arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · อสีตินิบาต

๕. มหาสุตโสมชาดก เล่ม ๒๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๑๕–๓๙๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๕ ในอสีตินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๕ มหาสุตโสมชาตกํ

๕. มหาสุตโสมชาดก

พระเจ้าสุตโสมเว้นบาปเพราะฟังธรรมของกาฬหัตถี

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก อสีตินิบาต มหาสุตโสมชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๘)

บาลี (สยามรัฐ)

กสฺมา ตุวํ รสก เอทิสานิ

กโรสิ กมฺมานิ สุทารุณานิ

หนาสิ อิตฺถี ปุริเส จ มุโฬฺห

มํสสฺส เหตุ อาทู ธนสฺส การณา ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพ่อครัว เพราะเหตุไรจึงทำกรรมอันร้ายกาจเช่นนี้ ท่านเป็นคนหลงฆ่าหญิงและชายทั้งหลาย เพราะเหตุแห่งเนื้อ หรือเพราะเหตุแห่งทรัพย์.

บาลี (สยามรัฐ)

น อตฺตเหตุ น ธนสฺส การณา

น ปุตฺตทารสฺส สหายญาตินํ

ภตฺตา จ เม ภควา ภูมิปาโล

โส ขาทติ มํสํ ภทนฺเต เอทิสํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านผู้เจริญ มิใช่เพราะเหตุแห่งตน ทรัพย์ ลูกเมียสหายและญาติ แต่พระจอมภูมิบาลผู้เป็นนายข้าพเจ้าพระองค์เสวยมังสะเช่นนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ ตุวํ ภตฺตุรตฺเถ ปยุตฺโต

กโรสิ กมฺมานิ สุทารุณานิ

ปาโตว อนฺเตปุรํ ปาปุณิตฺวา

ลเปยฺยาสิ เม ราชิโน สมฺมุเข ตํ ฯ

ฉบับหลวง

ถ้าท่านขวนขวายในกิจของเจ้านาย ทำกรรมอันร้ายกาจเช่นนี้เวลาเช้าท่านเข้าไปถึงภายในพระราชวังแล้ว พึงแถลงเหตุนั้นแก่เราเฉพาะพระพักตรพระราชา.

บาลี (สยามรัฐ)

ตถา กริสฺสามิ อหํ ภทนฺเต

ยถา ตุวํ ๑ ภาสสิ กาฬหตฺถิ

ปาโตว อนฺเตปุรํ ปาปุณิตฺวา

วกฺขามิ เต ราชิโน สมฺมุเข ตํ ฯ

๑ สี. ยเมว ตฺวํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกาฬหัตถี ข้าพเจ้าจักกระทำตามที่ท่านสั่ง เวลาเช้าข้าพเจ้าเข้าไปถึงภายในพระราชวังแล้ว จะแถลงเหตุนั้นแก่ท่านเฉพาะพระพักตรพระราชา.

บาลี (สยามรัฐ)

ตโต รตฺยา วิวสเน ๑ สุริยสฺสุคฺคมนํ ๒ ปติ

กาโฬ รสกมาทาย ราชานํ อุปสงฺกมิ

อุปสงฺกมิตฺวา ๓ ราชานํ อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ

สจฺจํ กิร มหาราช รสโก เปสิโต ตยา

หนติ อิตฺถีปุริเส ตุวํ มํสานิ ขาทสิ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้นราตรีสว่างแล้ว พระอาทิตย์อุทัย กาฬหัตถีเสนาบดีได้พาคนทำเครื่องต้นเข้าเฝ้าพระราชาแล้ว ได้ทูลถามว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า ได้ทราบด้วยเกล้าว่า พระองค์ทรงใช้พนักงานวิเสทให้ฆ่าหญิงและชาย พระองค์เสวยเนื้อมนุษย์เป็นความจริงหรือพระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

เอวเมว ตถา กาฬ รสโก เปสิโต มยา

มม อตฺถํ กโรนฺตสฺส กิเมตํ ปริภาสสิ ฯ

ฉบับหลวง

จริงอย่างนั้นแหละ ท่านกาฬหัตถี เราใช้พนักงานวิเสท เมื่อเขาทำกิจเพื่อเรา ท่านบริภาษเขาทำไม.

บาลี (สยามรัฐ)

อานนฺโท สพฺพมจฺฉานํ ขาทิตฺวา รสคิทฺธิมา

ปริกฺขีณาย ปริสาย อตฺตานํ ขาทิยา มโต ฯ

เอวํ ปมตฺโต รสคารเว รโต ๔

พาโล ยที อายติ นาวพุชฺฌสิ

วิธมฺม ปุตฺเต จชิ ญาตเก จ

ปริวตฺติย อตฺตานญฺเญว ๕ ขาทติ ฯ

อิทํ เต สุตฺวาน วิเคตุ ๖ ฉนฺโท

มา ภกฺขยิ ๗ ราช มนุสฺสมํสํ

มา ตฺวํ อิมํ เกวลํ วาริโชว

ทฺวิปทาธิป สุญฺญมกาสิ รฏฺฐํ ฯ

ฉบับหลวง

ปลาอานนท์ผู้ติดอยู่ในรสของปลาทุกชนิด กินปลาจนหมดเมื่อบริษัทหมดไป กินตัวเองตาย พระองค์เป็นผู้ประมาทแล้วยินดีหนักในรส ถ้ายังเป็นพาลไม่ทรงรู้สึกต่อไป จำจะต้องละทิ้งพระโอรส พระมเหษี และพระประยูรญาติ กับเสวยพระองค์เอง เหมือนปลาอานนท์ฉะนั้น เพราะได้ทรงสดับเรื่องนี้ ขอความพอพระทัยของพระองค์จงคลายไป ข้าแต่พระราชาผู้เป็นใหญ่กว่ามนุษย์ อย่าได้โปรดเสวยเนื้อมนุษย์เลย อย่าได้ทรงทำแว่นแคว้นนี้ให้ว่างเปล่าเหมือนปลาฉะนั้นเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

