พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ทวาทสนิบาต
๓. สมุททวาณิชชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๒๕–๑๖๓๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๐ ในทวาทสนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๓ สมุทฺทวาณิชชาตกํ
๓. สมุททวาณิชชาดก
ว่าด้วยพ่อค้าทางสมุทร
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทวาทสนิบาต สมุททวาณิชชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
กสนฺติ วปนฺติ เต ชนา
มนุชา กมฺมผลูปชีวิโน
นยิมสฺส ทีปกสฺส ภาคิโน
ชมฺพูทีปา อิทเมว โน วรํ ฯ
ชนทั้งหลายพากันไถ พากันหว่าน เป็นมนุษย์ผู้ต้องเลี้ยงชีพด้วยผลการงาน ไม่ถึงส่วนหนึ่งแห่งเกาะอันนี้ เกาะของเรานี้แหละดีกว่าชมพูทวีป.
ติปญฺจรตฺตูปคตมฺหิ จนฺเท๓
เวโค มหา เหหิติ สาครสฺส
อุปฺลาวสฺสํ ๑ ทีปมิมํ อุฬารํ
มา โว วธิ คจฺฉถ เลณมญฺญํ ฯ
๑ สิ. มูลญฺจ ฉินฺทถ ฯ ยุ. มูลํ วิฉินฺทถ ฯ ๒ ม. ฉินฺนํ ฯ
๓ สี. ยุ. เจตพฺพรูปํ ฯ
ในวันพระจันทร์เพ็ญ ทะเลจักมีคลื่นจัด จะท่วมเกาะใหญ่นี้ให้จมลงคลื่นทะเลอย่าฆ่าท่านทั้งหลายเสียเลย ท่านทั้งหลายจงพากันไปหาที่พึ่งอาศัยที่อื่นเถิด.
น ชาตยํ ๒ สาครวาริเวโค
อุปฺลาวสฺสํ ๓ ทีปมิมํ อุฬารํ
ตํ เม นิมิตฺเตหิ พหูหิ ทิฏฺฐํ
มา เภถ กึ โสจถ โมทถโวฺห ฯ
คลื่นทะเลจะไม่เกิดท่วมเกาะใหญ่นี้ เหตุอันนั้นเราเห็นแล้วด้วยนิมิตเป็นอันมาก ท่านทั้งหลายอย่ากลัวเลย จะเศร้าโศกทำไม จงเบิกบานใจเถิด.
ปหูตภกฺขํ พหุอนฺนปานํ
ปตฺตตฺถ อาวาสมิมํ อุฬารํ
น โว ภยํ ปฏิปสฺสามิ กิญฺจิ
อาปุตฺตปุตฺเตหิ ปโมทถโวฺห ฯ
ท่านทั้งหลายจงอยู่ยึดครองเกาะใหญ่นี้ อันมีอาหารเพียงพอ มีข้าวและน้ำมากมาย เป็นที่อยู่อาศัยเถิด เราไม่มองเห็นภัยอันใดอันหนึ่ง ซึ่งจะเกิดมีแก่ท่านทั้งหลายเลย ท่านทั้งหลายจงเบิกบานใจอยู่ด้วยบุตรหลานเถิด.
โยเทวายํ ๔ ทกฺขิณายํ ทิสายํ
เขมํ ปฏิกฺโกสติ ๕ ตสฺส สจฺจํ
น อุตฺตโร เวทิ ภยาภยสฺส
มา เภถ กึ โสจถ โมทถโวฺห ฯ
เทพบุตรในทิศทักษิณนี้ ย่อมคัดค้านความเกษมสำราญ ถ้อยคำของเทพบุตรนั้นเป็นคำจริง เทพบุตรในทิศอุดรไม่รู้แจ้งภัย หรือมิใช่ภัย ท่านทั้งหลายอย่ากลัวเลย จะเศร้าโศกไปทำไม จงเบิกบานใจเถิด.
ยถา อิเม วิปฺปวทนฺติ ยกฺขา
เอโก ภยํ สํสติ เขมเมโก
ตทิงฺฆ มยฺหํ วจนํ สุณาถ
ขิปฺปํ ลหุํ มา วินสิมฺห ๑ สพฺเพ ฯ
๑ อุปาวสนฺติปิ ฯ สี. อุปลาปยํ ฯ ม. อุปฺลวิสฺสํ ฯ ๒ ม. ชาตุยํ ฯ ๓ สี.
อุปฺปาฏเย ฯ ม. อุปฺลวิสฺสํ ฯ ๔ โย เต อยนฺติปิ ฯ ๕ ม. เขมนฺติ ปกฺโกสติ ฯ
เทวดาเหล่านี้ย่อมกล่าวผิดกันอย่างไร เทวดาตนหนึ่งกล่าวว่าจะมีภัยตนหนึ่งกล่าวว่าปลอดภัย ดังเราขอเตือน ท่านทั้งหลายจงฟังถ้อยคำของเราเถิด เราทั้งหมดอย่าฉิบหายเสียเร็วพลันเลย.
