arnon.worldSign in

อัฏฐกนิบาต

Text layerBuddha’s wordsItems 366–368 (Royal Thai)8/21 in เถรคาถา4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

เถรคาถาย อฏฺฐกนิปาโต

เถรคาถา อัฏฐกนิบาต

๑. มหากิจจายนเถรคาถา

คาถาสุภาษิตของพระมหากัจจายนเถระ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา อัฏฐกนิบาต มหากัจจายนเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๑ กมฺมํ พหุกํ น การเย ปริวชฺเชยฺย ชนํ น อุยฺยเม

โส อุสฺสุโก รสานุคิทฺโธ อตฺถํ ริญฺจติ โย สุขาธิวาโห ฯ

ปงฺโกติ หิ นํ อเวทยุํ ยายํ วนฺทนปูชนา กุเลสุ

สุขุมํ สลฺลํ ทุรุพฺพหํ สกฺกาโร กาปุริเสน ทุชฺชโห ฯ

น ปรสฺสุปณิธาย กมฺมํ มจฺจสฺส ปาปกํ

อตฺตนา ตํ น เสเวยฺย กมฺมพนฺธู หิ มาติยา ฯ

น ปเร วจนา โจโร น ปเร วจนา มุนิ

อตฺตานญฺจ ยถา เวทิ เทวาปิ นํ ตถา วิทู ฯ

ปเร จ น วิชานนฺติ มยเมตฺถ ยมามฺหเส ๑

เย จ ตตฺถ วิชานนฺติ ตโต สมฺมนฺติ เมธคา ฯ

ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตฺตปริกฺขยา ๑

ปญฺญาย จ อลาเภน วิตฺตวาปิ น ชีวติ ฯ

สพฺพํ สุณาติ โสเตน สพฺพํ ปสฺสติ จกฺขุนา

น จ ทิฏฺฐํ สุตํ ธีโร สพฺพํ อุชฺฌิตุมรหติ ฯ

จกฺขุมสฺส ยถา อนฺโธ โสตวา พธิโร ยถา

ปญฺญาวสฺส ยถา มูโค พลวา ทุพฺพโลริว

อถ อตฺเถ สมุปฺปนฺเน สเยถ มตสายิกนฺติ ฯ

มหากจฺจายโน เถโร ฯ

๑ ม. ยุ. ยมามเส ฯ

Royal Thai

ภิกษุไม่ควรทำการงานให้มาก ควรหลีกเร้นหมู่ชน ไม่ควรขวนขวายเพื่อยังปัจจัยให้เกิด เพราะภิกษุใดเป็นผู้ติดรสอาหาร ภิกษุนั้นชื่อว่าเป็นผู้ขวนขวายเพื่อยังปัจจัยให้เกิด และชื่อว่าละทิ้งประโยชน์อันจะนำความสุขมาให้ พระอริยะทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้นกล่าวการไหว้การบูชาในสกุลทั้งหลายว่า เป็นเปือกตม เป็นลูกศรอันละเอียดถอนได้ยาก เพราะสักการะอันบุรุษชั่วละได้ยาก ภิกษุไม่ควรแนะนำสัตว์อื่นให้ทำกรรมอันเป็นบาป และไม่พึงส้องเสพกรรมนั้นด้วยตนเอง เพราะสัตว์มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ คนเราย่อมไม่เป็นโจรเพราะคำของบุคคลอื่น ไม่เป็นมุนีเพราะคำของบุคคลอื่นบุคคลรู้จักตนเองว่าเป็นอย่างไร

แม้เทพเจ้าทั้งหลายก็รู้จักบุคคลนั้นว่าเป็นอย่างนั้น ก็คนพวกอื่นย่อมไม่รู้ตัวสึกว่า พวกเราที่สมาคมนี้จักพากันยุบยับในหมู่ชนพวกนั้น พวกใดมารู้สึกตัวว่า พวกเราจักพากันไปสู่ที่ใกล้มัจจุราช ความทะเลาะวิวาท ย่อมระงับไปเพราะพวกนั้นบุคคลผู้มีปัญญาถึงจะสิ้นทรัพย์ก็ยังเป็นอยู่ได้ ส่วนบุคคลถึงจะมีทรัพย์ก็เป็นอยู่ไม่ได้ เพราะไม่ได้ปัญญา บุคคลย่อมได้ยินเสียงทุกอย่างด้วยหูย่อมเห็นสิ่งทั้งปวงด้วยจักษุ แต่นักปราชญ์ย่อมไม่ควรละทิ้งสิ่งทั้งปวงที่ได้เห็นได้ฟังมาแล้ว ผู้มีปัญญาถึงมีตาดี ก็ทำเหมือนคนตาบอดถึงมีหูดีก็ทำเป็นดังคนหูหนวก ถึงมีปัญญาก็ทำดังคนใบ้ ถึงมีกำลังก็ทำเป็นดังคนทุรพล แต่เมื่อประโยชน์เกิดขึ้น ถึงจะนอนอยู่ในเวลาใกล้ตาย

ก็ยังทำประโยชน์นั้นได้.

