กุกกุวรรค
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๖๙–๑๐๔๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๒ ในสัตตกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
สตฺตกนิปาตชาตกํ
๑ กุกฺกุวคฺโค
๑ กุกฺกุชาตกํ
สัตตกนิบาตชาดก
๑. กุกกุวรรค
๑. กุกกุชาดก
ว่าด้วยปฏิปทาของพระราชาผู้เป็นบัณฑิต
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต กุกกุวรรค กุกกุชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ทิยฑฺฒกุกฺกู อุทเยน กณฺณิกา
วิทตฺถิโย อฏฺฐ ปริกฺขิปนฺติ นํ
สา สีสปา ๑ สารมยา อเผคฺคุกา
กุหึ ฐิตา อุปริโต ๒ น ธํสติ ฯ
ช่อฟ้าโดยส่วนสูงประมาณสองศอกคืบ โดยรอบกว้างประมาณแปดคืบเป็นไม้สีเสียดมีแต่แก่น ไม่มีกระพี้ ตั้งอยู่ได้อย่างไร จึงไม่ตกลงจากข้างบน?
ยา ตึสติ สารมยา อเผคฺคุกา ๓
ปริกิริย โคปาณสิโย สมฏฺฐิตา ๔
ตาหิ สุสงฺคหิตา ๕ พลสา จ ๖ ปีฬิตา
สมฏฺฐิตา ๔ อุปริโต ๒ น ธํสติ ฯ
กลอนสามสิบอันสำเร็จด้วยไม้แก่น ไม่มีกระพี้ เรียงรายตั้งอยู่ได้ส่วนกัน ช่อฟ้าอันกลอนเหล่านั้น และกำลังยึดเหนี่ยวรั้งไว้แน่นหนา ตั้งอยู่ได้ส่วนกัน จึงไม่ตกลงจากข้างบน ฉันใด.
เอวมฺปิ มิตฺเตหิ ทเฬฺหหิ ปณฺฑิโต
อเภชฺชรูเปหิ สุจีหิ มนฺติภิ
สุสงฺคหีโต สิริยา น ธํสติ
โคปานสีภารวหาว กณฺณิกา ฯ
พระราชาผู้เป็นบัณฑิต ก็ฉันนั้น อันกัลยาณมิตรทั้งหลายผู้มีจิตมั่นคง มิได้แตกร้าว เป็นคนสะอาด มีปัญญา สงเคราะห์เป็นอย่างดีแล้ว ย่อมไม่เสื่อมจากศิริ เหมือนช่อฟ้าที่กลอนเหนี่ยวรั้งไว้ ฉะนั้น.
ขรตฺตจํ เพลฺลํ ยถาปิ สตฺถวา
อนามสนฺโตปิ กโรติ ติตฺตกํ
สมาหรํ สาธุกโรติ ปตฺถวา ๗
อสาธุกยิรา ๘ ตนุพนฺธมุทฺธรํ ๙ ฯ
๑ ม. สา สึสปา ฯ สี. ยุ. สสึสปา ฯ ๒ ม. อุปฺปริโต ฯ ๓ ม. อนุชฺชุกา ฯ
๔ ม. สมํ ฐิตา ฯ ๕ สี. ตา สงฺคหิตา ... ฯ ๖ ม. จสทฺโท นตฺถิ ฯ
๗ ม. สาทุํ กโรติ ปตฺถิว ฯ ๘ ม. อสาทุํ กยิรา ฯ ๙ สี. ยุ. ตนุวฏฺฏมุทธรํ ฯ
บุคคลถือมีดไม่ปอกผลมะนาวที่มีเปลือกอันแข็งออกเสียก่อน ก็จะทำรสมะนาวให้ขมได้ เมื่อปอกเปลือกออกดีแล้วจะทำให้มะนาวมีรสอร่อยดีขึ้น แต่เมื่อปอกเปลือกออกไม่หมดดี ก็จะทำให้มีรสไม่อร่อยได้ฉันใด.
เอวมฺปิ คามนิคเมสุ ปณฺฑิโต
อสาหสํ ราช ธนานิ สงฺฆรํ
ธมฺมานุวตฺตี ปฏิปชฺชมาโน
ผาตึ ๑ กยิรา อวิเหฐยํ ปรํ
แม้พระราชาผู้เป็นบัณฑิต ก็ฉันนั้น พระทัยไม่เหี้ยมโหดแก่ชาวบ้านและชาวนิคม รวบรวมทรัพย์ไว้ ทรงประพฤติตามธรรมปฏิบัติอยู่ ไม่ทรงเบียดเบียนประชาชน ทรงทำแต่ความเจริญรุ่งเรืองให้.
โอทาตมูลํ สุจิวาริสมฺภวํ
ชาตํ ยถา โปกฺขรณีสุ อมฺพุชํ
ปทุมํ ยถา อคฺคินิภาสิผาลิมํ ๒
น กทฺทโม น รโช น วาริ ลิมฺปติ ฯ
ดอกบัวเกิดในน้ำอันใสสะอาด มีรากอันขาวเกิดขึ้นในสระโบกขรณีพอต้องแสงอาทิตย์ก็บาน เปือกตม ธุลีและน้ำก็มิได้แปดเปื้อน ฉันใด.
เอวมฺปิ โวหารสุจึ อสาหสํ
วิสุทฺธกมฺมนฺตมเปตปาปกํ
น ลิมฺปติ กมฺมกิเลส ตาทิโส
ชาตํ ยถา โปกฺขรณีสุ อมฺพุชนฺติ ฯ
กุกฺกุชาตกํ ปฐมํ ฯ
พระมหากษัตริย์ก็ฉันนั้น ทรงทำการวินิจฉัยโดยชอบธรรม เว้นอคติไม่ตัดสินโดยผลุนผลัน มีการงานบริสุทธิ์ปราศจากกรรมอันชั่วช้า ย่อมไม่แปดเปื้อนกรรมกิเลส เหมือนดอกบัวที่เกิดในสระโบกขรณี ฉะนั้น.
จบ กุกกุชาดกที่ ๑.
๒ มโนชชาตกํ
๒. มโนชชาดก
คบคนชั่วไม่ได้ความสุขยั่งยืน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต กุกกุวรรค มโนชชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ยถา จาโป นินฺนมติ ชิยา จาปิ นิกุชฺชติ ๓
หญฺญเต นูน มโนโช มิคราชา สขา มม ฯ
เหตุใดลูกศรจึงไม่หลุดไปจากแหล่ง และสายจึงหดหู่เข้ามา พระยาเนื้อชื่อมโนชะสหายของเรา คงถูกเขาฆ่าตายเป็นแน่.
