arnon.worldSign in

ฉักกนิบาต

Text layerBuddha’s wordsItems 347–360 (Royal Thai)6/21 in เถรคาถา4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

เถรคาถาย ฉกฺกนิปาโต

เถรคาถา ฉักกนิบาต

ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในฉักกนิบาต

๑. อุรุเวลกัสสปเถรคาถา

สุภาษิตแสดงความภูมิใจที่ได้บวชในพระพุทธศาสนา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ฉักกนิบาต อุรุเวลกัสสปเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๑ ทิสฺวาน ปาฏิหีรานิ โคตมสฺส ยสสฺสิโน

น ตาวาหํ ปณิปตึ อิสฺสามาเนน วญฺจิโต ฯ

มม สงฺกปฺปมญฺญาย โจเทสิ นรสารถิ

ตโต เม อาสิ สํเวโค อพฺภูโต โลมหํสโน ฯ

ปุพฺเพ ชฏิลภูตสฺส ยา เม สิทฺธิ ๑ ปริตฺติกา

ตาหํ ตทา นิรงฺกตฺวา ปพฺพชึ ชินสาสเน ฯ

ปุพฺเพ ยญฺเญน สนฺตุฏฺโฐ กามธาตุ ปุรกฺขโต

ปจฺฉา ราคญฺจ โทสญฺจ โมหญฺจาปิ สมูหนึ ฯ

ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ

อิทฺธิมา ปรจิตฺตญฺญู ทิพฺพโสตญฺจ ปาปุณึ ฯ

ยสฺส จตฺถาย ปพฺพชิโต อคารสฺมา อนคาริยํ

โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต สพฺพสํโยชนกฺขโยติ ฯ

อุรุเวลกสฺสโป เถโร ฯ

Royal Thai

เรายังไม่เห็นปาฏิหาริย์ของพระโคดมผู้เรืองยศ เพียงใด เราก็ยังเป็นคนลวงโลกด้วยความริษยาและมานะไม่นอบน้อม เพียงนั้น พระผู้มีพระภาคผู้เป็นสารถีของนรชน ทรงทราบความดำริของเรา ทรงตักเตือนเรา ลำดับนั้น ความสลดใจได้เกิดแก่เรา เกิดความอัศจรรย์ใจ ขนลุกชูชันความสำเร็จอันเล็กน้อยของเราผู้เป็นชฏิล เคยมีอยู่เมื่อ ก่อนเราได้สละความสำเร็จอันนั้นแล้ว บวชในศาสนาของพระชินเจ้า เมื่อก่อน เรายินดีการบูชายัญ ห้อมล้อมด้วยกามารมณ์ ภายหลัง เราถอนราคะ โทสะและโมหะได้แล้ว เรารู้บุพเพนิวาสญาณ ชำระทิพยจักษุหมดจด เป็นผู้มีฤทธิ์ รู้จิตของผู้อื่น และบรรลุทิพโสต อนึ่ง เราออกบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นเราได้บรรลุแล้ว ความสิ้นไปแห่ง

สังโยชน์ทั้งปวงเราได้บรรลุแล้ว.

๒. เตกิจฉกานิเถรคาถา

สุภาษิตโต้มาร

มารกล่าวว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ฉักกนิบาต เตกิจฉกานิเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๒ อติหิตา วีหิ ขลคตา สาลิ

น จ ลเภ ปิณฺฑํ กถมหํ กสฺสํ ฯ

พุทฺธมปฺปเมยฺยํ อนุสฺสร ปสนฺโน

ปีติยา ผุฏฺฐสรีโร โหหิสิ สตฺตมุทคฺโค ๒ ฯ

ธมฺมมปฺปเมยฺยํ ฯเปฯ

สงฺฆมปฺปเมยฺยํ ฯเปฯ

อพฺโภกาเส จ ๓ วิหรสิ

สีตา เหมนฺติกา อิมา รตฺติโย ฯ

มา สีเตน ปเรโต วิหญฺญิตฺโถ

ปวิส ตฺวํ วิหารํ ผุสิตคฺคลํ ฯ

ผุสิสฺสํ จตสฺโส อปฺปมญฺญาโย

ตาหิ จ สุขิโต วิหริสฺสํ

นาหํ สีเตน วิหญฺญิสฺสํ

อนิญฺชิโต วิหรนฺโตติ ฯ

เตกิจฺฉกานิ เถโร ฯ

๑ ยุ. อิทฺธิ ฯ ๒ ม. ยุ. สตุํ ... ฯ ๓ ม. ยุ. จสทฺโท นตฺถิ ฯ

Royal Thai

ข้าวเปลือกข้าวสาลีทั้งหลาย อันชนทั้งหลายขนมาจากลานไปไว้ในยุ้งแล้ว ท่านไม่พึงได้ แม้ก้อนข้าว จักคิดว่า บัดนี้จักทำอย่างไร?

พระเถระกล่าวว่า

เราจักระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้มีพระคุณประมาณมิได้ จักมีใจเลื่อมใสเป็นผู้มีสรีระอันปีติถูกต้องแล้ว มีจิตเบิกบานแล้วเนืองๆ เราจักระลึกถึงพระธรรม อันมีคุณหาประมาณมิได้ จักมีใจเลื่อมใส เป็นผู้มีสรีระอันปีติถูกต้องแล้ว มีจิตเบิกบานแล้วเนืองๆ เราจักระลึกถึงพระสงฆ์ผู้มีคุณหาประมาณมิได้ จักมีใจเลื่อมใส เป็นผู้มีสรีระอันปีติถูกต้องแล้ว

มีจิตเบิกบานแล้วเนืองๆ.

มารกล่าวว่า

ท่านอยู่ในที่แจ้ง ฤดูนี้เป็นฤดูหนาว ท่านอย่าเป็นผู้ถูกความหนาวครอบงำลำบากเลย นิมนต์ท่านเข้าไปสู่ที่อยู่ อันมีบานประตูและหน้าต่างมิดชิด

เถิด.