สพฺเพ สมาคมฺม กโรม นาวํ
โทณึ ทฬฺหํ สพฺพยนฺตูปปนฺนํ
สเจ อยํ ทกฺขิโณ สจฺจมาห
โมฆํ ปฏิกฺโกสติ อุตฺตโรยํ ฯ
เราทั้งปวง จงมาช่วยกันทำเรือใหญ่ให้มั่นคงติดเครื่องยนต์ไว้พร้อมสรรพถ้าเทพบุตรในทิศทักษิณพูดจริง เทพบุตรในทิศอุดรก็พูดค้านเปล่าๆ .
สา เจว โน โหหิติ อาปทตฺถา
อิมญฺจ ทีปํ น ปริจฺจเชม
สเจ จ โข อุตฺตโร สจฺจมาห
โมฆํ ปฏิกฺโกสติ ทกฺขิโณยํ ฯ
เมื่ออันตรายเกิดมีขึ้น เรือของพวกเรานั้นก็จักไม่เสียหาย อนึ่ง เราจะไม่ละทิ้งเกาะนี้ ถ้าหากเทพบุตรในทิศอุดรพูดจริง เทพบุตรในทิศทักษิณก็พูดค้านเปล่าๆ .
ตเมว นาวํ อภิรุยฺห สพฺเพ
เอวํ มยํ โสตฺถิ ตเรมุ ปารํ
น เว สุคณฺหํ ปฐเมน เสฏฺฐํ
กนิฏฺฐมาปาถคตํ คเหตฺวา
โย จีธ มชฺฌํ ๒ ปวิเจยฺย คณฺหติ
สเว นโร เสฏฺฐมุเปติ ฐานํ ฯ
เราทุกคนพึงขึ้นสู่เรือนั้นทันที ข้ามไปถึงฝั่งโน้นโดยสวัสดีอย่างนี้ พวกเราไม่พึงเชื่อถือง่ายๆ ว่าคำจริงโดยคำแรก ไม่พึงเชื่อถือง่ายๆ ซึ่งถ้อยคำที่เทพบุตรกล่าวแล้วในภายหลังว่าเป็นจริง นรชนใดในโลกนี้เลือกถือเอาส่วนกลางไว้ได้ นรชนนั้นย่อมเข้าถึงซึ่งฐานะอันประเสริฐ.
ยถาปิ เต สาครวาริมชฺเฌ
สกมฺมุนา โสตฺถิ วหึสุ วาณิชา
อนาคตตฺถํ ปฏิวิชฺฌิยาน
อปฺปมฺปิ นาจฺเจติ จ ๓ ภูริปญฺโญ ฯ
๑ ม. วินสฺสิมฺห ฯ ๒ ม. ตจฺฉํ ฯ ๓ ม. ส. ฯ
กุลบุตรผู้มีปัญญากว้างขวาง แทงตลอดประโยชน์ในอนาคตแล้ว ย่อมไม่ให้ประโยชน์นั้นผ่านพ้นไปแม้แต่น้อย เหมือนพวกพ่อค้าเหล่านั้น พากันไปในท่ามกลางทะเลโดยสวัสดีด้วยกรรมของตน.
พาลา จ โมเหน รสานุคิทฺธา
อนาคตํ อปฺปฏิวิชฺฌิยตฺถํ
ปจฺจุปฺปนฺเน สีทนฺติ อตฺถชาเต
สมุทฺทมชฺเฌ ยถา เต มนุสฺสา ฯ
ส่วนพวกคนพาลมัวหมกมุ่นอยู่ในรสด้วยโมหะ ไม่แทงตลอดประโยชน์อันเป็นอนาคต เมื่อความต้องการเกิดขึ้น เฉพาะหน้าย่อมพากันล่มจมเหมือนมนุษย์เหล่านั้นพากันล่มจมในท่ามกลางทะเล ฉะนั้น.
อนาคตํ ปฏิกยิราถ กิจฺจํ
มา มํ กิจฺจํ กิจฺจกาเล พฺยเธสิ
ตํ ตาทิสํ ปฏิกตกิจฺจการึ
น ตํ กิจฺจํ กิจฺจกาเล พฺยเธสีติ ฯ
สมุทฺทวาณิชชาตกํ ตติยํ ฯ
ชนผู้เป็นบัณฑิตพึงรีบทำกิจที่ควรทำก่อนเสียทีเดียว อย่าให้กิจที่ต้องทำเบียดเบียนตัวได้ในเวลาที่ต้องการ กิจนั้นไม่เบียดเบียนบุคคลผู้รีบทำกิจที่ควรทำเช่นนั้น ในเวลาที่ต้องการ.
จบสมุททวาณิชชาดก ที่ ๓.
จบ ๓. สมุททวาณิชชาดก