หนฺททานิ วนนฺตานิ ปกฺกมามิ ยถาสุขํ
เนตาทิสา สขา โหนฺติ ลพฺภา เม ชีวโต สขา ฯ
ผิฉะนั้น บัดนี้ เราจะหลีกไปชายป่าตามความสบาย ธรรมดาสหายผู้ตายแล้วเช่นนี้ไม่มี เราผู้มีชีวิตอยู่พึงได้สหาย.
น ปาปชนสํเสวี อจฺจนฺตํ สุขเมธติ
มโนชํ ปสฺส เสมานํ คิริยสฺสานุสาสนี ๑ ฯ
๑ ม. ส ผาติ ฯ ๒ ม. อคฺคินิกาสิผาลิมํ ฯ ๓ ม. นิกูชติ ฯ
บุคคลผู้คบหากับปาปชน ย่อมไม่ได้ความสุขยืนนาน จงดูพระยาเนื้อชื่อมโนชะ มาคบกับสุนัขจิ้งจอก ทำตามคำสอนของสุนัขจิ้งจอก
น ปาปสมฺปวงฺเกน มาตา ปุตฺเตน นนฺทติ
มโนชํ ปสฺส เสมานํ อจฺฉนฺนํ สมฺหิ โลหิเต ฯ
มารดาย่อมไม่ยินดีกับบุตรผู้คบหาปาปชน จงดูแต่พระยาเนื้อชื่อมโนชะคบกับสุนัขจิ้งจอก นอนจมเลือดอยู่.
เอวมาปชฺชเต โปโส ปาปิโย จ นิคจฺฉติ
โย เว หิตาน วจนํ น กโรติ อตฺถทสฺสินํ ฯ
บุรุษมาถึงความเป็นอย่างนั้นบ้าง จะต้องถึงความเลวทรามต่ำช้า ผู้ใดไม่ทำตามคำของบุคคลผู้หวังความเกื้อกูล ช่วยชี้ประโยชน์ให้ ผู้นั้นเป็นผู้เลวทรามต่ำช้า.
เอวญฺจ โส โหติ ตโตว ๒ ปาปิโย
โย อุตฺตโม อธมชนูปเสวี
ปสฺสุตฺตมํ อธมชนูปเสวึ ๓
มิคาธิปํ สรวรเวคนิทฺธุตํ ฯ
อนึ่ง ผู้ใดเป็นคนชั้นสูงแต่มาคบหากับคนชั้นต่ำ ผู้นั้นเป็นคนเลวทรามต่ำช้ากว่าเขาเสียอีก อย่างนี้ จงดูแต่ราชสีห์เป็นสัตว์ชั้นสูงเป็นใหญ่กว่ามฤคชาติ แต่มาคบหากับสุนัขจิ้งจอกผู้ชั่วช้า ต้องตายด้วยกำลังลูกศรของนายพราน.
นิหียติ ปุริโส นิหีนเสวี
น จ หาเยถ กทาจิ ตุลฺยเสวี
เสฏฺฐมุปคมญฺจ อุเทติ ขิปฺปํ
ตสฺมา อตฺตโน อุตฺตรํ ๔ ภเชถาติ ฯ
มโนชชาตกํ ทุติยํ ฯ
บุรุษผู้คบหากับคนเลวทราม ย่อมเลวทราม ผู้คบหากับคนที่เสมอกับตนย่อมไม่เสื่อมในกาลไหนๆ เมื่อจะเข้าไปคบหากับคนที่ดีกว่าตน ควรรีบเข้าไปคบหา เพราะฉะนั้น จงคบแต่ผู้ที่ดีกว่าตน.
จบ มโนชชาดกที่ ๒.
๓ สุตนชาตกํ ๕
๓. สุตนชาดก
ว่าด้วยเสียเพื่อได้
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต กุกกุวรรค สุตนชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ราชา เต ภตฺตํ ปาเหสิ สุจึ มํสูปเสจนํ
มฆเทวสฺมึ อธิวตฺเถ เอหิ นิกฺขมฺม ภุญฺชสฺสุ ฯ
ดูกรมฆเทพผู้สิงสถิตอยู่ ณ ต้นไทรนี้ พระราชารับสั่งให้ส่งอาหารเจือด้วยเนื้ออันสะอาดมาให้ท่าน เชิญท่านออกมาบริโภคเสียเถิด.
เอหิ มาณว โอโรหิ ๖ ภิกฺขมาทาย สูปิตํ
ตฺวญฺจ มาณว ภกฺโขสิ ๑ อุโภ ภกฺขา ภวิสฺสถ ฯ
๑ สี. ยุ. ... อริยสฺสานุสาสนี ฯ ๒ ม. ตโต จ ฯ ๓ ม. อธมชนูปเสวิตํ ฯ
๔ ม. ตสฺมาตฺตโน อุตฺตริตรํ ฯ ๕ ม. สุตนุชาตกํ ฯ ๖ สี. ม. โอเรน ฯ
ดูกรมาณพ เชิญท่านนำอาหารพร้อมด้วยกับมาให้เรา ดูกรมาณพ ท่านก็มีอาหาร เรามาบริโภคกันเถิด.
อปฺปเกน ตุวํ ยกฺข ถุลฺลมตฺถํ ชหิสฺสสิ
ภิกฺขนฺเต นาหริสฺสนฺติ ชนา มรณสงฺกิโน ๒ ฯ
ดูกรยักษ์ ท่านจะละประโยชน์อันใหญ่เสีย เพราะประโยชน์เล็กน้อยชนทั้งหลายผู้หวาดเกรงความตาย เขาจักไม่นำอาหารมาให้.
ลทฺธายํ ยกฺข ๓ ตว นิจฺจภิกฺขํ
สุจึ ปณีตํ รสสาธุเปตํ ๔
ภิกฺขญฺจ เต อาหริโย นโร อิธ
สุทุลฺลโภ โหหิติ ขาทิเต ๕ มยิ ฯ
ดูกรยักษ์ เมื่อท่านไม่กินเรา คนจะนำอาหารที่สะอาดประณีต ประกอบด้วยรสดีมาให้ท่านบริโภคเป็นนิตย์ แต่เมื่อท่านกินเราเสียแล้ว คนที่จะนำอาหารมาให้ท่านก็จะหาได้ยาก.
มเมว ๖ สุตนํ ๗ อตฺโถ ยถา ภาสสิ มาณว
มยา ตฺวํ สมนุญฺญาโต โสตฺถึ ปสฺสาหิ มาตรํ ฯ
ดูกรสุตนมาณพ ประโยชน์ที่ท่านกล่าวถึง ย่อมเจริญแก่เราทุกประการเราอนุญาตให้ท่านกลับไปหามารดาโดยสวัสดี.
