arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต · วรรคที่ ๑

๑. สุภูติเถรคาถา เล่ม ๒๖

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๓๘ (Royal Thai)2/11 in วรรคที่ ๑4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑ สุภูติเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 50 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 26, pp. 317–318

Page 317

๑. เอกกนิบาต

๑. ปฐมวรรค

๑. สุภูติเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับจิตหลุดพ้น

{๑๓๘}นัยว่า ท่านพระสุภูติเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า

[๑] ฝนเอ๋ย กุฎีของเราสบาย มุงดีแล้ว มิดชิดดี ท่านจงตกลงมาตามสะดวกเถิด จิตของเราตั้งมั่นดีแล้ว หลุดพ้นแล้วจากกิเลสทั้งปวง เราเป็นผู้มีความเพียรอยู่ เชิญตกลงมาเถิดฝน

หมายถึงประมวลคำกล่าวที่เป็นคาถาของเหล่าพระเถระผู้เป็นพระอรหันต์ในพระพุทธศาสนาที่เกิด จากการอุทานเพราะพิจารณาถึงความสุขอันเกิดจากอริยมรรคและอริยผลที่ได้บรรลุบ้าง เกิดจากการพิจารณาธรรมเป็นเครื่องอยู่คือสมาบัติบ้าง เกิดจากการที่มีผู้ถามบ้าง เกิดจากการประจักษ์ถึง พุทธธรรมเป็นธรรมนำออกจากทุกข์ได้จริงในเวลาใกล้นิพพานบ้างในคราวปฐมสังคายนาท่านพระ ธรรมสังคาหกาจารย์ (พระผู้ร้อยกรองพระธรรมวินัย โดยปริยายหมายถึงท่านพระอานนท์) ได้นำ คาถาของพระเถระเหล่านี้มาประมวลรวมไว้เป็นหมวดหมู่เดียวอัน เรียกชื่อว่า เถรคาถา จัดอยู่ในขุททกนิกาย คัมภีร์ที่ ๘ ในบรรดา ๑๕ คัมภีร์ของขุททกนิกาย จัดเข้าในนวังคสัตถุศาสน์ประเภท คาถา คือความร้อยกรองล้วน ๆ โดยมีการจัดแบ่งหมวดหมู่ของคาถาเป็น ๒ รูปแบบ คือ(๑) แบ่งเป็นนิบาต (นิบาต ในที่นี้หมายถึงการประมวลเนื้อความตามจำนวนคาถา กล่าวคือการ จัดเรื่องที่มีคาถาจำนวนเท่ากันไว้ในหมวดเดียวกัน เช่นเรื่องที่มี ๑ คาถา ก็จัดไว้ในหมวดที่เรียกว่า เอกกนิบาต ประมวลเรื่องที่มี ๑ คาถา เป็นต้น) จากนิบาตแบ่งย่อยเป็นวรรค (การจัดเรื่องให้เป็นหมวดหมู่) จากวรรคแบ่งย่อยเป็นเรื่อง (คาถาของพระเถระรูปหนึ่งจัดเป็นเรื่องหนื่ง) ได้แก่ การแบ่งในนิบาตที่ ๑ และที่ ๒ หรือ เอกกนิบาตกับทุกนิบาต (๒) แบ่งเป็นนิบาตแล้ว แบ่งย่อยเป็นเรื่อง โดยไม่แบ่งเป็นวรรค ได้แก่การแบ่งในนิบาตที่ ๓ เป็นตันไป รวมจำนวนนิบาตได้ ๒๒ นิบาต มีจำนวนพระเถระ ๒๖๔องค์ หรือนับเป็นเรื่องได้ ๒๖๔ เรื่อง (ขุ.เถร.อ. ๑/๒-๓) จัดอยู่ใน เล่มที่ ๒๖ (รวมกับวิมานวัตถุ เปตวัตถุ และเถรีคาถา) ในบรรดาพระไตรปิฎก ๔๕ เล่ม

Page 318

๒. มหาโกฏฐิตเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับความสงบ

{๑๓๙} นัยว่า ท่านพระมหาโกฏฐิตเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า

[๒] บุคคลผู้สงบ เว้นจากการทำความชั่ว พูดด้วยปัญญา ไม่ฟุ้งซ่าน ยอมกำจัดบาปธรรมทั้งหลายได้ เหมือนลมพัดใบไม้ให้ร่วงหล่นไปฉะนั้น

๓. กังขาเรวตเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับปัญญา

{๑๔๐}นัยว่า ท่านพระกังขาเรวตเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า

[๓] ท่านจงดูพระปัญญานี้ของพระตถาคตทั้งหลาย เหมือนไฟที่ลุกโชติช่วงในเวลาเที่ยงคืน พระตถาคตทั้งหลาย ผู้ทรงกำจัดความสงสัยของเหล่าเวไนยสัตว์ผู้มาเฝ้าถึงสำนักของพระองค์ได้ ชื่อว่าเป็นผู้ให้แสงสว่าง ผู้ให้ดวงตา

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑พูดด้วยปัญญา หมายถึงพิจารณาด้วยปัญญาก่อนแล้วจึงพูด พูดโดยไม่ละทิ้งความเป็นกาลวาทีบุคคล เป็นต้น พูดแต่คำสุภาษิตที่ประกอบด้วยองค์ ๔ โดยเว้นจากคำทุพภาษิต หรือพูดคำพอประมาณ โดยเว้นจากวจีทุจริต ๔ ไม่ฟุ้งซ่าน หมายถึงไม่ยกตนข่มผู้อื่นด้วยอำนาจชาติตระกูล เป็นต้น หรือไม่มี ความฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้นเพราะนิมิตคือทุจริต ๓ อย่าง (ขุ.เถร.อ. ๑/๔๔-๔๕)
  2. ๒ผู้ให้แสงสว่าง ผู้ให้ดวงตา หมายถึงผู้ให้แสงสว่างคือญาณ ผู้ให้ดวงตาคือปัญญา (ขุ.เถร.อ. ๑/๕๐)

End of ๑. สุภูติเถรคาถา