สุชาโต นาม นาเมน โอรโส ตสฺส อตฺรโช

ชมฺพูเปสึ อลทฺธาน มโต โส ตสฺส สงฺขเย

เอวเมว อหํ กาฬ ภุตฺวา ภกฺขํ รสุตฺตมํ

อลทฺธา มานุสํ มํสํ มญฺเญ เหสฺสามิ ๑ ชีวิตํ ฯ

๑ ม. วิวสาเน ฯ ๒ ม. สูริยุคฺคมนํ ฯ ๓ ม. อุปสงฺกมฺม ฯ ๔ ม. รตฺโต ฯ

๕ สี. ยุ. อตฺตานเมว ฯ ๖ สี. ยุ. วิเหตุ ฯ ๗ สี. ยุ. มา ภกฺขสี ฯ

ฉบับหลวง

กุฎุมภีนามว่าสุชาติ โอรสผู้เกิดแต่ตนของเขาไม่ได้ชิ้นชมพู่ เขาตายเพราะชิ้นชมพู่สิ้นไปฉันใด ดูกรท่านกาฬหัตถี เราก็ฉันนั้น ได้บริโภคอาหารอันมีรสสูงสุดแล้ว ไม่ได้เนื้อมนุษย์ เห็นจักต้องละชีวิตไปเป็นแน่.

บาลี (สยามรัฐ)

มาณว อภิรูโปสิ กุเล ชาโตสิ โสตฺถิเย

น ตฺวํ อรหสิ ตาต อภกฺขํ ภกฺขเยตเว ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรมาณพ เจ้าเป็นผู้มีรูปงาม เกิดในตระกูลพราหมณ์โสตถิยะ เจ้าไม่ควรกินสิ่งที่ไม่ควรกินนะพ่อ.

บาลี (สยามรัฐ)

รสานญฺญตรํ เอตํ กสฺมา มํ ตฺวํ นิวารเย

โสหํ ตตฺถ คมิสฺสามิ ยตฺถ ลจฺฉามิ เอทิสํ ฯ

โสวาหํ นิปฺปติสฺสามิ น เต วจฺฉามิ สนฺติเก

อสฺส เม ทสฺสเนน ตฺวํ นาภินนฺทสิ พฺราหฺมณ ฯ

ฉบับหลวง

บรรดารสทั้งหลาย ปาณะนี้ก็เป็นรสอย่างหนึ่ง เพราะเหตุไร คุณพ่อจึงห้ามผม ผมจักไปในสถานที่ที่ผมจักได้รสเช่นนี้ ผมจักออกไป จักไม่อยู่ในสำนักของคุณพ่อ เพราะผมเป็นผู้ที่คุณพ่อไม่ยินดีจะเห็นหน้า.

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺธา อญฺเญปิ ทายาเท ปุตฺเต ลจฺฉาม มาณว

ตฺวญฺจ ชมฺม วินสฺสสฺสุ ยตฺถ ปตฺตํ น ตํ สุเณ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรมาณพ ข้าจักได้บุตรที่เป็นทายาทแม้เหล่าอื่นเป็นแน่ แน่ะเจ้าคนต่ำทรามเจ้าจงพินาศ เจ้าจงไปเสียในสถานที่ที่ข้าจะไม่พึงได้ยิน.

บาลี (สยามรัฐ)

เอวเมว ตุวํ ราช ทิปทินฺท สุโณหิ เม

ปพฺพาชิสฺสนฺติ ๒ ตํ รฏฺฐา โสณฺฑํ มาณวกํ ยถา ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระราชาผู้เป็นจอมประชาชน พระองค์ก็เหมือนกัน ขอเชิญสดับถ้อยคำของข้าพระองค์ เขาจักเนรเทศพระองค์เสียจากแว่นแคว้นเหมือนอย่างมาณพนักดื่มสุราฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

สุชาโต นาม นาเมน ภาวิตตฺตาน สาวโก

อจฺฉรํ กามยนฺโตว น โส ภุญฺชิ น โส ปิวิ ฯ

กุสคฺเคนุทกมาทาย ๓ สมุทฺเท อุทกํ มิเน

เอวํ มานุสิกา กามา ทิพฺพกามาน สนฺติเก ฯ

เอวเมว อหํ กาฬ ภุตฺวา ภกฺขํ รสุตฺตมํ

อลทฺธา มานุสํ มํสํ มญฺเญ เหสฺสามิ ๕ ชีวิตํ ฯ

ฉบับหลวง

สาวกของพวกฤาษีผู้มีตนอันอบรมแล้ว นามว่าสุชาติ เขาปรารถนานางอัปสรจนไม่กินไม่ดื่มกามของมนุษย์ในสำนักกามอันเป็นทิพย์ เท่ากับเอาปลายหญ้าคาจุ่มน้ำมาเทียบกับน้ำในมหาสมุทร ดูกรท่านกาฬหัตถีเราได้บริโภคของกินที่มีรสอย่างสูงสุดแล้ว ไม่ได้เนื้อมนุษย์ เห็นจักต้องละทิ้งชีวิตไปฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ยถาปิ เต ธตรฏฺฐา หํสา เวหายสงฺคมา

อยุตฺตปริโภเคน ๔ สพฺเพ อพฺภตฺถตํ คตา ฯ

เอวเมว ตุวํ ราช ทิปทินฺท สุโณหิ เม

อภกฺขํ ราช ภกฺเขสิ ตสฺมา ปพฺพาชิสฺสนฺติ ๑ ตํ ฯ

๑-๕ ม. หิสฺสามิ ฯ ๒ ม. ปพฺพาเชสฺสนฺติ ฯ ๓ สี. ยุ. กุสคฺเค อุทกมาทาย ฯ

๔ ม. อภุตฺตปริโภเคน ฯ

ฉบับหลวง

เปรียบเหมือนพวกหงส์ธตรฐสัญจรไปทางอากาศ ถึงความตายทั้งหมดเพราะบริโภคอาหารที่ไม่ควร ฉันใด ข้าแต่พระราชาผู้เป็นจอมประชาชนพระองค์ก็ฉันนั้นแลโปรดทรงสดับถ้อยคำของข้าพระองค์ พระองค์เสวยมังสะที่ไม่ควร เหตุนั้นเขาจักเนรเทศพระองค์.