พระเถระกล่าวว่า

เราจักเจริญอัปปมัญญา ๔ และจักมีความสุขอยู่ด้วยอัปปมัญญาเหล่านั้น

เราจักเป็นผู้ไม่หวั่นไหว ไม่ลำบากด้วยความหนาว.

๓. มหานาคเถรคาถา

สุภาษิตชี้โทษผู้ไม่มีความเคารพ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ฉักกนิบาต มหานาคเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๓ ยสฺส สพฺรหฺมจารีสุ คารโว นูปลพฺภติ

ปริหายติ สทฺธมฺมา มจฺโฉ อปฺโปทเก ยถา ฯ

ยสฺส สพฺรหฺมจารีสุ คารโว นูปลพฺภติ

น วิรูหติ สทฺธมฺเม เขตฺเต พีชํว ปูติกํ ฯ

ยสฺส สพฺรหฺมจารีสุ คารโว นูปลพฺภติ

อารกา โหติ นิพฺพานา ธมฺมราชสฺส สาสเน ฯ

ยสฺส สพฺรหฺมจารีสุ คารโว อุปลพฺภติ

น วิหายติ สทฺธมฺมา มจฺโฉ พโหทเก ๑ ยถา ฯ

ยสฺส สพฺรหฺมจารีสุ คารโว อุปลพฺภติ

โส วิรูหติ สทฺธมฺเม เขตฺเต พีชํว ภทฺทกํ ฯ

ยสฺส สพฺรหฺมจารีสุ คารโว อุปลพฺภติ

สนฺติเก โหติ นิพฺพานํ ธมฺมราชสฺส สาสเนติ ฯ

มหานาโค เถโร ฯ

Royal Thai

ผู้ใดไม่มีความเคารพ ในเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมเสื่อมจากสัทธรรม เหมือนปลาในน้ำน้อยฉะนั้น ผู้ใดไม่มีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมไม่งอกงามในสัทธรรม เหมือนพืชเน่าในไร่นาฉะนั้น ผู้ใดไม่มีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้นเป็นผู้ไกลจากนิพพานในศาสนา ของพระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระธรรมราชาผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมไม่เสื่อมจากสัทธรรม เหมือนปลาในน้ำมากฉะนั้น ผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมงอกงามในสัทธรรม เหมือนพืชที่ดีในไร่นาฉะนั้นผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมอยู่ใกล้นิพพาน

ในศาสนาของพระผู้มีพระภาค ผู้เป็นพระธรรมราชา.

๔. กุลลเถรคาถา

สุภาษิตแสดงการพิจารณาสังขาร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ฉักกนิบาต กุลลเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๔ กุลฺโล สีวถิกํ คนฺตฺวา อทฺทสํ อิตฺถิมุชฺฌิตํ

อปวิทฺธํ สุสานสฺมึ ขชฺชนฺตึ กิมิหี ผุฏํ ฯ

อาตุรํ อสุจึ ปูตึ ปสฺส กุลฺล สมุสฺสยํ

อุคฺฆรนฺตํ ปคฺฆรนฺตํ พาลานํ อภินนฺทิตํ ฯ

ธมฺมาทาสํ คเหตฺวาน ญาณทสฺสนปตฺติยา

ปจฺจเวกฺขึ อิมํ กายํ ตุจฺฉํ สนฺตรพาหิรํ ฯ

ยถา อิทํ ตถา เอตํ ยถา เอตํ ตถา อิทํ

ยถา อโธ ตถา อุทฺธํ ยถา อุทฺธํ ตถา อโธ ฯ

ยถา ทิวา ตถา รตฺติ ๑ ยถา รตฺติ ๑ ตถา ทิวา

ยถา ปุเร ตถา ปจฺฉา ยถา ปจฺฉา ตถา ปุเร ฯ

ปญฺจงฺคิเกน ตุริเยน น รติ โหติ ตาทิสี

ยถา เอกคฺคจิตฺตสฺส สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโตติ ฯ

กุลฺโล เถโร ฯ

๑ สี. พหฺโวทเก ฯ

Royal Thai

เราผู้ชื่อว่ากุลละ ไปที่ป่าช้าผีดิบ ได้เห็นซากศพหญิงคนหนึ่ง เขาทิ้งไว้ในป่าช้า มีหมู่หนอนฟอนกัดอยู่ ดูกรกุลลภิกษุ ท่านจงดูร่างกายอันกระสับกระส่าย ไม่สะอาด เป็นของเปื่อยเน่า มีของโสโครกไหลเข้าไหลออกอยู่ อันหมู่คนพาลพากันชื่นชมนัก เราได้ถือเอาแว่นธรรมแล้วส่องดูร่างกายอันไร้ประโยชน์ ทั้งภายในและภายนอกนี้ สรีระเรานี้ฉันใด ซากศพนั้นก็ฉันนั้น ซากศพนั้นฉันใด สรีระเรานี้ก็ฉันนั้นร่างกายเบื้องต่ำฉันใด ร่างกายเบื้องบนก็ฉันนั้น ร่างกายเบื้องบนฉันใดร่างกายเบื้องต่ำก็ฉันนั้น กลางวันฉันใด กลางคืนก็ฉันนั้น กลางคืนฉันใด กลางวันก็ฉันนั้น เมื่อก่อนฉันใด ภายหลังก็ฉันนั้น ภายหลังฉันใด เมื่อก่อนก็ฉันนั้น ความยินดีด้วยดนตรีเครื่อง ๕ เช่นนั้น ย่อมไม่มีแก่เราผู้มีจิตแน่วแน่ พิจารณาเห็นธรรมแจ่มแจ้งโดยชอบ.

