พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · เถรคาถา
๑. สังกิจจเถรคาถา เล่ม ๒๖
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๗๗ (Royal Thai)11/21 in เถรคาถา4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
เถรคาถาย เอกาทสกนิปาโต
เถรคาถา เอกาทสกนิบาต
๑. สังกิจจเถรคาถา
คาถาสุภาษิตของพระสังกิจจเถระ
อุบาสกคนหนึ่ง ได้วอนขอให้กิจจสามเณรอยู่ในวิหารแห่งหนึ่งด้วยคาถาว่า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา สังกิจจเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๑ กินฺตวตฺโถ วเน ตาต อุชฺชุหาโนว ปาวุเส
เวรมฺพา ๑ รมณียา เต ปวิเวโก หิ ฌายินํ ฯ
ยถา อพฺภานิ เวรมฺโพ วาโต นุทติ ปาวุเส
สญฺญา เม อภิกีรนฺติ วิเวกปฏิสญฺญุตา ฯ
อปณฺฑโร อณฺฑสมฺภโว สีวถิกาย นิเกตจาริโก
อุปฺปาทยเตว เม สตึ สนฺเทหสฺมึ วิราคนิสฺสิตํ ฯ
ยญฺจ อญฺเญ น รกฺขนฺติ โย จ อญฺเญ น รกฺขติ
ส เว ภิกฺขุ สุขํ เสติ กาเมสุ อนเปกฺขวา ฯ
อจฺโฉทิกา ปุถุสิลา โคนงฺคุลมิคายุตา
อมฺพุเสวาลสญฺฉนฺนา เต เสลา รมยนฺติ มํ ฯ
วสิตํ เม อรญฺเญสุ กนฺทราสุ คุหาสุ จ
เสนาสเนสุ ปนฺเตสุ วาฬมิคนิเสวิเต ฯ
อิเม หญฺญนฺตุ วชฺฌนฺตุ ทุกฺขํ ปปฺโปนฺตุ ปาณิโน
สงฺกปฺปํ นาภิชานามิ อนริยํ โทสสํหิตํ ฯ
ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ
โอหิโต ครุโก ภาโร ภวเนตฺติ สมูหตา ฯ
ยสฺสตฺถาย ๒ ปพฺพชิโต อคารสฺมา อนคาริยํ
โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต สพฺพสํโยชนกฺขโย ฯ
นาภินนฺทามิ มรณํ นาภินนฺทามิ ชีวิตํ
กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ นิพฺพิสํ ภตโก ยถา ฯ
นาภินนฺทามิ มรณํ นาภินนฺทามิ ชีวิตํ
กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ สมฺปชาโน ปติสฺสโตติ ฯ
สงฺกิจฺโจ เถโร ฯ
อุทฺทานํ
สงฺกิจฺจตฺเถโร เอโกว กตกิจฺโจ อนาสโว
เอกาทสนิปาตมฺหิ คาถา เอกาทเสว ตาติ ฯ
เอกาทสกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ
๑ ม. เวรมฺภา ฯ ๒ ม. ยุ. ยสฺส จตฺถาย ฯ
ดูกรพ่อสามเณร จะมีประโยชน์อะไรในป่า ภูเขาชื่ออุชชุหานะ เป็นที่ไม่สบายในฤดูฝน เพราะฉะนั้น ภูเขาอุชชุหานะจะมีประโยชน์
อะไรแก่ท่าน ลมหัวด้วนพัดมาอยู่ ท่านพอใจหรือ เพราะ
ความเงียบสงัดเป็นที่ต้องการของผู้เจริญฌาน.
สังกิจจสามเณรตอบว่า
ลมหัวด้วนในฤดูฝนย่อมพัดผันเอาวลาหกไปฉันใด สัญญาอันประกอบด้วยวิเวก ย่อมคร่าเอาจิตของอาตมามาสู่ความสงัด ก็ฉันนั้น กายคตาสติกัมมัฏฐาน อันประกอบด้วยความคลายกำหนัดในร่างกาย ย่อมเกิดขึ้นแก่อาตมาทันที เหมือนกาอันเป็นสัตว์เกิดแต่ฟองไข่มีสีดำเที่ยวอาศัยอยู่ในป่าช้า ฉะนั้น บุคคลเหล่าอื่น ย่อมไม่รักษาบรรพชิตและบรรพชิตก็ไม่รักษาคนเหล่าอื่น ภิกษุนั้นแลเป็นผู้ไม่ห่วงใยในกามทั้งหลาย ย่อมอยู่เป็นสุข แอ่งศิลา ซึ่งมีน้ำใส ประกอบด้วยหมู่ชะนีและค่างดารดาษไปด้วยสาหร่าย ย่อมยังอาตมาให้ยินดี การที่อาตมาอยู่ในเสนาสนะป่า คือ ซอกเขาและถ้ำอันเป็นที่สงัด เป็นที่ส้องเสพอาศัยแห่งมวลมฤค
ย่อมทำให้อาตมายินดี อาตมาไม่เคยรู้สึกถึงความดำริอันไม่ประเสริฐ ประกอบด้วยโทษเลยว่า ขอสัตว์เหล่านี้จงถูกเบียดเบียน จงถูกฆ่า จงได้รับทุกข์ อาตมาได้ทำความคุ้นเคยกับพระศาสดาแล้วคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า อาตมาทำเสร็จแล้ว อาตมาปลงภาระอันหนักลงแล้ว ถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพแล้ว บรรลุถึงประโยชน์ที่กุลบุตรออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธาต้องการแล้ว ถึงความสิ้นไปแห่งสังโยชน์ทั้งปวงแล้ว อาตมาไม่ยินดีความตาย ไม่เพลิดเพลินความเป็นอยู่ และรอเวลาอยู่ เหมือนลูกจ้างรอให้สิ้นเวลาทำงาน ฉะนั้นอาตมาไม่ยินดีความตาย ไม่เพลิดเพลินความเป็นอยู่ และเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ รอเวลาตายอยู่ ในเอกาทสนิบาตนี้ พระสังกิจจเถระองค์เดียวเท่านั้น ผู้เสร็จกิจแล้ว หมดอาสวะ ได้ภาษิตคาถาไว้ ๑๑ คาถา
ถ้วนฉะนี้แล.
จบ เอกาทสกนิบาต
End of ๑. สังกิจจเถรคาถา