พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · นวกนิบาต
๑. คิชฌชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๐๗–๑๒๑๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๒ ในนวกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต คิชฌชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๓๒๔–๓๒๕
๑. คิชฌชาดก (๔๒๗)
ว่าด้วยผู้ไม่ทําตามคำสอนย่อมพินาศ
(พระบรมศาสดาทรงนำอดีตนิทานมาตรัสว่า)
{๑๒๐๗} [๑๒๓๖] ทางบนเขาคิชฌบรรพตชื่อว่าปริสังกุปถะมีมาแต่ดึกดำบรรพ์ แร้งเลี้ยงดูพ่อแม่ผู้ชราอยู่ที่ทางนั้น โดยมากไปเที่ยวหามันข้น งูเหลือมมาให้พ่อแม่เหล่านั้นกิน{๑๒๐๘} [๑๒๓๗] ฝ่ายพ่อรู้ว่าแร้งสุปัตตะผู้ลูกมีปีกแข็งแล้ว มีกำลังมาก กล้าหาญ ชอบบินสูงไปไกล ๆ จึงได้กล่าวสอนลูกว่า
{๑๒๐๙} [๑๒๓๘] ลูกเอ๋ย เมื่อใด เจ้าเห็นแผ่นดินมีทะเลล้อมรอบ กลมดังวงล้อ ลอยอยู่บนนํ้าเหมือนใบบัว เมื่อนั้น เจ้าจงบินกลับเสียจากที่นั้น อย่าบินต่อจากนั้นไปอีก{๑๒๑๐} [๑๒๓๙] แร้งสุปัตตะเป็นสัตว์มีกำลังมาก มีปีกแข็ง บินขึ้นไปถึงอากาศ เบื้องบนด้วยความเร็ว เหลียวกลับมาแลดูภูเขาและป่าไม้ทั้งหลาย{๑๒๑๑} [๑๒๔๐] ก็ได้แลเห็นแผ่นดินมีทะเลล้อมรอบ กลมดังวงล้อเหมือนกับคำ ที่ตนได้ฟังมาจากแร้งผู้พ่อฉะนั้น
{๑๒๑๒} [๑๒๔๑] แร้งสุปัตตะนั้นได้บินล่วงเลยที่นั้นขึ้นไปเบื้องหน้าอีกหัวลม ที่แรงจัดได้ประหารแร้งสุปัตตะผู้มีกำลังมากนั้นแหลกละเอียด ไปแล้ว
- ๑ตั้งแต่นวกนิบาตเป็นต้นไป ไม่มีการจัดแบ่งเป็นวรรค
{๑๒๑๓} [๑๒๔๒] แร้งสุปัตตะบินเกินขอบเขตไป จึงไม่สามารถจะกลับจากที่นั้นได้อีก ตกอยู่ในอำนาจของลมกรด ถึงความพินาศแล้ว
{๑๒๑๔} [๑๒๔๓] เพราะแร้งสุปัตตะไม่ทำตามโอวาทของพ่อลูกเมียของแร้ง สุปัตตะนั้นและแร้งอื่น ๆ ที่อาศัยแร้งนั้นเป็นอยู่ก็พลันถึงความพินาศสิ้น{๑๒๑๕} [๑๒๔๔] แม้ในศาสนานี้ก็เหมือนกันภิกษุใดไม่เชื่อถ้อยฟังคำของภิกษุ ผู้แก่กว่า ภิกษุนั้นเป็นผู้ชื่อว่าล่วงคำสอน ดุจแร้งล่วงเขตแดน ฉะนั้น ผู้ไม่ทำตามคำสอนของท่านผู้ใหญ่ย่อมถึงพินาศทั้งหมด
๒. โกสัมพิยชาดก (๔๒๘)
ว่าด้วยภิกษุชาวเมืองโกสัมพี
(พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับยืนในอากาศตรัสสอนพวกภิกษุชาวเมือง โกสัมพีที่แตกสามัคคีกันว่า)
{๑๒๑๖} [๑๒๔๕] ภิกษุผู้มีเสียงดังเป็นคนระดับเดียวกัน ที่จะได้สำคัญตัวว่าเป็น พาลไม่มีเลยสักรูปเดียว ยิ่งเมื่อสงฆ์แตกกัน ก็ไม่ได้สำคัญถึง เหตุอื่น{๑๒๑๗} [๑๒๔๖] พวกที่เป็นคนฉลาดก็หลงลืมตัว ช่างพูด เจ้าคารม ยื่นปาก พูดไปตามที่ตนปรารถนา ไม่รู้ว่าการทะเลาะกันนั้นเป็นเหตุชัก พาไปสู่ความไร้ยางอาย{๑๒๑๘} [๑๒๔๗] ก็คนเหล่าใดจองเวรไว้ว่า ‘คนโน้นได้ด่าเรา คนโน้นได้ตีเรา คนโน้นได้ชนะเรา คนโน้นได้ลักสิ่งของของเราไป’ เวรของคน เหล่านั้นย่อมไม่ระงับได้
จบ ๑. คิชฌชาดก