บาลี (สยามรัฐ)

ติฏฺฐาหีติ มยา วุตฺโต โส ตฺวํ คจฺฉสิ ปมฺมุโข

อฏฺฐิโต ตฺวํ ฐิโตมฺหีติ ลปสิ พฺรหฺมจารินิ

อิทํ เต สมณายุตฺตํ อสิญฺจ เม มญฺญสิ กงฺขปตฺตํ ๒ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านอันเราห้ามว่าจงหยุด ก็เดินไม่เหลียวหลัง ดูกรท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ท่านไม่ได้หยุด แต่กล่าวว่าหยุด ดูกรสมณะ นี้ควรแก่ท่านหรือ ท่านสำคัญดาบของเราว่าเป็นขนปีกนกตะกรุมหรือ.

บาลี (สยามรัฐ)

ฐิโตหมสฺมิ สธมฺเมสุ ราช

น นามโคตฺตํ ปริวตฺตยามิ

โจรญฺจ โลเก อฐิตํ วทนฺติ

อาปายิกํ เนรยิกํ อิโต จุตํ ฯ

สเจ ตฺวํ สทฺทหสิ ๓ ราช สุตํ คณฺหาหิ ขตฺติยํ ๔

เตน ยญฺญํ ยชิตฺวาน เอวํ สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพระราชา อาตมาเป็นผู้หยุดแล้วในธรรมของตน ไม่ได้เปลี่ยนนามและโคตร ส่วนโจรบัณฑิตกล่าวว่าไม่หยุดในโลกเคลื่อนจากโลกนี้แล้วต้องเกิดในอบายหรือนรก ดูกรพระราชาถ้ามหาบพิตรทรงเชื่ออาตมามหาบพิตรจงจับพระเจ้าสุตโสมผู้เป็นกษัตริย์ มหาบพิตรทรงบูชายัญด้วยพระเจ้าสุตโสมนั้นจักเสด็จไปสวรรค์ ด้วยประการอย่างนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

กิสฺมึ นุ รฏฺเฐ ตว ชาติภูมิ

อถ เกน อตฺเถน อิธานุปตฺโต

อกฺขาหิ เม พฺราหฺมณ เอตมตฺถํ

กิมิจฺฉสิ เทมิ ตยชฺช ปตฺถิตํ ฯ

ฉบับหลวง

ชาติภูมิของท่านอยู่ถึงในแคว้นไหน ท่านมาถึงในพระนครนี้ด้วยประโยชน์อะไร ดูกรท่านพราหมณ์ ขอท่านจงบอกประโยชน์นั้นแก่ข้าพเจ้า ท่านปรารถนาอะไร ข้าพเจ้าจะให้ตามที่ท่านปรารถนาในวันนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

คาถา จตสฺโส ธรณีมหิสฺสร

สุคมฺภีรตฺถวรา สาครูปมา

ตเวว อตฺถาย อิธาคโตสฺมิ

สุโณหิ คาถา ปรมตฺถสญฺหิตา ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระจอมธรณี คาถา ๔ คาถา มีอรรถอันลึกประเสริฐนัก เปรียบด้วยสาคร หม่อมฉันมาในพระนครนี้เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ ขอพระองค์โปรดทรงสดับคาถาอันประกอบด้วยประโยชน์อย่างเยี่ยมเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

น เว รุทนฺติ มติมนฺโต สปญฺญา

พหุสฺสุตา เย พหุฐานจินฺติโน

ทีปํ หิ เอตํ ปรมํ นรานํ

ยํ ปณฺฑิตา โสกนุทา ภวนฺติ ฯ

อตฺตาน ญาตี อุทาหุ ปุตฺตทารํ

ธญฺญํ ธนํ รชตํ ชาตรูปํ

กิเมว ตฺวํ สุตโสมานุตปฺเป

โกรพฺยเสฏฺฐ วจนํ สุโณม เต ฯ

๑ ม. ปพฺพาชยนฺติ ฯ ๒ ม. กงฺกปตฺตํ ฯ ๓ สี. ยุ. สเจปิ สหสิ ฯ ๔. ม. ขตฺติย ฯ

ฉบับหลวง

ชนเหล่าใดมีความรู้ มีปัญญา เป็นพหูสูต คิดเหตุการณ์ได้มาก ชนเหล่านั้นย่อมไม่ร้องไห้ การที่บัณฑิตทั้งหลายเป็นผู้บรรเทาความเศร้าโศกผู้อื่นได้นี่แหละ เป็นที่พึ่งอย่างยอดเยี่ยมของนรชน ดูกรท่านสุตโสมพระองค์ทรงเศร้าโศกถึงอะไร พระองค์เอง พระประยูรญาติ พระโอรส พระมเหษี ข้าวเปลือก ทรัพย์ หรือเงินทอง ดูกรท่านโกรัพยะผู้ประเสริฐสุด หม่อมฉันขอฟังพระดำรัสของพระองค์.