๕. มาลุงกยปุตตเถรคาถา

สุภาษิตสอนให้ละตัณหา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ฉักกนิบาต มาลุงกยปุตตเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๕ มนุชสฺส ปมตฺตจาริโน ตณฺหา วฑฺฒติ มาลุวา วิย

โส ปริปฺลวติ ๒ หุราหุรํ ผลมิจฺฉํว วนสฺมึ วานโร ฯ

ยํ เอสา สหเต ๓ ชมฺมี ตณฺหา โลเก วิสตฺติกา

โสกา ตสฺส ปวฑฺฒนฺติ อภิวุฏฺฐํว ๔ วีรณํ ฯ

โย เจตํ ๕ สหเต ๓ ชมฺมึ ตณฺหํ โลเก ทุรจฺจยํ

โสกา ตมฺหา ปปตนฺติ อุทพินฺทุว โปกฺขรา ฯ

ตํ โว วทามิ ภทฺทํ โว ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา

ตณฺหาย มูลํ ขณถ อุสีรตฺโถว วีรณํ

มา โว นฬํว โสโตว มาโร ภญฺชิ ปุนปฺปุนํ ฯ

กโรถ พุทฺธวจนํ ขโณ เว ๑ มา อุปจฺจคา

ขณาตีตา หิ โสจนฺติ นิรยมฺหิ สมปฺปิตา ฯ

ปมาโท รโช ๒ ปมาทานุปติโต รโช

อปฺปมาเทน วิชฺชาย อพฺพุเห ๓ สลฺลมตฺตโนติ ฯ

มาลุงฺกฺยปุตฺโต เถโร ฯ

๑ ม. ยุ. รตฺตึ ฯ ๒ ม. ปฺลวตี ฯ ยุ. ปลวตี ฯ ๓ ยุ. สหตี ฯ ๔ ม. ยุ. อติวฏฺฐํว ฯ

๕ ยุ. โย เวตํ ฯ

Royal Thai

ตัณหาย่อมเจริญแก่สัตว์ผู้ประพฤติประมาท เหมือนเถาย่านทรายเจริญอยู่ในป่าฉะนั้น บุคคลผู้ตกอยู่ในอำนาจของตัณหา ย่อมเร่ร่อนไปในภพน้อยภพใหญ่ เหมือนวานรอยากได้ผลไม้ เร่ร่อนไปในป่าฉะนั้นตัณหาอันชั่วช้า ซ่านไปในโลก ครอบงำบุคคลใด ความโศกทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคลนั้น เหมือนหญ้าคมบางที่ถูกฝนตกเชยแล้วฉะนั้นส่วนผู้ใดครอบงำตัณหาอันชั่วช้านี้ ซึ่งยากที่จะล่วงได้ในโลก ความโศกทั้งหลายย่อมตกไปจากบุคคลนั้น เหมือนหยาดน้ำตกไปจากในบัวฉะนั้นเพราะฉะนั้นเราขอเตือนท่านทั้งหลาย ขอความเจริญจงมีแก่ท่านทั้งหลายที่มาประชุมกันอยู่ในสมาคมนี้ทั้งหมด ท่านทั้งหลายจงขุดรากแห่งตัณหาดุจบุคคลผู้มีความต้องการด้วยแฝก ขุดแฝกอยู่ฉะนั้น มารอย่าได้ระรานท่านทั้งหลายบ่อยๆ ดังกระแสน้ำพัดพานไม้อ้อฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงทำตามพระพุทธพจน์ ขณะอย่าได้ล่วงท่านทั้งหลายไปเสีย เพราะผู้มีขณะอันล่วงแล้ว ย่อมยัดเยียดกันในนรกเศร้าโศกอยู่ ความประมาทดุจธุลีธุลีเกิดขึ้นเพราะความประมาท ท่านทั้งหลายพึงถอนลูกศรอันเสียบอยู่ใน

หทัยของตน ด้วยความไม่ประมาทและด้วยวิชชาเถิด.

๖. สัปปทาสเถรคาถา

สุภาษิตแสดงผลการเห็นโทษสังขาร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ฉักกนิบาต สัปปทาสเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๖ ปณฺณวีสติวสฺสานิ ยโต ปพฺพชิโต อหํ

อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตมฺปิ เจโตสนฺติมนชฺฌคํ ฯ

อลทฺธา จิตฺตสฺเสกคฺคํ กามราเคน อทฺทิโต ๔-

พาหา ปคฺคยฺห กนฺทนฺโต วิหารานุปนิกฺขมึ ๕ ฯ

สตฺถํ วา อาหริสฺสามิ โก อตฺโถ ชีวิเตน เม

กถํ หิ สิกฺขํ ปจฺจกฺขํ กาลํ กุพฺเพถ มาทิโส ฯ

ตทาหํ ขุรมาทาย มญฺจกมฺหิ อุปาวิสึ

ปรินีโต ขุโร อาสิ ธมนึ เฉตฺตุมตฺตโน ฯ

ตโต เม มนสีกาโร โยนิโส อุทปชฺชถ

อาทีนโว ปาตุรหุ นิพฺพิทา สมติฏฺฐถ ฯ

ตโต จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม ปสฺส ธมฺมสุธมฺมตํ

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

สปฺปทาโส เถโร ฯ

๑ ม. ขโณ โว ฯ ๒ สุตฺตนิปาเต ปมาทาติ ปาโฐ ทิสฺสติ ฯ ๓ ยุ. อพฺพเห ฯ

อพฺพูเฬฺหติปิ ปาโฐ ฯ ๔ ม. อฏฺฏิโต ฯ ๕ ม. วิหารา อุปนิกฺขมึ ฯ

Royal Thai

นับตั้งแต่เราบวชมาแล้วได้ ๒๕ ปี ยังไม่เคยได้รับความสงบใจ แม้ชั่วเวลาลัดนิ้วมือเลย เราไม่ได้เอกัคคตาจิต ถูกกามราคะครอบงำแล้วประคองแขนทั้งสองร้องไห้คร่ำครวญเข้าไปสู่ที่อยู่ด้วยคิดว่า จักนำศาตรามา ชีวิตของเราจะมีประโยชน์อะไรเล่า ก็คนอย่างเราจะลาสิกขาเสียอย่างไรได้ ควรตายเสียเถิดคราวนี้ เราได้ฉวยเอามีดโกนขึ้นไปนอนบนเตียง มีดโกนเล่มนั้นเราสบัดดีแล้ว สามารถจะตัดเส้นเอ็นให้ขาดได้ขณะนั้น โยนิโสมนสิการก็บังเกิดขึ้นแก่เรา โทษปรากฏแก่เรา ความเบื่อหน่ายในสังขารก็เกิดขึ้นแก่เรา เพราะความเบื่อหน่ายในสังขารนั้นจิตของเราหลุดพ้นแล้ว ขอท่านจงดูความที่ธรรมเป็นธรรมดีเถิด วิชชา ๓เราได้บรรลุแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว.

๗. กาติยานเถรคาถา

สุภาษิตเตือนไม่ให้ประมาท

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ฉักกนิบาต กาติยานเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๗ อุฏฺฐาหิ นิสีท กาติยาน

มา นิทฺทาพหุโล ๑ อหุ ชาครสฺสุ

มา ตํ อลสํ ปมตฺตพนฺธุ

กูเฏเนว ชินาตุ มจฺจุราชา ฯ

เสยฺยถาปิ ๑ มหาสมุทฺทเวโค

เอวํ ชาติชราติวตฺตเต ตํ

โส กโรหิ สุทีปมตฺตโน ตฺวํ

น หิ ตาณํ ตว วิชฺชเตธ ๒ อญฺญํ ฯ

สตฺถา หิ วิเชสิ มคฺคเมตํ

สงฺคา ชาติชราภยา อตีตํ

ปุพฺพาปรรตฺตมปฺปมตฺโต

อนุยุญฺชสฺสุ ทฬฺหํ กโรหิ โยคํ ฯ

ปุริมานิ ปมุญฺจ พนฺธนานิ

สงฺฆาฏีขุรมุณฺฑภิกฺขโภชี

มา ขิฑฺฑารติญฺจ มา นิทฺทํ

อนุยุญฺชิตฺถ ฌิยาย ๓ กาติยาน ฯ

ฌายาหิ ชินาหิ กาติยาน

โยคกฺเขมปเถ สุโกวิโทสิ

ปปฺปุยฺย อนุตฺตรํ วิสุทฺธึ

ปรินิพฺพาหิสิ วารินาว โชติ ฯ

ปชฺโชตกโร ปริตฺตรํโส

วาเตน วินมฺยเต ลตาว

เอวมฺปิ ตุวํ อนาทิยมาโน ๑

มารํ อินฺทสโคตฺต นิทฺธุนาหิ ฯ

โส เวทยิตาสุ วีตราโค

กาลํ กงฺข อิเธว สีติภูโตติ ฯ

กาติยาโน เถโร ฯ

๑ สี. ยุ. สยถาปิ ฯ ๒ ม. ยุ. ว ฯ ๓ ม. ฌาย ฯ

Royal Thai

จงลุกขึ้นนั่งเถิดกาติยานะ อย่ามัวนอนหลับอยู่เลย จงตื่นขึ้นเถิด อย่าให้มัจจุราชผู้เป็นพวกพ้องของคนประมาทชนะ ท่านผู้เกียจคร้านด้วยอุบายอันโกงเลย กำลังคลื่นแห่งมหาสมุทร ย่อมครอบงำบุรุษผู้ไม่อาจข้ามมหาสมุทรนั้นได้ แม้ฉันใด ชาติและชราย่อมครอบงำท่านผู้ถูกความเกียจคร้านครอบงำแล้ว ฉันนั้น ขอท่านจงทำเกาะ คือ อรหัตผลแก่ตนเถิด เพราะที่พึ่งอย่างอื่นในโลกนี้และโลกหน้า ย่อมไม่มีแก่ท่านก็พระศาสดาได้ทรงบอกทางนี้ อันล่วงพ้นจากเครื่องข้องและจากภัยคือ ชาติและชราแก่ท่านแล้ว ท่านอย่าเป็นผู้ประมาทตลอดยามต้นและยามหลัง จงพยายามทำความเพียรให้มั่นเถิด ท่านจงปลดเปลื้องเครื่องผูกทั้งหลายอันเป็นของเดิมเสีย

จงใช้สอยผ้าสังฆาฏิและโกนศีรษะด้วยมีดโกน ฉันอาหารที่ขอเขามาได้ จงอย่าเห็นแก่การเล่นสนุกสนานอย่าเห็นแก่นอน จงหมั่นเพ่งดูธรรมเถิด กาติยานะ จงเจริญฌาน จงชนะกิเลสเถิดกาติยานะ ท่านจงเฉลียวฉลาดในทางอันปลอดโปร่งจากโยคะจงบรรลุถึงความบริสุทธิ์อันยอดเยี่ยม จงดับเพลิงกิเลส ดังบุคคลดับไฟด้วยน้ำ ฉะนั้น ประทีปที่ส่องแสง ถ้ามีแสงน้อย ย่อมดับไปด้วยลมดังเถาวัลย์เหี่ยวแห้ง ฉันใด ท่านก็จงเป็นผู้ไม่ถือมั่น กำจัดมารผู้มีโคตรเสมอด้วยพระอินทร์ฉันนั้นเถิด ก็เมื่อท่านกำจัดมารได้อย่างนี้แล้วเป็นผู้ปราศจากความกำหนัดพอใจในเวทนาทั้งหลาย เป็นผู้มีความเย็น

รอคอยเวลานิพพานของตน ในอัตภาพนี้ทีเดียว.