๒. สิงริมิตตเถรคาถา

คาถาสุภาษิตของพระสิริมิตตเถระ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา อัฏฐกนิบาต สิริมิตตเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๒ อกฺโกธโน อนุปนาหี อมาโย ริตฺตเปสุโณ

ส เว ตาทิสโก ภิกฺขุ เอวํ เปจฺจ น โสจติ ฯ

อกฺโกธโน อนุปนาหี อมาโย ริตฺตเปสุโณ

คุตฺตทฺวาโร สทา ภิกฺขุ เอวํ เปจฺจ น โสจติ ฯ

อกฺโกธโน อนุปนาหี อมาโย ริตฺตเปสุโณ

กลฺยาณสีโล โย ๒ ภิกฺขุ เอวํ เปจฺจ น โสจติ ฯ

อกฺโกธโน อนุปนาหี อมาโย ริตฺตเปสุโณ

กลฺยาณมิตฺโต โย ๒ ภิกฺขุ เอวํ เปจฺจ น โสจติ ฯ

อกฺโกธโน อนุปนาหี อมาโย ริตฺตเปสุโณ

กลฺยาณปญฺโญ โย ๒ ภิกฺขุ เอวํ เปจฺจ น โสจติ ฯ

ยสฺส สทฺธา ตถาคเต อจลา สุปติฏฺฐิตา

สีลญฺจ ยสฺส กลฺยาณํ อริยกนฺตํ ปสํสิตํ

สงฺเฆ ปสาโท ยสฺสตฺถิ อุชุภูตญฺจ ทสฺสนํ

อทลิทฺโทติ ตํ อาหุ อโมฆนฺตสฺส ชีวิตํ ฯ

ตสฺมา สทฺธญฺจ สีลญฺจ ปสาทํ ธมฺมทสฺสนํ

อนุยุญฺเชถ เมธาวี สรํ พุทฺธาน สาสนนฺติ ฯ

สิริมิตฺโต เถโร ฯ

๑ ม. วิตฺตปริกฺขโย ฯ ๒ ม. โส ฯ

Royal Thai

ภิกษุใดไม่มักโกรธ ไม่ผูกโกรธไว้ ไม่มีมายา ไม่ส่อเสียดภิกษุนั้นแลเป็นผู้คงที่ ด้วยข้อปฏิบัติตามที่กล่าวมาแล้วอย่างนี้ ภิกษุนั้นย่อมไม่เศร้าโศกในโลกเบื้องหน้า ภิกษุใดไม่มักโกรธ ไม่ผูก

โกรธไว้ ไม่มีมายา ไม่ส่อเสียด ภิกษุนั้นเป็นผู้มีทวารอันคุ้มครองแล้วทุกเมื่อ ด้วยข้อปฏิบัติตามที่กล่าวแล้วอย่างนี้ ภิกษุนั้นย่อมไม่เศร้าโศกในโลกเบื้องหน้า ภิกษุใดไม่มักโกรธ ไม่ผูก

โกรธไว้ ไม่มีมายา ไม่ส่อเสียด มีศีลงาม ด้วยข้อปฏิบัติตามที่กล่าวมาแล้วอย่างนี้ ภิกษุนั้นย่อมไม่เศร้าโศกในโลกเบื้องหน้าภิกษุใดไม่มักโกรธ ไม่ผูกโกรธไว้ ไม่มีมายา ไม่ส่อเสียด มีกัลยาณมิตร ด้วยข้อปฏิบัติตามที่กล่าวมาแล้วอย่างนี้ ภิกษุนั้นย่อมไม่เศร้าโศกในโลกเบื้องหน้า ภิกษุใดไม่มักโกรธ ไม่ผูกโกรธไว้ ไม่มีมายา ไม่ส่อเสียด มีปัญญางาม ด้วยข้อปฏิบัติตามที่กล่าวมาแล้วอย่างนี้ ภิกษุนั้นย่อมไม่เศร้าโศกในโลกเบื้องหน้าผู้ใดมีศรัทธาไม่หวั่นไหวในพระตถาคต ตั้งมั่นดีแล้ว มีศีลอันงามอันพระอริยใคร่แล้ว สรรเสริญแล้ว มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์และมีความเห็นตรง บัณฑิตทั้งหลายกล่าวผู้นั้นว่า เป็นผู้ไม่ขัดสนชีวิตของผู้นั้นไม่ไร้ประโยชน์ เพราะฉะนั้น นักปราชญ์เมื่อระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ก็ควรประกอบศรัทธา ศีล ปสาทะ

และการเห็นธรรมเนืองๆ เถิด.