บาลี (สยามรัฐ)

น จาหมตฺตานมนุตฺถุนามิ

น ปุตฺตทารํ น ธนํ น รฏฺฐํ

สตญฺจ ธมฺโม จริโต ปุราโณ

ตํ สงฺครํ ๑ พฺราหฺมณสฺสานุตปฺเป ฯ

กโต มยา สงฺคโร พฺราหฺมเณน

รฏฺเฐ สเก อิสฺสริเย ฐิเตน

ตํ สงฺครํ พฺราหฺมณสมฺปทาย

สจฺจานุรกฺขี ปุนราวชิสฺสํ ฯ

ฉบับหลวง

หม่อมฉันมิได้เศร้าโศกถึงตน โอรส มเหษี ทรัพย์และแว่นแคว้นแต่ธรรมของสัตบุรุษที่ประพฤติมาแต่เก่าก่อน หม่อมฉันผัดเพี้ยนไว้ต่อพราหมณ์ หม่อมฉันเศร้าโศกถึงการผัดเพี้ยนนั้น หม่อมฉันดำรงอยู่ในความเป็นใหญ่ในแว่นแคว้นของตน ได้ทำการผัดเพี้ยนไว้กับพราหมณ์(ถ้าพระองค์ทรงปล่อยหม่อมฉันไป หม่อมฉันได้ฟังธรรมนั้นแล้ว) จักเป็นผู้รักษาความสัตย์กลับมา.

บาลี (สยามรัฐ)

น วาหเมตํ อภิสทฺทหามิ

สุขี นโร มจฺจุมุขา ปมุตฺโต

อมิตฺตหตฺถํ ปุนราวเชยฺย

โกรพฺยเสฏฺฐ น หิ มํ อุเปสิ ฯ

มุตฺโต ตุวํ โปริสาทสฺส หตฺถา

คนฺตฺวา สกํ มนฺทิรํ กามกามี

มธุรํ ปิยํ ชีวิตํ ลทฺธ ราช

กุโต ตุวํ เอหิสิ เม สกาสํ ฯ

๑ ม. สงฺกรํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ

ฉบับหลวง

คนมีความสุขหลุดพ้นจากปากของมฤตยูแล้ว จะพึงกลับมาสู่เงื้อมมือของศัตรูอีก ข้อนี้หม่อมฉันยังไม่เชื่อ ดูกรท่านโกรัพยะผู้ประเสริฐสุดพระองค์จะไม่เสด็จเข้าใกล้หม่อมฉันละซิ พระองค์ทรงพ้นจากเงื้อมมือของโปริสาท เสด็จไปถึงพระราชมณเฑียรของพระองค์แล้ว จะมัวทรงเพลิดเพลินกามคุณารมณ์ ทรงได้พระชนมชีพอันเป็นที่รักแสนหวานที่ไหนจักเสด็จกลับมายังสำนักของหม่อมฉันเล่า.

บาลี (สยามรัฐ)

มตํ วเรยฺย ปริสุทฺธสีโล

น ชีวิตํ ครหิโต ปาปธมฺโม

น หิ ตํ นรํ ตายเต ๑ ทุคฺคตีภิ

ยสฺสาปิ เหตุ อลิกํ ภเณยฺย ฯ

สเจปิ วาโต คิริมาวเหยฺย

จนฺโท จ สุริโย จ ฉมา ปเตยฺยุํ

สพฺพา จ นชฺโช ปฏิโสตํ วเชยฺยุํ

น เตฺววาหํ ราช มุสา ภเณยฺยํ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้มีศีลบริสุทธิ์พึงปรารถนาความตาย ผู้มีธรรมลามกที่นักปราชญ์ติเตียนไม่พึงปรารถนาชีวิต นรชนใดพึงกล่าวเท็จ เพราะเหตุเพื่อประโยชน์แก่ตนใด เหตุเพื่อประโยชน์แก่ตนนั้น ย่อมไม่รักษานรชนนั้นจากทุคติได้เลย ถ้าแม้ลมจะพึงพัดเอาภูเขามาได้ ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์จะพึงตกลงมา ณ แผ่นดินได้ และแม่น้ำทุกสายจะพึงไหลทวนกระแสได้ถึงอย่างนั้น หม่อมฉันก็ไม่พึงพูดเท็จเลยพระราชา.

บาลี (สยามรัฐ)

นภํ ผเลยฺย อุทธิ วิสุสฺเส ๒

สํวตฺเตยฺย ๓ ภูตธรา วสุนฺธรา

สิลุจฺจโย เมรุ สมูลมุปฺปเตยฺย ๔

น เตฺววาหํ ราช มุสา ภเณยฺยํ ฯ

ฉบับหลวง

ฟ้าพึงแตกได้ ทะเลพึงแห้งได้ แผ่นดินอันทรงไว้ซึ่งภูติพึงพลิกได้ เมรุบรรพตจะพึงเพิกถอนได้พร้อมทั้งราก ถึงอย่างนั้น หม่อมฉันก็จะไม่กล่าวเท็จเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

อสิญฺจ สตฺติญฺจ ปรามสามิ

สปถํปิ เต สมฺม อหํ กโรมิ

ตยา ปมุตฺโต อนโณ ภวิตฺวา

สจฺจานุรกฺขี ปุนราวชิสฺสํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพระสหาย หม่อมฉันจะจับดาบและหอกจะทำแม้การสาบานแก่พระองค์ก็ได้ หม่อมฉันอันพระองค์ทรงปล่อยแล้วเป็นผู้ใช้หนี้หมดแล้วจักเป็นผู้รักษาความสัตย์กลับมา.