๘. มิคชาลเถรคาถา

สุภาษิตสรรเสริญพระธรรม

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ฉักกนิบาต มิคชาลเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๘ สุเทสิโต จกฺขุมตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา

สพฺพสํโยชนาตีโต สพฺพวฏฺฏวินาสโน

นิยฺยานิโก อุตฺตรโณ ตณฺหามูลวิโสสโน

วิสมูลํ อาฆาตนํ เภตฺวา ๒ ปาเปติ นิพฺพุตึ

อญฺญาณมูลเภทาย กมฺมยนฺตวิฆาฏโน

วิญฺญาณานํ ปริคฺคเห ญาณวชิรนิปาตโน

เวทนานํ วิญฺญาปโน อุปาทานปฺปโมจโน

ภวํ องฺคารกาสสว ญาเณน อนุปสฺสโน ๓

มหารโส สุคมฺภีโร ชรามจฺจุนิวารโณ

อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ทุกฺขูปสมโน สิโว

กมฺมํ กมฺมนฺติ ญตฺวาน วิปากญฺจ วิปากโต

ปฏิจฺจุปฺปนฺนธมฺมานํ ยถาวาโลกทสฺสโน

มหาเขมงฺคโม สนฺโต ปริโยสานภทฺทโกติ ฯ

มิคชาโล เถโร ฯ

๑ ม. ยุ. อนาทิยาโน ฯ ๒ ยุ. เฉตฺวา ฯ ๓ สี. ม. ยุ. อนุปสฺสโก ฯ

Royal Thai

ธรรมอันก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง เป็นธรรมยังวัฏฏะให้พินาศหมดสิ้นเป็นเครื่องนำออกไปจากสงสาร เป็นเครื่องข้ามพ้นสงสาร ทำรากตัณหาให้เหี่ยวแห้ง อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระอาทิตย์ ผู้มีพระจักษุทรงแสดงดีแล้ว ทำลายกรรมกิเลสเครื่องก่อภพก่อชาติ อันมีรากเป็นพิษแล้ว ทำให้เราถึงความดับสนิท ธรรมอันเป็นเครื่องกำจัดกรรมให้สิ้นสุด อันพระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว เพื่อทำลายรากเหง้าแห่งอวิชชามารเพียงดังแก้ววิเชียรเป็นเครื่องยังวิญญาณให้ตกไป ปรากฏแก่เราในการกำหนดถือวิญญาณทั้งหลาย ธรรมเครื่องปราศจากเวทนา ปลดเปลื้องอุปาทาน อันเป็นเครื่องพิจารณาเห็นภพดุจหลุมถ่านเพลิงด้วยญาณ มีรสมาก ลึกซึ้ง เป็นธรรมห้ามความแก่ความตายให้เกิดแก่เรา อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นทางสงบทุกข์ ปลอดโปร่ง พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้ว ธรรมอันเป็นเครื่องเห็นโลกตามความเป็นจริง ให้ถึงความปลอดโปร่งเป็นอันมาก เจริญในที่สุด พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ ทรงรู้กรรมว่าเป็นกรรม ทรงรู้จักวิบากโดยความเป็นวิบาก แห่งธรรมอันอาศัย

กันและกันเกิดขึ้น ทรงแสดงดีแล้ว.

๙. เชนตปุโรหิตปุตตเถรคาถา

สุภาษิตแสดงการละมานะเพราะพบเห็นพระพุทธองค์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ฉักกนิบาต เชนตปุโรหิตปุตตเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๙ ชาติมเทน มตฺโตหํ โภคอิสฺสริเยน จ

สณฺฐานวณฺณรูเปน มทมตฺโต อจาริหํ ฯ

นาตฺตโน สมกํ กญฺจิ อติเรกญฺจ มญฺญิสํ

อติมานหโต พาโล ปตฺถทฺโธ อุสฺสิตทฺธโช ฯ

มาตรํ ปิตรํ วาปิ ๑ อโถปิ ๒ ครุสมฺมเต

น กิญฺจิ ๓ อภิวาเทสึ มานตฺถทฺโธ อนาทโร ฯ

ทิสฺวา วินายกํ อคฺคํ สารถีนํ วรุตฺตมํ

ตปนฺตมิว อาทิจฺจํ ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขตํ

มานํ มทญฺจ ฉฑฺเฑตฺวา วิปฺปสนฺเนน เจตสา

สิรสา อภิวาเทสึ สพฺพสตฺตานมุตฺตมํ ฯ

อติมาโน จ โอมาโน ปหีนา สุสมูหตา

อสฺมิมาโน สมุจฺฉินฺโน สพฺเพ มานวิธา หตาติ ฯ

เชนฺโต ปุโรหิตปุตฺโต เถโร ฯ

๑ ม. ยุ. จาปิ ฯ ๒ ม. ยุ. อญฺเญปิ ฯ ๓ ม. ยุ. กญฺจิ ฯ

Royal Thai

เราเป็นผู้เมาด้วยความเมาเพราะชาติสกุล ด้วยโภคะ และอิสริยยศ ด้วยทรวดทรง ผิวพรรณและรูปร่าง และเป็นผู้เมาแล้วด้วยความเมาอย่างอื่นเราจึงไม่สำคัญใครๆ ว่าเสมอตน และยิ่งกว่าตน เราเป็นผู้มีกุศลอันอติมานะ กำจัดแล้ว เป็นคนโง่เขลา เป็นผู้มีใจกระด้าง เป็นผู้ถือตัวมีมานะกระด้าง ไม่เอื้อเฟื้อ จึงไม่กราบไหว้ใคร แม้เป็นมารดาหรือบิดาแม้พี่ชายหรือพี่สาว และแม้สมณพราหมณ์เหล่าอื่นที่โลกสมมติว่าเป็นครูบาอาจารย์ เราเห็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ผู้เลิศประเสริฐสูงสุดกว่าสารถีทั้งหลาย ผู้รุ่งเรืองดุจพระอาทิตย์ อันหมู่ภิกษุสงฆ์ห้อมล้อมแล้ว จึงละทิ้งมานะและความมัวเมา มีใจผ่องใส ถวายบังคมพระองค์ผู้สูงสุดกว่าสัตว์ทั้งหลาย ด้วยเศียรเกล้า การถือตัวว่าดีกว่าเขา ว่าเลวกว่าเขา และว่าเสมอเขา เราละแล้ว ถอนขึ้นแล้วด้วยดี การถือตัวว่าเป็นเราเป็นเขา เราตัดขาดแล้ว การถือตัวต่างๆ ทั้งหมด เรากำจัดแล้ว.