๓. มหาปันถกเถรคาถา

คาถาสุภาษิตของพระมหาปันถกเถระ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา อัฏฐกนิบาต มหาปันถกเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๓ ยทา ปฐมมทฺทกฺขึ สตฺถารมกุโตภยํ

ตโต เม อหุ สํเวโค ปสฺสิตฺวา ปุริสุตฺตมํ ฯ

สิรึ หตฺเถหิ ปาเทหิ โย ปณาเมยฺย อาคตํ

เอตาทิสํ โส สตฺถารํ อาราเธตฺวา วิราธเย ฯ

ตทาหํ ปุตฺตทารญฺจ ธนธญฺญญฺจ ฉฑฺฑยึ

เกสมสฺสูนิ เฉเทตฺวา ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ

สิกฺขาสาชีวสมฺปนฺโน อินฺทฺริเยสุ สุสํวุโต

นมสฺสมาโน สมฺพุทฺธํ วิหาสึ อปราชิโต ฯ

ตโต เม ปณิธี อาสิ เจตโส อภิปตฺถิโต

น นิสีเท มุหุตฺตมฺปิ ตณฺหาสลฺเล อนูหเต ฯ

ตสฺส เมวํ วิหรโต ปสฺส วิริยปรกฺกมํ

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ

อรหา ทกฺขิเณยฺโยมฺหิ วิปฺปมุตฺโต นิรูปธิ ฯ

ตโต รตฺยา วิวสเน ๑ สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ

สพฺพํ ตณฺหํ วิโสเสตฺวา ปลฺลงฺเกน อุปาวิสินฺติ ฯ

มหาปนฺถโก เถโร ฯ

อุทฺทานํ

มหากจฺจายโน เถโร สิริมิตฺโต มหาปนฺถโก

ตโย ๒ อฏฺฐนิปาตมฺหิ คาถาโย จตุวีสตีติ ฯ

อฏฺฐกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ

Royal Thai

เมื่อใด เราได้เห็นพระศาสดาผู้ปลอดภัยเป็นครั้งแรก เมื่อนั้นความสลดใจได้เกิดมีแก่เรา เพราะได้เห็นพระศาสดาผู้อุดมบุรุษ ผู้ใดนอบน้อมพระศาสดาผู้ทรงศิริ ที่พระบาทด้วยมือทั้งสอง ผู้นั้นพึงทำพระศาสดาให้ทรงยินดีโปรดปราน ครั้งนั้น เราได้ละทิ้งบุตร

ภรรยา ทรัพย์ และธัญญาหาร ปลงผมและหนวดออกบวชเป็นบรรพชิต เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยสิกขาสาชีพ สำรวมดีแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า เป็นผู้ไม่พ่ายแพ้ต่อมาร ครั้งนั้น ความตั้งใจปรารถนาสำเร็จแก่เรา เราไม่ได้นั่งอยู่เปล่าแม้เพียงครู่เดียว ในเมื่อยังถอนลูกศรคือตัณหาขึ้นไม่ได้ขอจงดูความเพียร ความบากบั่นของเราผู้อยู่ด้วยความตั้งใจอย่างนั้นเราได้บรรลุวิชชา ๓ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้วเราระลึกชาติก่อนๆ ได้ ได้ชำระทิพยจักษุหมดจดแล้ว เป็นพระอรหันต์ผู้ควรแก่ทักษิณา หลุดพ้นแล้ว ไม่มีอุปธิ ต่อเมื่อราตรีสิ้นไปแล้ว พระอาทิตย์อุทัยขึ้นมา เราทำตัณหาทั้งปวงให้เหือด

แห้งไป จึงเข้าไปสู่ภายในกุฎี โดยบัลลังก์.

__________________________________

พระเถระ ๓ องค์ ได้กล่าวคาถาไว้ในอัฏฐกนิบาตองค์ละ ๘ คาถา

รวมเป็น ๒๔ คาถา คือ

๑. พระมหากัจจายนเถระ ๒. พระสิริมิตตเถระ

๓. พระมหาปันถกเถระ

จบ อัฏฐกนิบาต.

End of อัฏฐกนิบาต