บาลี (สยามรัฐ)

โย เต กโต สงฺคโร พฺราหฺมเณน

รฏฺเฐ สเก อิสฺสริเย ฐิเตน

ตํ สงฺครํ พฺราหฺมณสมฺปทาย

สจฺจานุรกฺขี ปุนราวชสฺสุ ฯ

๑ ม. ตายติ ฯ ๒ ม. อุทธีปิ สุสฺเส ฯ ๓ ม. สํวฏฺฏเย ฯ ๔ ม. -มุปฺปเต ฯ

ฉบับหลวง

การผัดเพี้ยนอันใด อันพระองค์ทรงดำรงอยู่ในความเป็นใหญ่ในแว่นแคว้นของพระองค์ ทรงทำไว้กับพราหมณ์ การผัดเพี้ยนนั้นต่อพราหมณ์ผู้ประเสริฐ พระองค์จงทรงรักษาความสัตย์เสด็จกลับมา.

บาลี (สยามรัฐ)

โย เม กโต สงฺคโร พฺราหฺมเณน

รฏฺเฐ สเก อิสฺสริเย ฐิเตน

ตํ สงฺครํ พฺราหฺมณสมฺปทาย

สจฺจานุรกฺขี ปุนราวชิสฺสํ ฯ

ฉบับหลวง

การผัดเพี้ยนอันใด อันหม่อมฉันผู้ดำรงอยู่ในความเป็นใหญ่ในแว่นแคว้นของตน ได้ทำไว้กับพราหมณ์ การผัดเพี้ยนนั้นต่อพราหมณ์ผู้ประเสริฐ หม่อมฉันจักรักษาความสัตย์กลับมา

บาลี (สยามรัฐ)

มุตฺโต จ โส โปริสาทสฺส หตฺถา

คนฺตฺวาน ตํ พฺราหฺมณํ เอตทโวจ

สุโณมิ ๑ คาถาโย สตารหาโย

ยา เม สุตา อสฺสุ หิตาย พฺรหฺเม ฯ

ฉบับหลวง

ก็พระเจ้าสุตโสมนั้น ทรงพ้นจากเงื้อมมือของเจ้าโปริสาทแล้ว ได้เสด็จไปตรัสกะพราหมณ์นั้นว่า ดูกรท่านพราหมณ์ข้าพเจ้าขอฟังสตารหาคาถาซึ่งได้ฟังแล้ว จะพึงเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ข้าพเจ้า.

บาลี (สยามรัฐ)

สกิเทว สุตโสม สพฺภิ โหติ ๒ สมาคโม

สา นํ สงฺคติ ปาเลติ นาสพฺภิ พหุ สงฺคโม ฯ

สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย เสยฺโย โหติ น ปาปิโย ฯ

ชีรนฺติ เว ราชรถา สุจิตฺตา

อโถ สรีรมฺปิ ชรํ อุเปติ

สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ

สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺติ ฯ

นภญฺจ ทูเร ปฐวี จ ทูเร

ปารํ สมุทฺทสฺส ตทาหุ ทูเร

ตโต หเว ทูรตรํ วทนฺติ

สตญฺจ ธมฺโม อสตญฺจ ราช ฯ

๑ ม. สุโณม ฯ ๒ ยุ. โหตุ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านสุตโสม การสมาคมกับสัตบุรุษคราวเดียวเท่านั้น การสมาคมนั้นย่อมรักษาผู้นั้นไว้ การสมาคมกับอสัตบุรุษแม้มากครั้งก็รักษาไม่ได้ พึงอยู่ร่วมกับสัตบุรุษ พึงกระทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษ เพราะรู้ทั่วถึงสัทธรรมของสัตบุรุษ ย่อมมีแต่ความเจริญ ไม่มีความเสื่อม ราชรถอันวิจิตรตระการตายังคร่ำคร่าได้ และแม้สรีระก็เข้าถึงชราโดยแท้ ส่วนธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไม่เข้าถึงความคร่ำคร่า สัตบุรุษกับสัตบุรุษเท่านั้นรู้กันได้ ฟ้าและแผ่นดินไกลกัน ฝั่งข้างโน้นของมหาสมุทรเขากล่าวกันว่าไกล ข้าแต่พระราชา ธรรมของสัตบุรุษและธรรมของอสัตบุรุษ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่าไกลยิ่งกว่านั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

สาหสฺสิยา ๑ อิมา คาถา นยิมา ๒ คาถา สตารหา

จตฺตาริ ตฺวํ สหสฺสานิ ขิปฺปํ คณฺหาหิ พฺราหฺมณ ฯ

ฉบับหลวง

คาถาเหล่านี้ชื่อสาหัสสิยา ควรพัน มิใช่ชื่อสตารหา ควรร้อย ดูกรพราหมณ์ เชิญท่านรีบมารับเอาทรัพย์สี่พันเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

อาสีติยา นาวุติยา จ คาถา

สตารหา จาปิ ภเวยฺยุ ๓ คาถา

ปจฺจตฺตเมว สุตโสม ชานาหิ

สาหสฺสิยา นาม กา อตฺถิ คาถา ฯ

ฉบับหลวง

คาถาควรแปดสิบและควรเก้าสิบ แม้ควรร้อยก็มี ดูกรพ่อสุตโสม พ่อจงรู้ด้วยตนเอง คาถาชื่อสาหัสสิยา ควรพันมีที่ไหน.