ขคฺคํ ฉตฺตญฺจ ปาติญฺจ คจฺเฉวาทาย ๘ มาณว
โสตฺถึ ปสฺสตุ เต มาตา ตฺวญฺจ ปสฺสาหิ มาตรํ ฯ
ดูกรมาณพ ท่านจงถือพระขรรค์ ฉัตรและถาดกลับไปเถิด มารดาของท่านจะได้เห็น และท่านก็จะได้เห็นมารดาโดยสวัสดี.
เอวํ ยกฺข สุขี โหหิ สห สพฺเพหิ ญาติภิ
ธนญฺจ เม อธิคตํ รญฺโญ จ วจนํ กตนฺติ ฯ
สุตนชาตกํ ตติยํ ฯ
ดูกรยักษ์ เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านจงมีความสุขพร้อมด้วยญาติทั้งปวงเถิดทรัพย์เราก็ได้แล้ว และพระดำรัสสั่งของพระราชาเราก็ได้สนองแล้ว.
จบ สุตนชาดกที่ ๓.
๔ มาตุโปสกคิชฺฌชาตกํ
๔. มาตุโปสกคิชฌชาดก
เมื่อถึงคราวพินาศความคิดย่อมวิบัติ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต กุกกุวรรค มาตุโปสกคิชฌชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
เต กถนฺนุ กริสฺสนฺติ วุฑฺฒา คิริทรีสยา
อหํ พนฺโธสฺมิ ๙ ปาเสน นิลิยสฺส วสํ คโต ฯ
มารดาและบิดาของเราแก่เฒ่าชราแล้ว นอนอยู่ในถ้ำจักทำอย่างไรหนอเราก็ติดบ่วงตกอยู่ในอำนาจของนายพราน?
กึ คิชฺฌ ปริเทเวสิ กา นุ เต ปริเวทนา
นเม สุโต วา ทิฏฺโฐ วา ภาสนฺโต มานุสึ ทิโช ฯ
๑ ม. ภิกฺขา จ ฯ ๒ สี. ม. มรณสญฺญิโน ฯ ๓ ม. ลทฺธาย ยกฺขา ฯ
๔ ม. รสสา อุเปตํ ฯ ๕ ม. เหหิติ ภิกฺขิเต ฯ ๖ สี. ยุ. มเมส ฯ
๗ ม. สุตโน ฯ ๘ ม. คจฺฉมาทาย ฯ ๙ ม. พทฺโธสฺมิ ฯ
ดูกรแร้ง เหตุไรท่านจึงคร่ำครวญอยู่เล่า การคร่ำครวญของท่านเป็นอย่างไรหนอ แร้งพูดภาษามนุษย์ เราไม่เคยได้ยินหรือเห็นมาเลย.
ภรามิ มาตาปิตโร วุฑฺเฒ คิริทรีสเย
เต กถนฺนุ กริสฺสนฺติ อหํ วสํ คโต ตว ฯ
ข้าพเจ้าเลี้ยงดูมารดาบิดาผู้แก่เฒ่าชรานอนอยู่ในถ้ำ มารดาบิดาท่านจักทำอย่างไร เพราะข้าพเจ้าตกอยู่ในอำนาจของท่านเสียแล้ว.
ยนฺนุ คิชฺโฌ โยชนสตํ กุณปานิ อเวกฺขติ
กสฺมา ชาลญฺจปาสญฺจ อาสชฺชาปิ น พุชฺฌสิ ฯ
เขาพูดกันว่า แร้งมองเห็นซากศพได้ไกลถึงร้อยโยชน์ เหตุไฉนท่านแม้จะมาถึงข่าย และบ่วงก็ไม่รู้สึก.
ยทา ปราภโว โหติ โปโส ชีวิตสงฺขเย
อถ ชาลญฺจ ปาสญฺจ อาสชฺชาปิ น พุชฺฌติ ฯ
เมื่อใด จะมีความพินาศ สัตว์จะถึงความสิ้นชีวิต เมื่อนั้นถึงแม้จะมาถึงข่าย และบ่วงก็ไม่รู้สึกเลย.
ภรสฺสุ มาตาปิตโร วุฑฺเฒ คิริทรีสเย
มยา ตฺวํ สมนุญฺญาโต โสตฺถึ ปสฺสาหิ ญาตเก ฯ
ท่านจงไปเลี้ยงดูมารดาบิดาผู้แก่เฒ่าชรา นอนอยู่ในถ้ำ เราอนุญาตให้ท่านกลับไปหาพวกญาติโดยสวัสดี.
เอวํ ลุทฺทก นนฺทสฺสุ สห สพฺเพหิ ญาติภิ
ภริสฺสํ มาตาปิตโร วุฑฺเฒ คิริทรีสเยติ ฯ
มาตุโปสกคิชฺฌชาตกํ จตุตฺถํ ฯ
ดูกรนายพราน เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านจงเพลิดเพลินพร้อมด้วยญาติทั้งปวงเถิด ข้าพเจ้าจะไปเลี้ยงดูมารดาบิดาผู้แก่เฒ่าชรานอนอยู่ในถ้ำ.
จบ มาตุโปสกคิชฌชาดกที่ ๔.
๕ ทพฺพปุปฺผชาตกํ ๑
๕. ทัพพปุปผกชาดก
โทษของการโต้เถียงกัน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต กุกกุวรรค ทัพพปุปผกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
อนุตีรจารี ภทฺทนฺเต สหายมนุธาว มํ
มหา เม คหิโต มจฺโฉ โส มํ หรติ เวคสา ฯ
ดูกรสหาย นากผู้เที่ยวไปตามฝั่ง ขอความเจริญจงมีแก่ท่าน ท่านจงตามฉันมา จับปลาใหญ่ได้ตัวหนึ่ง มันพาฉันไปด้วยกำลังแรง.
คมฺภีรจารี ภทฺทนฺเต ทฬฺหํ คณฺหาหิ ถามสา
อหํ ตํ อุทฺธริสฺสามิ สุปณฺโณ อุรคมฺมิว ๒ ฯ
ดูกรนากผู้เที่ยวไปในน้ำลึก ขอความเจริญจงมีแก่ท่าน ท่านจงจับปลาให้มั่นด้วยกำลัง ฉันจักยกปลานั้นขึ้น เหมือนครุฑคาบพระยานาค ฉะนั้น.
