่าวกะเราดังนี้ว่า ท่านจงยังลิงลามกตัวนี้ให้ฉิบหายตายโหงเสีย ด้วยเขาและกีบเถิด เมื่อเทวดากล่าวอย่างนี้ในครั้งนั้นแล้ว เราได้ตอบเทวดานั้นว่าเหตุไร ท่านจะให้เราเปื้อนซากศพอันลามกไม่เจริญเล่า ถ้าเราพึงโกรธต่อลิงนั้น เราก็พึงเป็นผู้เลวกว่ามัน ศีลของเราก็จะพึงแตก และวิญญูชนทั้งหลายก็จะพึงติเตียนเรา เราเป็นผู้บริสุทธิ์ ตายเสียยังประเสริฐกว่าความเป็นอยู่ที่น่าละอายอีกอย่างไรเราจักเบียดเบียนผู้อื่นแม้เพราะเหตุแห่งชีวิตบุคคลผู้มีปัญญา อดกลั้นคำดูหมิ่นในเพราะของคนเลวคนปานกลางและคนชั้นสูง ย่อมได้อย่างนี้ตามใจปรารถนา ฉะนี้แล.
จบมหิสราชจริยาที่ ๕
จบ ๕. มหิสราชจริยา