บาลี (สยามรัฐ)

อิจฺฉามิ โวหํ สุตวุฑฺฒิมตฺตโน

สนฺโต มมํ สปฺปุริสา ภเชยฺยุํ

อหํ สวนฺตีหิ มโหทธีว

น หิ ตาต ตปฺปามิ สุภาสิเตน ฯ

อคฺคิ ยถา ติณกฏฺฐํ ทหนฺโต

น ตปฺปติ สาคโรว นทีหิ

เอวํปิ เต ปณฺฑิตา ราชเสฏฺฐ

สุตฺวา น ตปฺปนฺติ สุภาสิเตน ฯ

สกสฺส ทาสสฺส ยทา สุโณมิ

คาถํ อหํ อตฺถวตึ ๔ ชนินฺท

ตเมว สกฺกจฺจ นิสามยามิ

น หิ ตาต ธมฺเมสุ มมตฺถิ ติตฺติ ฯ

๑ สี. ยุ. สหสฺสิโย ฯ ๒ ม. นหิมา คาถา ฯ ๓ ม. ภเวยฺย ฯ ๔ สี. ยุ. คาถา อหํ

อตฺถวตี ฯ

ฉบับหลวง

หม่อมฉันปรารถนาความเจริญทางศึกษาของตน สัตบุรุษทั้งหลายผู้สงบพึงคบหาหม่อมฉัน ข้าแต่ทูลกระหม่อม หม่อมฉันไม่อิ่มด้วยสุภาษิตเหมือนดังมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยแม่น้ำฉะนั้น ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐสุด ไฟไหม้หญ้าและไม้ย่อมไม่อิ่ม และสาครก็ไม่อิ่มด้วยแม่น้ำทั้งหลายฉันใด แม้บัณฑิตเหล่านั้นก็ฉันนั้น ได้ฟังคำสุภาษิตแล้ว ย่อมไม่อิ่มด้วยสุภาษิต ข้าแต่พระทูลกระหม่อมจอมประชาชน เมื่อใดหม่อมฉันฟังคาถาที่มีประโยชน์ต่อทาสของตน เมื่อนั้น หม่อมฉันย่อมตั้งใจฟังคาถานั้นโดยเคารพ ข้าแต่พระทูลกระหม่อม หม่อมฉันไม่มีความอิ่มในธรรมเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

อิทนฺเต รฏฺฐํ สธนํ สโยคฺคํ

สกายุรํ สพฺพกามูปปนฺนํ

กึ กามเหตุ ปริภาสเส ๑ มํ

คจฺฉามหํ โปริสาทสฺส ญนฺเต ๒ ฯ

ฉบับหลวง

รัฐมณฑลของทูลกระหม่อมนี้ บริบูรณ์ด้วยสิ่งที่น่าปรารถนาทุกอย่างพร้อมทั้งทรัพย์ ยวดยาน และพระธำมรงค์ ทูลกระหม่อม ทรงบริภาษหม่อมฉัน เพราะเหตุแห่งกามทำไม หม่อมฉันขอทูลลาไปในสำนักโปริสาท ณ บัดนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

อตฺตานุรกฺขาย ภวนฺติ เหเต

หตฺถาโรหา รถิกา ปตฺติกา จ

อสฺสาโรหา เย จ ธนุคฺคหาเส

เสนํ ปยุญฺชาม หนาม สตฺตุํ ฯ

ฉบับหลวง

กองทัพช้าง กองทัพม้า กองทัพรถ และกองราบ ล้วนแต่เชี่ยวชาญการธนูพอที่จะรักษาตัวได้ เราจะยกทัพไปจับศัตรูฆ่าเสีย.

บาลี (สยามรัฐ)

สุทุกฺกรํ โปริสาโท อกาสิ

ชีวํ คเหตฺวาน อวสฺสชี มํ

ตํ ตาทิสํ ปุพฺพกิจฺจํ สรนฺโต

ทุพฺเภ อหํ ตสฺส กถํ ชนินฺท ฯ

ฉบับหลวง

โปริสาทได้ทำกิจที่ทำได้แสนยาก จับหม่อมฉันได้ทั้งเป็นแล้วปล่อยมาหม่อมฉันระลึกถึงบุรพกิจเช่นนั้นอยู่ ข้าแต่พระทูลกระหม่อมจอมประชาชน หม่อมฉันจะประทุษร้ายต่อโปริสาทนั้นได้อย่างไร.

บาลี (สยามรัฐ)

วนฺทิตฺวา โส ปิตรํ มาตรญฺจ

อนุสาเสตฺวา เนคมญฺจ พลญฺจ

สจฺจวาที สจฺจานุรกฺขมาโน

อคมาสิ โส ยตฺถ โปริสาโท ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้าสุตโสมถวายบังคมพระราชบิดา และพระราชมารดา ทรงอนุศาสน์พร่ำสอนชาวนิคมและพลนิกรแล้ว เป็นผู้ตรัสคำสัตย์ ทรงรักษาความสัตย์ได้เสด็จไปในสำนักของโปริสาท

บาลี (สยามรัฐ)

กโต มยา สงฺคโร พฺราหฺมเณน

รฏฺเฐ สเก อิสฺสริเย ฐิเตน

ตํ สงฺครํ พฺราหฺมณสมฺปทาย่

สจฺจานุรกฺขี ปุนราคโตสฺมิ

ยชสฺสุ ยญฺญํ ขาท มํ โปริสาท ฯ

๑ ม. ...สสิมํ ฯ ๒ ม. ญตฺเต ฯ สี. ยุ. กนฺเต ฯ

ฉบับหลวง

หม่อมฉันผู้ดำรงอยู่ในความเป็นใหญ่ในแว่นแคว้นของตนได้ทำการผัดเพี้ยนไว้กับพราหมณ์ การผัดเพี้ยนนั้นต่อพราหมณ์ผู้ประเสริฐ หม่อมฉันเป็นผู้รักษาความสัตย์กลับมาแล้ว ดูกรท่านโปริสาท เชิญท่านบูชายัญกินเราเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

น หายเต ขาทิตุํ ๑ มยฺหํ ปจฺฉา

จิตกา อยํ ตาว สธูมกา ๒ จ

นิทฺธูมเก ปจิตํ สาธุ ปกฺกํ

สุโณม คาถาโย สตารหาโย ฯ

ฉบับหลวง

การกินของหม่อมฉันย่อมไม่หายไปในภายหลัง จิตกาธารนี้ก็ยังมีควันอยู่เนื้อที่สุกบนถ่านอันไม่มีควัน ชื่อว่าสุกดีแล้ว หม่อมฉันจะขอฟังสตารหาคาถาเสียก่อน.