วิวาโท โน สมุปฺปนฺโน ทพฺพปุปฺผ สุโณหิ เม
สเมหิ เมธคํ ๑ สมฺม วิวาโท วูปสมฺมตุ ๒ ฯ
๑ ม. ทพฺภปุปฺผ ... ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ ม. อุรคามิว ฯ
เราทั้งสองมัวโต้เถียงกันอยู่ ดูกรสหายทัพพปุปผกะ ขอท่านจงฟังข้าพเจ้า จงระงับความโต้เถียงกัน ขอการโต้เถียงกันจงระงับเสีย.
ธมฺมฏฺโฐหํ ปุเร อาสึ พหุอฏฺฏํว ตีริตํ ๓
สเมมิ เมธคํ ๑ สมฺม วิวาโท วูปสมฺมตุ ๒ ฯ
เราเคยเป็นผู้พิพากษาในกาลก่อน พิจารณาอรรถคดีมามากนักแล้ว แน่ะสหาย เราจะช่วยระงับความโต้เถียง ความโต้เถียงของท่านทั้งสองจะระงับ.
อนุตีรจารี นงฺคุฏฺฐํ สีสํ คมฺภีรจาริโน
อจฺจายํ ๔ มชฺฌิโมขณฺโฑ ธมฺมฏฺฐสฺส ภวิสฺสติ ฯ
ดูกรนากผู้เที่ยวไปตามฝั่ง ท่านจงคาบเอาท่อนหางไป ท่อนหัวเป็นของนากผู้เที่ยวไปในน้ำลึก ส่วนท่อนกลางนี้จักเป็นของเราผู้ตัดสิน.
จิรํปิ ภกฺโข อภวิสฺส สเจ น วิวเทมเส
อสีสกํ อนงฺคุฏฺฐํ สิคาโล หรติ โรหิตํ ฯ
ท่อนกลางที่สุนัขจิ้งจอกนำเอาไปนั้น จักเป็นอาหารได้หลายวัน ถ้าเราไม่โต้แย้งกัน สุนัขจิ้งจอกก็จะนำเอาปลาตะเพียนท่อนกลางไปไม่ได้.
ยถาปิ ราชา นนฺเทยฺย รชฺชํ ลทฺธาน ขตฺติโย
เอวาหมชฺช นนฺทามิ ทิสฺวา ปุณฺณมุขํ ปตึ ฯ
พระมหากษัตริย์ได้ครอบครองราชสมบัติแล้ว จะพึงทรงยินดีแม้ฉันใดดิฉันได้เห็นสามี มีหน้าอันเบิกบานในวันนี้ก็ย่อมยินดี ฉันนั้น.
กถนฺนุ ถลโช สนฺโต อุทเก มจฺฉํ ปรามสิ
ปุฏฺโฐ เม สมฺม อกฺขาหิ กถํ อธิคตํ ตยา ฯ
ท่านเป็นสัตว์เกิดบนบก ไฉนจึงจับเอาปลาในน้ำมาได้ ดูกรท่านผู้ร่วมใจ ดิฉันถามท่าน จงบอกดิฉันว่า ท่านจับปลานั้นมาได้อย่างไร?
วิวาเทน กิสา โหนฺติ วิวาเทน ธนกฺขยา
ชินา อุทฺทา วิวาเทน ภุญฺช มายาวิ โรหิตํ ฯ
สัตว์ทั้งหลายย่อมซูบผอมเพราะวิวาทกัน เป็นผู้หมดทรัพย์ก็เพราะวิวาทกัน นากสองตัว เสื่อมจากปลานี้เพราะวิวาทกัน ดูกรนางมายาวีจงกินปลาตะเพียนแดงนี้เสียเถิด.
เอวเมว มนุสฺเสสุ วิวาโท ยตฺถ ชายติ ฯ
ธมฺมฏฺฐํ ปฏิธาวนฺติ โส หิ เนสํ วินายโก
ธนาปิ ตตฺถ ชียนฺติ ราชโกโส ปวฑฺฒตีติ ฯ
ทพฺพปุปฺผชาตกํ ปญฺจมํ ฯ
ในหมู่มนุษย์มีการวิวาทกันขึ้น ณ ที่ใด หมู่มนุษย์ก็พากันไปหาผู้พิพากษาณ ที่นั้น เพราะว่าผู้พิพากษาเป็นผู้แนะนำพวกเขา ใช่แต่เท่านั้น เขายังจะเสื่อมจากทรัพย์อีก เหมือนนากทั้งสองเสื่อมจากปลาตะเพียน ฉะนั้นพระคลังหลวงย่อมเจริญขึ้น.
จบ ทัพพปุปผกชาดกที่ ๕.
๖ ทสณฺณกชาตกํ ๕
๖. ทสรรณกชาดก
ให้แล้วไม่เดือดร้อนภายหลังทำได้ยาก
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต กุกกุวรรค ทสรรณกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ทสณฺณกํ ๖ ติขิณธารํ อสึ สมฺปนฺนปายินํ
ปริสายํ ปุริโส คิลติ กึ ทุกฺกรตรํ ตโต
ยทญฺญํ ทุกฺกรํ ฐานํ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
๑ ยุ. เมธกํ ฯ ๒ ม. วูปสมฺมตํ ฯ ๓ ม. พหู อฏฺฏา เม ตีริตา ฯ ๔ สี. ยุ. อถายํ ฯ
๕ ม. สพฺพตฺถ ปณฺณกชาตกํ ฯ ๖ ม. ปณฺณกํ ฯ
บุรุษคนนี้กลืนดาบมีคมกล้า อันเป็นดาบในทสรรณกรัฐ ดื่มกินเลือดผู้อื่นที่ถูกต้องแล้ว ในท่ามกลางบริษัท เหตุอย่างอื่นที่ทำยากกว่าการกลืนดาบนี้ ยังมีอีกไหม ฉันถามท่านถึงเหตุที่ทำได้ยากอย่างอื่น ขอท่านจงบอกแก่ฉัน?
คิเลยฺย ปุริโส โลภา อสึ สมฺปนฺนปายินํ
โย จ วชฺชา ททามีติ ตํ ทุกฺกรตรํ ตโต
สพฺพญฺญํ สุกรํ ฐานํ เอวํ ชานาหิ มาคธ ๑ ฯ
บุรุษกลืนดาบอันดื่มกินเลือดของผู้อื่นที่ถูกต้องได้ เพราะความโลภ ก็ผู้ใดพูดว่าจะให้สิ่งนั้น สิ่งนี้ คำพูดของผู้นั้นทำได้ยากกว่าการกลืนดาบนั้น เหตุอย่างอื่นทั้งหมดทำได้ง่ายนัก ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งชาวมคธ ขอพระองค์โปรดทรงทราบอย่างนี้เถิด.
