พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · นวกนิบาต
๔. จุลลสุวกราชชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๓๖–๑๒๔๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๒ ในนวกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต จุลลสุวกราชชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๓๒๙–๓๓๑
(พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า)
{๑๒๓๕} [๑๒๖๔] ท้าวสักกเทวราชได้ฟังคำของนกแขกเต้า ทรงทำต้นไม้ให้มีผล แล้วเสด็จพร้อมกับพระมเหสีกลับไปยังสวนเทพนันทวัน
๔. จุลลสุวกราชชาดก (๔๓๐)
ว่าด้วยผู้รักษาไมตรี
(ท้าวสักกะจำแลงร่างเป็นพญาหงส์ มาตรัสถามพญานกแขกเต้า โพธิสัตว์ว่า)
{๑๒๓๖} [๑๒๖๕] ต้นไม้ทั้งหลายที่มีใบเขียว มีผลดกก็มีอยู่เป็นอันมาก เหตุไรพญานกแขกเต้าจึงมีใจยินดีในไม้แห้งผุ ๆ เล่า(พญานกแขกเต้าตอบว่า)
{๑๒๓๗} [๑๒๖๖] เราได้กินผลแห่งต้นไม้นี้นับได้หลายปีมาแล้วถึงเราจะรู้ว่า ต้นไม้นั้นไม่มีผลแล้ว ก็ต้องรักษาไมตรีไว้ให้เหมือนในกาลก่อน(ท้าวสักกะตรัสถามว่า)
{๑๒๓๘} [๑๒๖๗] นกทั้งหลายย่อมละทิ้งต้นไม้แห้งผุ ๆ ที่ขาดใบไร้ผลไป นี่นกแขกเต้า เจ้าเห็นโทษอะไรหรือ(พญานกแขกเต้าตอบว่า)
{๑๒๓๙} [๑๒๖๘] นกเหล่าใดต้องการผลจึงเข้าไปหาต้นไม้ครั้นรู้ว่าต้นไม้นั้น หมดผลแล้วก็ทิ้งไป นกเหล่านั้นจัดว่าเป็นผู้เห็นแก่ตัว โง่เขลา มักทำไมตรีให้ตกไป
(ท้าวสักกะตรัสถามว่า)
{๑๒๔๐} [๑๒๖๙] ดูก่อนปักษี ความเป็นเพื่อน ไมตรีจิต และความสนิทสนมกัน เจ้าทำได้เป็นอย่างดีแล้ว ถ้าเจ้าชอบธรรมนี้ เจ้าก็เป็นผู้ควรที่วิญญูชนทั้งหลายจะพึงสรรเสริญ{๑๒๔๑} [๑๒๗๐] ดูก่อนนกแขกเต้าผู้มีปีกเป็นพาหนะ มีคอโค้งเป็นสง่า เราจะให้พรแก่เจ้า เจ้าจงเลือกเอาพรตามใจปรารถนาเถิด(พญานกแขกเต้ากล่าวว่า)
{๑๒๔๒} [๑๒๗๑] ถ้ากระไร ข้าพเจ้าพึงได้เห็นต้นไม้นั้นกลับมีใบมีผลอีก ข้าพเจ้าจะยินดีเป็นที่สุดเหมือนคนจนได้ขุมทรัพย์ฉะนั้น(พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า)
{๑๒๔๓} [๑๒๗๒] ลำดับนั้นท้าวสักกเทวราชทรงวักนํ้าอมฤตมาประพรมต้น ไม้นั้นกิ่งก้านแห่งต้นไม้นั้นก็งอกงามมีร่มเงาเย็นสบาย น่ารื่นรมย์ใจ(พญานกแขกเต้ากล่าวว่า)
{๑๒๔๔} [๑๒๗๓] ข้าแต่ท้าวสักกเทวราช ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญสุขพร้อม กับพระญาติทั้งปวงเหมือนข้าพระบาทมีความสุขเพราะได้ เห็นต้นไม้เมล็ดผลในวันนี้เถิด(พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า)
{๑๒๔๕} [๑๒๗๔] ท้าวสักกเทวราชได้ทรงฟังคำของนกแขกเต้า ทรงทำต้นไม้ให้มีผลแล้ว เสด็จพร้อมด้วยพระมเหสีกลับไปยังสวนเทพนันทวัน
๕. หริตจชาดก (๔๓๑)
ว่าด้วยหริตจดาบสคลายกามราคะ
(พระราชาตรัสถามหริตจดาบสโพธิสัตว์ว่า)
{๑๒๔๖} [๑๒๗๕] ข้าแต่มหาพรหม โยมได้ยินเขาพูดกันว่าหาริตดาบสบริโภคกาม คำนี้ไม่เป็นจริงกระมัง พระคุณเจ้ายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่แลหรือ(หริตจดาบสถวายพระพรว่า)
{๑๒๔๗} [๑๒๗๖] ขอถวายพระพรมหาบพิตร คำที่พระองค์ทรงสดับมาแล้วอย่าง ใดคำนั้นเป็นจริงอย่างนั้นอาตมภาพเป็นผู้หมกมุ่นอยู่ใน อารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความหลง เดินทางผิดเสียแล้ว(พระราชาตรัสว่า)
{๑๒๔๘} [๑๒๗๗] ปัญญาอันละเอียดซึ่งช่วยคิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ เป็นเครื่องให้ ใจของพระคุณเจ้าบรรเทาราคะที่เกิดขึ้นแล้วก็ไม่ได้จะมีไว้ เพื่อประโยชน์อะไรเล่า(หริตจดาบสถวายพระพรว่า)
{๑๒๔๙} [๑๒๗๘] ขอถวายพระพรมหาบพิตร กิเลส ๔ อย่างนี้ คือ ราคะ โทสะ โมหะ มทะ (ความมัวเมา) เป็นของมีกำลังกล้าและหยาบคาย ในโลก ซึ่งเป็นที่ที่ปัญญาก็หยั่งไม่ถึง(พระราชาตรัสว่า)
{๑๒๕๐} [๑๒๗๙] โยมได้ยกย่องพระคุณเจ้าไว้ว่าหริตจดาบสเป็นพระอรหันต์ สมบูรณ์ด้วยศีล ประพฤติบริสุทธิ์ และเป็นบัณฑิต มีปัญญาแท้
จบ ๔. จุลลสุวกราชชาดก