๑๐. สุมนเถรคาถา

สุภาษิตแสดงผลการบรรลุธรรม

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ฉักกนิบาต สุมนเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๑๐ ยทา นโว ปพฺพชิโต ชาติยา สตฺตวสฺสิโก

อิทฺธิยา อภิโภตฺวาน ปนฺนคินฺทํ มหิทฺธิกํ

อุปชฺฌายสฺส อุทกํ อโนตตฺตา มหาสรา

อาหรามิ ตโต ทิสฺวา มํ สตฺถา เอตทพฺรวิ

สารีปุตฺต อิมํ ปสฺส อาคจฺฉนฺตํ กุมารกํ

อุทกุมฺภกมาทาย อชฺฌตฺตํ สุสมาหิตํ ฯ

ปาสาทิเกน วตฺเตน กลฺยาณอิริยาปโถ

สามเณโรนุรุทฺธสฺส อิทฺธิยา จ วิสารโท

อาชานิเยน อาชญฺโญ สาธุนา สาธุการิโต

วินีโต อนุรุทฺเธน กตกิจฺเจน สิกฺขิโต

โส ปตฺวา ปรมํ สนฺตึ สจฺฉิกตฺวา อกุปฺปตํ

สามเณโร ส สุมโน มา มํ ชญฺญาติ อิจฺฉตีติ ฯ

สุมโน เถโร ฯ

Royal Thai

เมื่อครั้งเราบวชใหม่ มีอายุได้ ๗ ปีแต่กำเนิด ได้ชนะพญานาคผู้มีฤทธิ์มากด้วยฤทธิ์ ได้ตักน้ำจากสระใหญ่ ชื่อว่าอโนดาตมาถวายพระอุปัชฌายะลำดับนั้น พระศาสดาทอดพระเนตรเห็นเราแล้ว ตรัสว่า ดูกรสารีบุตรเธอจงดูกุมารผู้ถือหม้อน้ำมานี้ มีจิตตั้งมั่นดีแล้วในภายใน สามเณรนี้เป็นผู้มีอิริยาบถงดงาม มีวัตรอันน่าเลื่อมใส เป็นศิษย์ของพระอนุรุทธะแกล้วกล้าด้วยฤทธิ์ เป็นผู้อันพระอนุรุทธะ ผู้เป็นบุรุษอาชาไนยฝึกให้รู้ได้รวดเร็ว ผู้อันพระอนุรุทธะผู้เป็นคนดีฝึกให้ดีแล้ว เป็นผู้อันพระอนุรุทธะผู้ทำกิจเสร็จแล้ว แนะนำแล้ว ให้ศึกษาแล้ว สุมนสามเณรนั้นได้บรรลุสันติธรรมอันยอดเยี่ยม ทำให้แจ้งซึ่งธรรมอันไม่กำเริบ ไม่

ปรารถนาจะอวดคุณวิเศษของตนแก่ใครๆ.

๑๑. นหาตกมุนีเถรคาถา

สุภาษิตแสดงความพอใจในการอยู่ป่า

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ฉักกนิบาต นหาตกมุนีเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๑๑ วาตโรคาภินีโต ตฺวํ วิหรํ กานเน วเน

ปวิฏฺฐโคจเร ๑ ลูเข กถํ ภิกฺขุ กริสฺสสิ ฯ

ปีติสุเขน วิปุเลน ผริตฺวาน สมุสฺสยํ

ลูขมฺปิ อภิสมฺโภนฺโต วิหริสฺสามิ กานเน ฯ

ภาเวนฺโต สตฺต โพชฺฌงฺเค อินฺทฺริยานิ พลานิ จ

ฌานสุขุมสมฺปนฺโน ๒ วิหริสฺสํ อนาสโว ฯ

วิปฺปมุตฺตํ กิเลเสหิ สุทฺธจิตฺตํ อนาวิลํ

อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขนฺโต วิหริสฺสํ อนาสโว ฯ

อชฺฌตฺตญฺจ พหิทฺธา จ เย เม วิชฺฌึสุ ๑ อาสวา

สพฺเพ อเสสา อุจฺฉินฺนา น จ อุปฺปชฺชเร ปุน ฯ

ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา

ทุกฺขกฺขโย อนุปฺปตฺโต นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ ฯ

นฺหาตกมุนิ เถโร ฯ

๑ ม. ยุ. ปวิทฺธโคจเร ฯ ๒ ยุ. ฌานโสขุมฺมสมฺปนฺโน ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุ เมื่อเธออยู่ในป่าใหญ่อันปราศจากโคจร เป็นป่าเศร้าหมอง

ถูกโรคลมครอบงำ จักทำอย่างไร?

พระนหาตกมุนีกราบทูลว่า

ข้าพระองค์จักยังปีติ และความสุขอันไพบูลย์ให้แผ่ไปสู่ร่างกายครอบงำปัจจัยอันเศร้าหมองอยู่ในป่าใหญ่ และจักเจริญโพชฌงค์ ๗ อินทรีย์ ๕พละ ๕ ถึงพร้อมด้วยสุขอันเกิดแต่ฌาน จักเป็นผู้หมดอาสวะอยู่ข้าพระองค์จักพิจารณาเนืองๆ ซึ่งจิตอันบริสุทธิ์ หลุดพ้นแล้วจากกิเลสไม่ขุ่นมัว เป็นผู้หมดอาสวะอยู่ อาสวะทั้งปวงของข้าพระองค์ ซึ่งมีอยู่ทั้งภายในและภายนอก ข้าพระองค์ถอนขึ้นแล้ว ไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปเบญจขันธ์ ข้าพระองค์กำหนดรู้แล้ว มีรากอันขาดแล้ว ตั้งอยู่ ธรรมอันเป็นที่สิ้นทุกข์ ข้าพระองค์ได้บรรลุแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มี พระ

เจ้าข้า.