พฺยากาสิ อายุโร ปญฺหํ อตฺถํ ธมฺมสฺส โกวิโท
ปุกฺกุสํทานิ ปุจฺฉามิ กึ ทุกฺกรตรํ ตโต
ยทญฺญํ ทุกฺกรํ ฐานํ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
อายุรบัณฑิตเป็นผู้ฉลาดในอรรถธรรม ได้แก้ปัญหาแล้ว บัดนี้ ฉันจะถามปุกกุสบัณฑิตบ้าง เหตุอย่างอื่นที่ทำยากกว่าคำพูดนั้น ยังมีอยู่หรือฉันถามท่านถึงเหตุที่ทำได้ยากอย่างอื่น ขอท่านจงบอกแก่ฉัน?
น วาจมุปชีวนฺติ อผลํ คิรมุทีริตํ
โย ๒ ทตฺวา อวากยิรา ตํ ทุกฺกรตรํ ตโต
สพฺพญฺญํ สุกรํ ฐานํ เอวํ ชานาหิ มาคธ ๑ ฯ
ชนทั้งหลายย่อมไม่รักษาคำพูดไว้ คำที่พูดนั้นก็ไม่มีผล ผู้ใดให้ปฏิญญาไว้ว่า จะให้สิ่งนั้นสิ่งนี้ ไม่อยากได้สิ่งนั้นคืน คำพูดของผู้นั้นทำได้ยากกว่าการกลืนดาบ และกว่าคำพูดว่าจะให้สิ่งนั้น สิ่งนี้นั้นเสียอีก เหตุอย่างอื่นทั้งหมดทำได้ง่าย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งชาวมคธ ขอพระองค์โปรดทรงทราบอย่างนี้เถิด.
พฺยากาสิ ปุกฺกุโส ปญฺหํ อตฺถํ ธมฺมสฺส โกวิโท
เสนกํทานิ ปุจฺฉามิ กึ ทุกฺกรตรํ ตโต
ยทญฺญํ ทุกฺกรํ ฐานํ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
ปุกกุสบัณฑิตเป็นผู้ฉลาดในอรรถธรรม ได้แก้ปัญหาแล้ว บัดนี้ ฉันจะถามเสนกบัณฑิตบ้าง เหตุอย่างอื่นที่ทำยากกว่านั้นยังมีอีกหรือ ฉันถามท่านถึงเหตุที่ทำได้ยากอย่างอื่น ขอท่านจงบอกแก่ฉัน?
ทเทยฺย ปุริโส ทานํ อปฺปํ วา ยทิวา พหุํ
โย จ ทตฺวา นานุตปฺเป ตํ ทุกฺกรตรํ ตโต
สพฺพญฺญํ สุกรํ ฐานํ เอวํ ชานาหิ มาคธ ๑ ฯ
บุรุษควรจะให้ทาน จะน้อย หรือมากก็ตาม ก็ผู้ใดให้ของรักของตนแล้ว ย่อมไม่เดือดร้อนภายหลัง ข้อนั้นทำได้ยากกว่าการกลืนดาบกว่าคำว่าจะให้สิ่งนั้น สิ่งนี้ และกว่าการให้ของรักนั้นเสียอีก เหตุอย่างอื่นทั้งหมดทำได้ง่าย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งชาวมคธ ขอพระองค์โปรดทรงทราบอย่างนี้เถิด.
พฺยากาสิ อายุโร ปญฺหํ อโถ ปุกฺกุสโปริโส
สพฺเพ ปเญฺห อภิโภติ ๑ ยถา ภาสติ เสนโกติ ฯ
ทสณฺณกชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
๑ ม. มทฺทว ฯ ๒ ม. โย จ ... ฯ
อายุรบัณฑิตได้แก้ปัญหาแก่ฉันแล้ว อนึ่ง ปุกกุสบัณฑิตก็ได้แก้ปัญหาแก่ฉันแล้ว เสนกบัณฑิตแก้ปัญหาครอบงำปัญหาเสียทั้งหมด ฉันใดฉันก็ให้ทานนั้นแล้ว หาควรจะเดือดร้อนภายหลังไม่ ฉันนั้น.
จบ ทสรรณกชาดกที่ ๖.
๗ เสนกชาตกํ ๒
๗. เสนกชาดก
ผู้มีปัญญาช่วยคนอื่นได้
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต กุกกุวรรค เสนกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
วิพฺภนฺตจิตฺโต กุปิตินฺทฺริโยสิ
เนตฺเตหิ เต วาริคณา สวนฺติ
กินฺเต นฏฺฐํ กึ ปน ปตฺถยาโน
อิธาคมา พฺราหฺมณ อิงฺฆ ๓ พฺรูหิ ฯพ
ท่านเป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่าน มีอินทรีย์กำเริบ หยาดน้ำตาไหลออกจากนัยน์ตาทั้งสองของท่าน อะไรของท่านหายหรือ หรือว่าท่านปรารถนาอะไรจึงได้มาในที่นี้ ดูกรพราหมณ์ เชิญท่านพูดไปเถิด?
มิยฺเยถ ภริยา วชโต มมชฺช
อคจฺฉโต มรณมาห ยกฺโข
เอเตน ทุกฺเขน ปเวธิโตสฺมิ
อกฺขาหิ เม เสนก เอตมตฺถํ ฯ
(รุกขเทวดาตนหนึ่งกล่าวว่า) เมื่อข้าพเจ้าไปสู่เรือนวันนี้ ภรรยาของข้าพเจ้าจะตาย เมื่อข้าพเจ้าไม่ไป ความตายจะมีแก่ข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าเป็นผู้หวาดเกรงด้วยทุกข์นี้ ข้าแต่เสนกบัณฑิต ขอท่านจงบอกเหตุนี้แก่ข้าพเจ้าเถิด.
พหูนิ ฐานานิ วิจินฺตยิตฺวา
ยเมตฺถ วกฺขามิ ตเทว สจฺจํ
มญฺญามิ เต พฺราหฺมณ สตฺตุภสฺตํ
อชานโต กณฺหสปฺโป ปวิฏฺโฐ ฯ
เราคิดเห็นเหตุเป็นอันมากได้ตลอดแล้ว บรรดาเหตุเหล่านั้น เหตุที่เราจะบอกเป็นความจริง ดูกรพราหมณ์ เราเข้าใจว่าเมื่อท่านมิได้รู้สึก งูเห่าตัวหนึ่งเลื้อยเข้าไปในไถ้ข้าวสัตตูของท่าน.
