พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก
๒. ภูริทัตตจริยา เล่ม ๓๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๒/๓๖ ในจริยาปิฎกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก ภูริทัตตจริยา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๓ หน้า ๖๑๑–๖๑๒
[๘] ถ้าเราโกรธควาญช้างเหล่านั้นผู้เข้ามาใกล้เพื่อจับเรา เราก็สามารถจะเหยียบย่ำเขาเหล่านั้นได้ แม้ตลอดราชสมบัติของมนุษย์[๙] แต่ถึงแม้เราจะถูกเขาใส่ไว้ในเสาตะลุง เราก็ไม่ทำจิตให้โกรธเคือง เพื่อรักษาศีล เพื่อบำเพ็ญศีลบารมีให้บริบูรณ์[๑๐] ถ้าเขาเหล่านั้นพึงทำลายเราที่เสาตะลุงนี้ด้วยขวานและหอกซัด เราก็จะไม่โกรธเขาเหล่านั้นเลย เพราะเรากลัวศีลของเราจะขาด ฉะนี้แล
จบ มาตุโปสกจริยาที่ ๑
๒. ภูริทัตตจริยา
ว่าด้วยจริยาของภูริทัตตนาคราช
{๑๒} [๑๑] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพญานาคชื่อภูริทัตตะผู้มีฤทธิ์มาก เราไปยังเทวโลกพร้อมกับท้าววิรูปักษ์มหาราช[๑๒] ในเทวโลกนั้นเราได้เห็นทวยเทพผู้สมบูรณ์ด้วยความสุขโดยส่วนเดียว จึงสมาทานศีลวัตรเพื่อต้องการจะไปยังสวรรค์นั้น[๑๓] เราชำระร่างกาย บริโภคอาหารพอยังชีพให้เป็นไปได้แล้วอธิษฐานอุโบสถมีองค์ ๔ ประการว่า
[๑๔] “ผู้ใดมีกิจที่จะต้องทำด้วยผิวหนังก็ดี ด้วยเนี้อก็ดี ด้วยเอ็นก็ดี ด้วยกระดูกก็ดี ขอผู้นั้นจงนำอวัยวะที่เราให้นี้ไปเถิด” แล้วนอนอยู่บนยอดจอมปลวก
[๑๕] พราหมณ์อาลัมพายน์ถูกคนอกตัญญูบอกแล้ว จึงได้จับเราใส่ไว้ในตะกร้า ให้เราเล่น(ระบำงู)ในที่นั้น ๆ[๑๖] แม้เมื่อพราหมณ์อาลัมพายน์ใส่เราไว้ในตะกร้า แม้เมื่อบีบเราด้วยฝ่ามือ เราก็ไม่โกรธเพราะเรากลัวศีลของเราจะขาด[๑๗] สำหรับเรา การบริจาคชีวิตของตนเป็นเรื่องเบายิ่งกว่าหญ้า แต่การล่วงละเมิดศีลของเราเป็นเหมือนดังพลิกปฐพี[๑๘] เราพึงสละชีวิตของเรา ๑๐๐ ชาติเนือง ๆ เราไม่ทำลายศีล แม้เพราะเหตุแห่งทวีปทั้ง ๔
[๑๙] ถึงแม้เราจะถูกพราหมณ์อาลัมพายน์ใส่ไว้ในตะกร้า เราก็มิได้ทำจิตให้โกรธเคืองเพื่อรักษาศีล เพื่อบำเพ็ญศีลบารมีให้บริบูรณ์ ฉะนี้แล
จบ ภูริทัตตจริยาที่ ๒
๓. จัมเปยยนาคจริยา
ว่าด้วยจริยาของจัมเปยยกนาคราช
{๑๓} [๒๐] อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเราเป็นพญานาคชื่อจัมเปยยกะผู้มีฤทธิ์มาก แม้ในกาลนั้นเราก็เป็นผู้ประพฤติธรรม เพียบพร้อมด้วยศีลวัตร[๒๑] หมองูได้จับเราผู้ประพฤติธรรมรักษาอุโบสถให้เล่นระบำอยู่ใกล้ประตูพระราชวัง
[๒๒] หมองูนั้นคิดเอาสีเช่นใด คือ สีเขียว สีเหลือง หรือสีแดง เราก็เปลี่ยนไปตามจิตของเขา แปลงกายให้เหมือนที่เขาคิด
จบ ๒. ภูริทัตตจริยา