บาลี (สยามรัฐ)

อธมฺมิโก ตฺวํ ปุริสาทกาสิ

รฏฺฐา จ ภฏฺโฐ อุทรสฺส เหตุ

ธมฺมญฺจิมา อภิวทนฺติ คาถา

ธมฺโม อธมฺโม จ กุหึ สเมติ ฯ

อธมฺมิกสฺส ลุทฺทสฺส นิจฺจํ โลหิตปาณิโน

นตฺถิ สจฺจํ กุโต ธมฺโม กึ สุเตน กริสฺสสิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านโปริสาท พระองค์เป็นผู้ทรงประพฤติไม่ชอบธรรม ต้องพลัดพรากจากรัฐมณฑลเพราะเหตุแห่งท้อง ส่วนคาถานี้ย่อมกล่าวสรรเสริญธรรมธรรมและอธรรมจะลงรอยกันได้ที่ไหน คนผู้ประพฤติไม่ชอบธรรมหยาบช้า มีฝ่ามือชุ่มด้วยเลือดเป็นนิตย์ ย่อมไม่มีสัจจะ ธรรมจักมีแต่ที่ไหน พระองค์จักทรงทำประโยชน์อะไรด้วยการสดับเล่า.

บาลี (สยามรัฐ)

โย มํสเหตุ มิควํ จเรยฺย

โย วา หเน ปุริสมตฺตเหตุ

อุโภปิ เต เปจฺจ สมา ภวนฺติ

กสฺมา โน อธมฺมิกํ พฺรูสิ มํ ตฺวํ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใดเที่ยวล่าเนื้อเพราะเหตุแห่งมังสะ หรือผู้ใดฆ่าคนเพราะเหตุแห่งตนแม้คนทั้งสองนั้นย่อมเสมอกันในโลกเบื้องหน้า เพราะเหตุไรหนอพระองค์จึงประณามเฉพาะหม่อมฉันว่า ประพฤติไม่ชอบธรรม.

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจ ปญฺจ น ขา ภกฺขา ขตฺติเยน ปชานตา

อภกฺขํ ราช ภกฺเขสิ ตสฺมา อธมฺมิโก ตุวํ ฯ

ฉบับหลวง

เนื้อสัตว์ ๑๐ ชนิด อันกษัตริย์ผู้รู้ขัตติยธรรมไม่ควรเสวย ดูกรพระราชาพระองค์เสวยเนื้อมนุษย์ซึ่งเป็นเนื้อที่ไม่ควรเสวย เพราะฉะนั้น พระองค์จึงชื่อว่าประพฤติไม่ชอบธรรม.

บาลี (สยามรัฐ)

มุตฺโต ตุวํ โปริสาทสฺส หตฺถา

คนฺตฺวา สกํ มนฺทิรํ กามกามี

อมิตฺตหตฺถํ ปุนราคโตสิ

น ขตฺยธมฺเม กุสโลสิ ราช ฯ

๑ ม. ขาทิตํ ฯ ๒ ม. สธูมิกาว ฯ|

ฉบับหลวง

พระองค์พ้นจากเงื้อมมือของโปริสาท เสด็จไปถึงพระราชมณเฑียรของพระองค์แล้ว ทรงเพลิดเพลินในกามคุณารมณ์ยังเสด็จกลับมาสู่เงื้อมมือของหม่อมฉันผู้เป็นศัตรูอีก พระองค์เป็นผู้ไม่ฉลาดในขัตติยธรรมเลยนะพระราชา.

บาลี (สยามรัฐ)

เย ขตฺยธมฺเม กุสลา ภวนฺติ

ปาเยน เต เนรยิกา ภวนฺติ

ตสฺมา อหํ ขตฺยธมฺมํ ๑ ปหาย

สจฺจานุรกฺขี ปุนราคโตสฺมิ

ยชสฺสุ ยญฺญํ ขาท มํ โปริสาท ฯ

ฉบับหลวง

ชนเหล่าใดเป็นผู้ฉลาดในขัตติยธรรม ชนเหล่านั้นต้องตกนรกโดยมากเพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงละขัตติยธรรมเป็นผู้รักษาความสัตย์กลับมาดูกรท่านโปริสาท เชิญพระองค์บูชายัญเสวยหม่อมฉันเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

ปาสาทวาสา ปฐวีควสฺสา

กามิตฺถิโย กาสิกจนฺทนญฺจ

สพฺพํ ตหึ ลภสิ ๒ สามิตาย

สจฺเจน กึ ปสฺสติ อานิสํสํ ฯ

ฉบับหลวง

ปราสาทราชมณเฑียร แผ่นดิน โค ม้า หญิงที่น่ารักใคร่ ผ้าแคว้นกาสีและแก่นจันทน์ พระองค์ทรงได้ทุกสิ่งทุกอย่างในพระนครนั้น เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ทรงเห็นอานิสงส์อะไรด้วยความสัตย์.

บาลี (สยามรัฐ)

เยเกจิเม อตฺถิ รสา ปฐพฺยา

สจฺจํ เตสํ สาธุตรํ รสานํ

สจฺเจ ฐิตา สมณพฺราหฺมณา จ

ตรนฺติ ชาติมรณสฺส ปารํ ฯ

ฉบับหลวง

รสเหล่าใดมีอยู่ในแผ่นดิน สัจจะเป็นรสที่ยังประโยชน์ให้สำเร็จกว่ารสเหล่านั้น เพราะว่าสมณพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในสัจจะย่อมข้ามพ้นฝั่งแห่งชาติและมรณะได้.