อาทาย ทณฺฑํ ปริสุมฺภ ภสฺตํ
ปสฺเสลมูคํ อุรคํ ทุชิวฺหํ
ฉินฺทชฺช กงฺขํ วิจิกิจฺฉิตานิ
ภุชงฺคมํ ปสฺส ปมุญฺจ ภสฺตํ ฯ
๑ ม. อติโภติ ฯ ๒ สี. ม. สตฺตุภสฺตชาตกํ ฯ ๓ ม. ตทิงฺฆ ฯ
ท่านจงเอาท่อนไม้เคาะไถ้ดูเถิด จะเห็นงูแลบลิ้นมีน้ำลายไหลเลื้อยออกจากไถ้ ท่านจะสิ้นความสงสัยเคลือบแคลงวันนี้แหละ ท่านจะได้เห็นงูเดี๋ยวนี้แหละ จงแก้ไถ้เถิด.
สํวิคฺครูโป ปริสาย มชฺเฌ
โส พฺราหฺมโณ สตฺตุภสฺตํ ปมุญฺจิ
อถ นิกฺขมิ อุรโค อุคฺคเตโช
อาสีวิโส สปฺโป ผณํ กริตฺวา ฯ
พราหมณ์นั้นสลดใจ ได้แก้ไถ้ข้าวสัตตู ณ ท่ามกลางบริษัท ลำดับนั้นงูพิษมากได้แผ่แม่เบี้ยเลื้อยออกมา.
สุลทฺธลาภา ชนกสฺส รญฺโญ
โย ปสฺสติ เสนกํ สาธุปญฺญํ
วิวฏฺฏจฺฉโท ๑ นุสิ สพฺพทสฺสี
ญาณํ นุ เต พฺราหฺมณ ภึสรูปํ
อิมานิ เม สตฺตสตานิ อตฺถิ
คณฺหาหิ สพฺพานิ ททามิ ตุยฺหํ
ตยา หิ เม ชีวิตมชฺช ลทฺธํ
อโถปิ ภริยายมกาสิ โสตฺถึ ฯ
การที่พระเจ้าชนกได้ทรงเห็นเสนกบัณฑิต ผู้มีปัญญา ให้สำเร็จประโยชน์กิจทั้งปวง เป็นลาภ อันพระองค์ได้ดีแล้ว ท่านเป็นผู้เปิดหลังคาคือ กิเลสได้แล้วหนอ เป็นผู้เห็นแจ้งในสิ่งทั้งปวง ข้าแต่พราหมณ์ความรู้ของท่านน่าพิศวงยิ่งนัก ข้าพเจ้ามีทรัพย์อยู่ ๗๐๐ ขอท่านจงรับไว้เถิด ข้าพเจ้าขอให้ท่านทั้งหมด ข้าพเจ้าได้ชีวิตในวันนี้ ก็เพราะท่านอนึ่ง ท่านยังได้ทำความสวัสดีให้แก่ภรรยาของข้าพเจ้าอีกด้วย.
น ปณฺฑิตา เวตฺตนมาทิยนฺติ
จิตฺราหิ คาถาหิ สุภาสิตาหิ
อิโตปิ เต พฺราหฺมณ ททนฺตุ วิตฺตํ
อาทาย ตฺวํ คจฺฉ สกํ นิเกตนฺติ ฯ
เสนกชาตกํ สตฺตมํ ฯ
___________
๑ ม. วิวฏฺฏฉทฺโท ฯ สี. วิวตฺตจฺฉทฺโท ฯ ยุ. วิวตฺตจฺฉทฺทา ฯ
บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่รับรางวัล เพราะคาถา อันวิจิตรที่ตนกล่าวดีแล้วดูกรพราหมณ์ ท่านจงให้ทรัพย์ของท่านที่ใกล้เท้าของเรานี้เสียก่อน แล้วจงถือเอาไปยังเรือนของตนเถิด.
จบ เสนกชาดกที่ ๗.
๘ อฏฺฐิเสนชาตกํ ๑
๘. อัฏฐิเสนชาดก
ว่าด้วยการขอ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต กุกกุวรรค อัฏฐิเสนชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
เยเม อหํ น ชานามิ อฏฺฐิเสน วนิพฺพเก
เต มํ สงฺคมฺม ยาจนฺติ กสฺมา มํ ตฺวํ น ยาจสิ ฯ
ข้าแต่ท่านอัฏฐิเสนะ วณิพกเหล่าใดที่ข้าพเจ้าไม่รู้จัก วณิพกเหล่านั้นมาหาข้าพเจ้าแล้วเป็นต้องขอ เหตุไรพระผู้เป็นเจ้า จึงไม่ขออะไรๆข้าพเจ้า?
ยาจโก อปฺปิโย โหติ ยาจํ อททมปฺปิโย
ตสฺมาหนฺตํ น ยาจามิ มา เม วิทฺเทสฺสนา อหุ ฯ
ผู้ขอย่อมไม่เป็นที่รักของผู้ถูกขอ ผู้ถูกขอเมื่อไม่ให้ก็ไม่เป็นที่รักของผู้ขอเพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงไม่ทูลขออะไรพระองค์ โดยคิดเห็นว่าอาตมภาพอย่าหมางใจกับพระองค์เสียเลย.
โย จ ๒ ยาจนชีวาโน กาเล ยาจํ น ยาจติ
ปรญฺจ ปุญฺญํ ๓ ธํเสติ อตฺตนาปิ น ชีวติ ฯ
ผู้ใดเป็นอยู่ด้วยการขอ ย่อมไม่ขอสิ่งที่ควรขอ ในเวลาที่ควรขอ ผู้นั้นย่อมทำให้ผู้อื่นเสื่อมจากบุญ แม้ตัวเองก็หาเลี้ยงชีพไม่สะดวก.
โย จ ยาจนชีวาโน กาเล ยาจํปิ ๔ ยาจติ
ปรญฺจ ปุญฺญํ ลพฺเภติ อตฺตนาปิ จ ชีวติ ฯ
ส่วนผู้ใดเป็นอยู่ด้วยการขอ ย่อมขอสิ่งที่ควรขอในเวลาที่ควรขอ ผู้นั้นย่อมทำให้ผู้อื่นได้บุญ แม้ตัวเองก็หาเลี้ยงชีพสะดวกด้วย.
น เว ทุสฺสนฺติ ๕ สปฺปญฺญา ทิสฺวา ยาจกมาคเต
พฺรหฺมจารี ปิโย เมสิ วร ภญฺญิตมิจฺฉสิ ๖ ฯ
ผู้มีปัญญาเห็นยาจกมาแล้ว ย่อมไม่โกรธเลย ท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์เป็นที่พอใจของข้าพเจ้า ท่านต้องการอะไร เชิญบอกมาเถิด ข้าพเจ้าจะให้ทุกอย่าง.