๑๒. พรหมทัตตเถรคาถา

สุภาษิตสรรเสริญการชนะความโกรธ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ฉักกนิบาต พรหมทัตตเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๑๒ อกฺโกธสฺส กุโต โกโธ ทนฺตสฺส สมชีวิโน

สมฺมทญฺญา วิมุตฺตสฺส อุปสนฺตสฺส ตาทิโน ฯ

ตสฺเสว เตน ปาปิโย โย กุทฺธํ ปฏิกุชฺฌติ

กุทฺธํ อปฺปฏิกุชฺฌนฺโต สงฺคามํ เชติ ทุชฺชยํ ฯ

อุภินฺนมตฺถํ จรติ อตฺตโน จ ปรสฺส จ

ปรํ สงฺกุปิตํ ญตฺวา โย สโต อุปสมฺมติ ฯ

อุภินฺนํ ติกิจฺฉนฺตานํ ๒ อตฺตโน จ ปรสฺส จ

ชนา มญฺญนฺติ พาลาติ ๓ เย ธมฺมสฺส อโกวิทา ฯ

อุปฺปชฺชเต สเจ โกโธ อาวชฺชํ กกจูปมํ

อุปฺปชฺเช เจ รเส ตณฺหา ปุตฺตมํสูปมํ สรํ ฯ

สเจ ธาวติ จิตฺตํ ๔ เต กาเมสุ จ ภเวสุ จ

ขิปฺปํ นิคฺคยฺห สติยา กิฏฺฐาทํ วิย ทุปฺปสุนฺติ ฯ

พฺรหฺมทตฺโต เถโร ฯ

๑ ม. ยุ. วิชฺชึสุ ฯ ๒ ยุ. ติกิจฺฉนฺตนฺตํ ฯ ๓ ยุ. พาโลติ ฯ

๔ ยุ. สเจ ธาวติ เต จิตํ ฯ

Royal Thai

ที่ไหนความโกรธจะพึงเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ไม่โกรธ ผู้ฝึกตนแล้ว เลี้ยงชีพโดยชอบ ผู้หลุดพ้นแล้วเพราะรู้โดยชอบ ผู้สงบ ผู้คงที่ บุคคลโกรธตอบบุคคลผู้โกรธ จัดว่าเป็นคนเลวกว่าบุคคลผู้โกรธ เพราะความโกรธตอบนั้น บุคคลผู้ไม่โกรธตอบบุคคลผู้โกรธ ชื่อว่าชนะสงครามที่ชนะได้ยากบุคคลใดรู้ว่าบุคคลอื่นโกรธแล้ว มีสติสงบใจได้ บุคคลนั้นชื่อว่าประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย คือ แก่ตนและบุคคลอื่น ชนเหล่าใดเป็นผู้ไม่ฉลาดในธรรม ชนเหล่านั้นย่อมสำคัญบุคคลผู้รักษาทั้งสองฝ่ายคือ ตนและบุคคลอื่นว่า เป็นคนโง่เขลา ถ้าความโกรธเกิดขึ้น จงระลึกถึงพระโอวาทอันอุปมาด้วยเลื่อย ถ้าตัณหาในรสเกิดขึ้น จงระลึกถึงพระโอวาทอันอุปมาด้วยเนื้อบุตร ถ้าจิตของท่านแล่นไปในกามและภพทั้งหลาย จงรีบข่มเสียด้วยสติ เหมือนบุคคลห้ามโคที่ชอบกินข้าวกล้า

ฉะนั้น.

๑๓. สิริมัณฑเถรคาถา

สุภาษิตสอนให้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ฉักกนิบาต สิริมัณฑเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๑๓ ฉนฺนมติวสฺสติ วิวฏํ นาติวสฺสติ