น เว ยาจนฺติ สปฺปญฺญา ธีโร จ วิทิตุมรหติ
อุทฺทิสฺส อริยา ติฏฺฐนฺติ เอสา อริยาน ยาจนา ฯ
ผู้มีปัญญาย่อมไม่ออกปากขอเลย ส่วนผู้ที่ฉลาดควรจะรู้ความต้องการได้เอง พระอริยะทั้งหลาย ย่อมไม่ออกปากขอ มีแต่ยืนนิ่งอยู่ ด้วยภิกขาจารวัตรเท่านั้น นี่เป็นอาการขอของพระอริยะทั้งหลาย.
ททามิ เต พฺราหฺมณ โรหิณีนํ
ควํ สหสฺสํ สห ปุงฺคเวน
อริโย หิ อริยสฺส กถํ น ทชฺชา
สุตฺวาน คาถา ตว ธมฺมยุตฺตาติ ฯ
อฏฺฐิเสนชาตกํ ๑ อฏฺฐมํ ฯ
๑ ม. อฏฺฐิเสนกชาตกํ ฯ ๒ ม. โย เว ฯ ๓ ม. ปุญฺญา ฯ ๔ ม. ยาจํ หิ ฯ
๕ ม. เทสฺสนฺติ ฯ สี. ยุ. ทิสฺสนฺติ ฯ ๖ สี. วร ตํ ภญฺญมีจฺฉสิ ฯ ม. วท ตฺวํ
ภญฺญมิจฺฉสิ ฯ
ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ข้าพเจ้าขอถวายโคนมสีแดงพันตัว พร้อมทั้งโคผู้พันตัวแก่ท่าน เพราะว่า ผู้ที่มีมารยาทดังพระอริยะ ได้ฟังคาถาอันประกอบไปด้วยธรรมของท่านแล้ว จะไม่ถวายแก่ท่านผู้มีมารยาทดังพระอริยะอย่างไรได้.
จบ อัฏฐิเสนชาดกที่ ๘.
๙ กปิชาตกํ
๙. กปิชาดก
คุณธรรมของผู้บริหารคณะ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต กุกกุวรรค กปิชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ยตฺถ เวรี นิวิสติ ๑ น วเส ตตฺถ ปณฺฑิโต
เอกรตฺตํ ทฺวิรตฺตํ วา ทุกฺขํ วสติ เวริสุ ฯ
ผู้คอยจองเวรอยู่ในที่ใด บัณฑิตไม่ควรอยู่ในที่นั้น บุคคลอยู่ในที่มีคนจองเวรเพียงคืนเดียว หรือสองคืน ก็อยู่เป็นทุกข์.
ทิโส เว ลหุจิตฺตสฺส โปสสฺสานุวิธิยฺยโต
เอกสฺส กปิโน เหตุ ยูถสฺส อนโย กโต ฯ
บุคคลมีจิตเบา คล้อยไปตามเขาง่ายๆ ย่อมกระทำกิจของคนจองเวรเพราะเหตุลิงตัวเดียว ถูกเขาทำความฉิบหายให้ทั้งฝูง.
พาโล จ ปณฺฑิตมานี ยูถสฺส ปริหารโก
สจิตฺตสฺส วสํ คนฺตฺวา สเยถายํ ยถา กปิ ฯ
คนพาลผู้สำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต ปกครองหมู่คณะ ตกอยู่ในอำนาจจิตของตนแล้ว พึงนอนตาย เหมือนลิงจ่าฝูง นอนตายอยู่ ฉะนั้น.
น สาธุ พลวา พาโล ยูถสฺส ปริหารโก
อหิโต ภวติ ญาตีนํ สกุณานํว เจตโก ฯ
อันคนพาลถึงจะมีกำลังปกครองหมู่คณะ ไม่ดีเลย เพราะไม่เป็นประโยชน์แก่ญาติทั้งหลาย เหมือนนกระทาผู้ตัวไม่เป็นประโยชน์แก่นกปกครองหมู่คณะทั้งหลาย ฉะนั้น.
ธีโร จ พลวา สาธุ ยูถสฺส ปริหารโก
หิโต ภวติ ญาตีนํ ติทสานํว วาสโว ฯ
ส่วนนักปราชญ์มีกำลังปกครองหมู่คณะ ดีมาก เพราะว่าเป็นประโยชน์แก่ญาติทั้งหลาย เหมือนท้าววาสวะผู้เป็นประโยชน์แก่เทวดาชั้นดาวดึงส์ทั้งหลาย ฉะนั้น.
โย จ สีลญฺจ ปญฺญญฺจ สุตญฺจตฺตนิ ปสฺสติ
อุภินฺนมตฺถํ จรติ อตฺตโน จ ปรสฺส จ ฯ
ผู้ใดพิจารณาเห็นศีล ปัญญา และสุตะในตน ผู้นั้นย่อมประพฤติประโยชน์ได้ทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งตน และผู้อื่น.
ตสฺมา ตุเลยฺยมตฺตานํ สีลํ ปญฺญํ สุตํปิว ๒
คณํ วา ปริหเร ธีโร เอโก วาปิ ปริพฺพเชติ ฯ
กปิชาตกํ นวมํ ฯ
เพราะฉะนั้น นักปราชญ์พึงพิจารณาดูตน ดุจดูศีล ปัญญาและสุตะฉะนั้น พึงบริหารหมู่คณะเถิด หรือจะเป็นผู้อยู่แต่ผู้เดียว ก็พึงเว้นรอบ.
จบ กปิชาดกที่ ๙.
๑๐ พกพฺรหฺมชาตกํ ๓
๑๐. พกพรหมชาดก
ว่าด้วยศีลและพรตของพกพรหม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต กุกกุวรรค พกพรหมชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ทฺวาสตฺตติ โคตม ปุญฺญกมฺมา
วสวตฺติโน ชาติชรํ อตีตา
อยมนฺติมา เวทคู พฺรหฺมุปปตฺติ ๑
อสฺมาภิชปฺปนฺติ ชนา อเนกา ฯ
๑ ม. นิวสติ ฯ ๒ สี. ม. สีลปญฺญาสุตามิว ฯ ๓ ม. พกชาตกํ ฯ
ข้าแต่พระโคดม ข้าพระองค์มีอยู่ ๗๒ คน ล้วนได้ทำบุญมาแล้ว มีอำนาจแผ่ทั่วไป ล่วงชาติและชราได้แล้ว การเกิดเป็นพรหมนี้ เป็นที่สุด สำเร็จได้ด้วยพระเวท ชนเป็นอันมากมุ่งหวังอยากให้เป็นอย่างพวกข้าพระองค์.
อปฺปญฺจ เหตํ ๒ น หิ ทีฆมายุ
ยํ ตฺวํ พก มญฺญสิ ทีฆมายุํ
สตํ สหสฺสาน ๓ นิรพฺพุทานํ
อายุํ ปชานามิ ตวาห พฺรหฺเม ฯ
ดูกรพกพรหม อายุของท่านนี้น้อย ไม่มากเลย ท่านมาสำคัญว่าอายุของท่านมากตั้งแสนนิรัพพุทะ (ร้อยคูณแสน ๑๐ ล้านปี) ดูกรพกพรหม เรารู้อายุของท่าน.
อนนฺตทสฺสี ภควาหมสฺมิ
ชาติชฺชรํ โสกมุปาติวตฺโต
กึ เม ปุราณํ วตสีลวตฺตํ
อาจิกฺข เมตํ ยมหํ วิชญฺญํ ฯ
ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระองค์ตรัสว่า พระองค์รู้กำหนดอายุของข้าพระองค์ และตรัสว่ารู้เห็นไม่มีที่สิ้นสุด เป็นผู้ล่วงชาติชราและความโศกได้แล้ว ขอพระองค์จงตรัสบอกการสมาทานพรต และศีลวัตร ของข้าพระองค์ ครั้งก่อนว่าเป็นอย่างไร ข้าพระองค์ขอทราบตามความเป็นจริงที่พระองค์ตรัสบอก?
ยํ ตฺวํ อปาเยสิ พหู มนุสฺเส
ปิปาสิเต ฆมฺมนิ สมฺปเรเต
ตนฺเต ปุราณํ วตสีลวตฺตํ
สุตฺตปฺปพุทฺโธว อนุสฺสรามิ ฯ
ท่านได้ช่วยมนุษย์เป็นอันมากผู้ถูกแดดแผดเผา กระหายน้ำจัดให้ได้ดื่มน้ำ เราระลึกถึงการสมาทานพรต และศีลวัตรครั้งก่อนของท่านนั้นได้ดุจนอนหลับฝันตื่นขึ้นจำได้ ฉะนั้น.
ยํ เอณิกูลสฺมึ ชนตํ คหีตํ
อโมจยี คยฺหก นียมานํ
ตนฺเต ปุราณํ วตสีลวตฺตํ
สุตฺตปฺปพุทฺโธว อนุสฺสรามิ ฯ
ท่านได้ช่วยมหาชน ผู้ถูกหมู่โจรจับไปจะให้เป็นเชลยให้พ้นมาได้ ที่ริมฝั่งแม่น้ำเอณิ เรายังระลึกถึงการสมาทานพรต และศีลวัตรครั้งก่อนของท่านนั้นได้ ดุจนอนหลับฝันตื่นขึ้นจำได้ ฉะนั้น.
คงฺคาย โสตสฺมึ คหีตนาวํ
ลุทฺเทน นาเคน มนุสฺสกปฺปา
อโมจยี ตฺวํ พลสา ปสยฺห
ตนฺเต ปุราณํ วตสีลวตฺตํ
สุตฺตปฺปพุทฺโธว อนุสฺสรามิ ฯ
๑ ม. พฺรหฺมปตฺติ ฯ ๒ ม. อปฺปํ หิ เอตํ ฯ ๓ ม. สหสฺสานิ ฯ สี. ยุ. สหสฺสานํ ฯ
ท่านได้ทุ่มเทกำลังเข้าช่วยพวกมนุษย์ ผู้ไปเรือในกระแสแม่น้ำคงคา ให้พ้นจากนาคราชผู้ตัวดุร้าย มักทำมนุษย์ให้พินาศ เรายังระลึกถึงการสมาทานพรตและศีลวัตรครั้งก่อน ของท่านนั้นได้ ดุจนอนหลับฝันตื่นขึ้นจำได้ ฉะนั้น.
กปฺโป จ เต ปตฺถจโร อโหสึ ๑
สมฺพุทฺธิวนฺตํ วติตํ ๒ อมญฺญํ
ตนฺเต ปุราณํ วตสีลวตฺตํ
สุตฺตปฺปพุทฺโธว อนุสฺสรามิ ฯ
อนึ่ง เราเองมีชื่อว่ากัปปะ ได้เคยเป็นอันเตวาสิกของท่าน ได้รู้แล้วว่าท่านเป็นดาบสที่มีปัญญาและวัตรดีผู้หนึ่ง เรายังระลึกถึงการสมาทานพรตและศีลวัตรครั้งก่อนของท่านนั้นได้ ดุจนอนหลับฝันตื่นขึ้นจำได้ ฉะนั้น.
อทฺธา ปชานาสิ มเมตมายุํ
อญฺญํปิ ชานาสิ ตถาหิ พุทฺโธ
ตถาหิ ตายํ ชลิตานุภาโว
โอภาสยํ ติฏฺฐติ พฺรหฺมโลกนฺติ ฯ
พกพฺรหฺมชาตกํ ทสมํ ฯ
กุกฺกุวคฺโค ปฐโม ฯ
___________
ตสฺสุทฺทานํ
วรกณฺณิก จาปวโร สุตโน
อถ คิชฺฌ สโรหิตมจฺฉวโร
ปุน ทสณฺณก ๓ เสนก ยาจนโก
อถ เวรี สพฺรหฺมพเกน ทส ฯ
๑ ม. พทฺธจโร อโหสิ ฯ ๒ ม. สมฺพุทฺธิมนฺตํ วตินํ ฯ ๓ ม. ปณฺณก ฯ
พระองค์ทรงทราบชัดอายุของข้าพระองค์ ได้แน่นอน แม้สิ่งอื่นพระองค์ก็ทรงทราบ พระองค์เป็นพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง เพราะเหตุนั้นแลพระรัศมีอันรุ่งเรืองของพระองค์นี้ จึงได้ส่องพรหมโลกให้สว่างไสวอยู่.
จบ พกพรหมชาดกที่ ๑๐.
จบ กุกกุวรรคที่ ๑.
_________________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กุกกุชาดก ๒. มโนชชาดก
๓. สุตนชาดก ๔. มาตุโปสกคิชฌชาดก
๕. ทัพพปุปผกชาดก ๖. ทสรรณกชาดก
๗. เสนกชาดก ๘. อัฏฐิเสนชาดก
๙. กปิชาดก ๑๐. พกพรหมชาดก.
จบ กุกกุวรรค