ตสฺมา ฉนฺนํ วิวเรถ เอวนฺตํ นาติวสฺสติ ฯ

มจฺจุนพฺภาหโต โลโก ชราย ปริวาริโต

ตณฺหาสลฺเลน โอติณฺโณ อิจฺฉาธูปายิโต สทา ฯ

มจฺจุนพฺภาหโต โลโก ปริกฺขิตฺโต ชราย จ

หญฺญติ นิจฺจมตฺตาโณ ปตฺตทณฺโฑว ตกฺกโร ฯ

อาคจฺฉนฺตคฺคิกฺขนฺธาว มจฺจุพฺยาธิชรา ตโย

ปจฺจุคฺคนฺตุํ พลํ นตฺถิ ชโว นตฺถิ ปลายิตุํ ฯ

อโมฆํ ทิวสํ กยิรา อปฺเปน พหุเกน วา

ยํ ยํ วิวหเต ๑ รตฺติ ตทูนนฺตสฺส ชีวิตํ ฯ

จรโต ติฏฺฐโต วาปิ อาสีนสยนสฺส วา

อุเปติ จริมา รตฺติ น เต กาโล ปมชฺชิตุนฺติ ฯ

สิริมณฺโฑ เถโร ฯ

Royal Thai

มุงบังไว้ฝนยิ่งรั่วรด เปิดไว้ฝนกลับไม่รั่วรด เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงเปิดที่มุงบังเสียเถิด ฝนจักไม่รั่วรดท่านด้วยอาการอย่างนี้ โลกถูกมัจจุเผาสุม ถูกชรารุมล้อม ถูกศร คือ ตัณหาทิ่มแทง ถูกความปรารถนาแผดเผาทุกเมื่อ โลกถูกมัจจุเผาสุม และถูกชรารุมล้อม ไม่มีสิ่งใดต้านทานได้ ย่อมเดือดร้อนอยู่เป็นนิตย์ เหมือนคนกระทำความผิดได้รับอาชญาเดือดร้อนอยู่ฉะนั้น ชรา พยาธิและมรณะทั้ง ๓ เป็นดุจกองไฟตามไหม้หมู่สัตว์โลกนี้ สัตวโลกเหล่านั้นไม่มีกำลังต่อต้าน ไม่มีกำลังจะหนีไปได้ ควรทำวันและคืนไม่ให้ไร้ประโยชน์ ด้วยมนสิการน้อยบ้าง มากบ้าง เพราะวันคืนล่วงไปๆ เท่าใด ชีวิตของสัตว์ก็ล่วงไปเท่านั้น เวลาตายย่อมรุกร้นเข้าไปใกล้บุคคลทุกอิริยาบถ คืน เดินยืนนั่ง หรือนอน เพราะฉะนั้น ท่านไม่ควรประมาทเวลา.

๑๔. สัพพกามเถรคาถา

สุภาษิตสอนการพิจารณาสังขาร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ฉักกนิบาต สัพพกามเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๑๔ ทิปาทโกยํ อสุจิ ทุคฺคนฺโธ ปริหีรติ

นานากุณปปริปูโร วิสฺสวนฺโต ตโต ตโต ฯ

มิคํ นิลีนํ กูเฏน พลิเสเนว อมฺพุชํ

วานรํ วิย เลเปน พาธยนฺติ ปุถุชฺชนํ

รูปา สทฺทา รสา คนฺธา โผฏฺฐพฺพา จ มโนรมา

ปญฺจ กามคุณา เอเต อิตฺถิรูปสฺมึ ทิสฺสเร ฯ

เย เอตา อุปเสวนฺติ รตฺตจิตฺตา ปุถุชฺชนา

วฑฺเฒนฺติ กฏสึ โฆรํ อาจินนฺติ ปุนพฺภวํ ฯ

โย เจตา ๑ ปริวชฺเชติ สปฺปสฺเสว ปทา สิโร

โสมํ วิสตฺติกํ โลเก สโต สมติวตฺตติ ฯ

กาเมสฺวาทีนวํ ทิสฺวา เนกฺขมฺมํ ทฏฺฐุ เขมโต

นิสฺสโฏ สพฺพกาเมหิ ปตฺโต เม อาสวกฺขโยติ ฯ

สพฺพกาโม ๒ เถโร ฯ

อุทฺทานํ

อุรุเวลกสฺสโป จ เถโร ติกิจฺฉกานิ ๓ จ

มหานาโค จ กุลฺโล จ มาลุงฺโกฺย ๔ สปฺปทาสโก

กาติยาโน จ ๕ มิคชาโล เชนฺโต สุมนสวฺหโย

นฺหาตมุนิ พฺรหฺมทตฺโต สิริมณฺโฑ สพฺพกามโก ๒

คาถาโย จตุราสีติ เถรา เจตฺถ จตุทฺทสาติ ฯ

ฉกฺกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ

_________________

๑ สี. วิรหเต รตฺตึ ฯ ม. ยุ. วิชหเต รตฺตึ ฯ

๑ ยุ. โย เอตา ฯ ๒ ม. สพฺพกามี ฯ ๓ ม. เถโร เต กิจฺฉการิ ฯ ยุ. เถโร

เต ฯ ๔ ม. มาลุกฺโย ฯ สี. ยุ. มาลุโต ฯ ๕ ม. จสทฺโท นตฺถิ ฯ

Royal Thai

สัตว์สองเท้านี้เป็นสัตว์ไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็นเต็มไปด้วยซากศพต่างๆมีของโสโครกไหลออกทั่วกาย ต้องบริหารอยู่เป็นนิตย์ เบญจกามคุณอันน่ารื่นรมย์ใจเหล่านี้ คือ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะ ที่มีปรากฏอยู่ในรูปร่างหญิง ย่อมล่อลวงปุถุชนให้ลำบาก เหมือนพรานเนื้อแอบดักเนื้อด้วยเครื่องดัก พรานเบ็ดจับปลาด้วยเบ็ด บุคคลจับวานรด้วยเครื่องล่อ ฉะนั้น ปุถุชนเหล่าใด มีจิตกำหนัดเข้าไปส้องเสพหญิงเหล่านั้น ปุถุชนเหล่านั้นย่อมยังสงสารอันน่ากลัวให้เจริญ ย่อมก่อภพใหม่ขึ้นอีก ส่วนผู้ใดงดเว้นหญิงเหล่านั้นเหมือนบุคคลสลัดหัวงูด้วยเท้าผู้นั้นเป็นผู้มีสติระงับตัณหาอันซ่านไปในโลกเสียได้ เราเห็นโทษในกามทั้งหลาย เห็นการออกบรรพชาโดยความเกษม สลัดตนจากกามทั้งปวง

แล้ว ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ.

______________________________

ในวรรคนี้รวมคาถาได้ ๘๔ คาถา พระเถระที่ภาษิตคาถา ๑๔ รูป คือ

๑. พระอุรุเวลกัสสปเถระ ๒. พระเตกิจฉกานิเถระ

๓. พระมหานาคเถระ ๔. พระกุลลเถระ

๕. พระมาลุงกยปุตตเถระ ๖. พระสัปปทาสเถระ

๗. พระกาติยานเถระ ๘. พระมิคชาลเถระ

๙. พระเชนตปุโรหิตปุตตเถระ ๑๐. พระสุมนเถระ

๑๑. พระนหาตกมุนิเถระ ๑๒. พระพรหมทัตตเถระ

๑๓. พระสิริมัณฑเถระ ๑๔. พระสัพพกามเถระ.

จบ ฉักกนิบาต.

End of ฉักกนิบาต