บาลี (สยามรัฐ)

มุตฺโต ตุวํ โปริสาทสฺส หตฺถา

คนฺตฺวา สกํ มนฺทิรํ กามกามี

อมิตฺตหตฺถํ ปุนราคโตสิ

นหิ นูน เต มรณภยํ ชนินฺท

อลีนจิตฺโต จสิ ๓ สจฺจวาที ฯ

๑ ม. ขตฺตธมฺมํ ฯ ๒ ยุ. ลพฺภติ ฯ ๓ ม. อสิ ฯ

ฉบับหลวง

พระองค์พ้นจากเงื้อมมือของโปริสาท เสด็จไปถึงพระราชมณเฑียรของพระองค์แล้ว ทรงเพลิดเพลินในกามคุณารมณ์ ยังเสด็จกลับมาสู่เงื้อมมือของหม่อมฉันผู้เป็นศัตรูอีก ข้าแต่พระจอมประชาชน พระองค์ไม่ทรงกลัวความตายแน่ละหรือ พระองค์ผู้ตรัสคำสัตย์ไม่มีพระทัยท้อแท้ละหรือ.

บาลี (สยามรัฐ)

กตา เม กลฺยาณา อเนกรูปา

ยญฺญา ยิฏฺฐา เย วิปุลา ปสตฺถา

วิโสธิโต ปรโลกสฺส มคฺโค

ธมฺเม ฐิโต โก มรณสฺส ภาเย ฯ

กตา เม กลฺยาณา อเนกรูปา

ยญฺญา ยิฏฺฐา เย วิปุลา ปสตฺถา

อนานุตปฺปํ ปรโลกํ คมิสฺสํ

ยชสฺสุ ยญฺญํ ขาท ๑ มํ โปริสาท ฯ

ปิตา จ มาตา จ อุปฏฺฐิตา เม

ธมฺเมน เม อิสฺสริยํ ปสตฺถํ

วิโสธิโต ปรโลกสฺส มคฺโค

ธมฺเม ฐิโต โก มรณสฺส ภาเย ฯ

ปิตา จ มาตา จ อุปฏฺฐิตา เม

ธมฺเมน เม อิสฺสริยํ ปสตฺถํ

อนานุตปฺปํ ปรโลกํ คมิสฺสํ

ยชสฺสุ ยญฺญํ ขาท มํ โปริสาท ฯ

ญาตีสุ มิตฺเตสุ กตูปกาโร ๒

ธมฺเมน เม อิสฺสริยํ ปสตฺถํ

วิโสธิโต ปรโลกสฺส มคฺโค

ธมฺเม ฐิโต โก มรณสฺส ภาเย ฯ

ญาตีสุ มิตฺเตสุ กตูปกาโร

ธมฺเมน เม อิสฺสริยํ ปสตฺถํ

อนานุตปฺปํ ปรโลกํ คมิสฺสํ

ยชสฺสุ ยญฺญํ ขาท มํ โปริสาท ฯ

ทินฺนํ เม ทานํ พหุธา พหูนํ

สนฺตปฺปิตา สมณพฺราหฺมณา จ

วิโสธิโต ปรโลกสฺส มคฺโค

ธมฺเม ฐิโต โก มรณสฺส ภาเย ฯ

ทินฺนํ เม ทานํ พหุธา พหูนํ

สนฺตปฺปิตา สมณพฺราหฺมณา จ

อนานุตปฺปํ ปรโลกํ คมิสฺสํ

ยชสฺสุ ยญฺญํ ขาท มํ โปริสาท ฯ

๑ ม. อท ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ ม. กตา เม การา ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ

ฉบับหลวง

หม่อมฉันได้ทำกัลยาณธรรมหลายอย่าง ได้บูชายัญอันไพบูลย์ที่บัณฑิตสรรเสริญ ได้ชำระทางปรโลกบริสุทธิ์แล้ว ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม ใครเล่าจะกลัวตาย หม่อมฉันได้ทำกัลยาณธรรมหลายอย่าง ได้บูชายัญอันไพบูลย์ที่บัณฑิตสรรเสริญ หม่อมฉันไม่เดือดร้อนที่จักไปยังปรโลก ดูกรท่านโปริสาท เชิญพระองค์บูชายัญเสวยหม่อมฉันเถิด หม่อมฉันได้บำรุงพระชนกและพระชนนีแล้ว ได้ปกครองราชสมบัติโดยธรรมได้ชำระทางปรโลกบริสุทธิ์แล้ว ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม ใครเล่าจะกลัวตาย หม่อมฉันได้บำรุงพระชนกและพระชนนีแล้ว ได้ปกครองราชสมบัติโดยธรรม จึงไม่เดือดร้อนที่จักไปยังปรโลก

ดูกรท่านโปริสาท เชิญพระองค์บูชายัญเสวยหม่อมฉันเถิด หม่อมฉันได้กระทำอุปการกิจในพระประยูรญาติและมิตร แล้วได้ปกครองราชสมบัติโดยธรรม ได้ชำระทางปรโลกบริสุทธิ์แล้ว ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม ใครเล่าจะกลัวตาย หม่อมฉันกระทำอุปการกิจในพระประยูรญาติและมิตรแล้ว ได้ปกครองราชสมบัติโดยธรรม จึงไม่เดือดร้อนที่จักไปยังปรโลก ดูกรท่านโปริสาท เชิญพระองค์บูชายัญเสวยหม่อมฉันเถิด หม่อมฉันได้ให้ทานโดยอาการเป็นมาก แก่ชนเป็นอันมาก ได้อุปถัมภ์สมณพราหมณ์ให้อิ่มหนำสำราญ ได้ชำระทางปรโลกให้บริสุทธิ์ ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม ใครเล่าจะกลัวตาย หม่อมฉันได้ให้ทานโดยอาการเป็นอันมาก แก่ชนเป็นอันมาก ได้อุปถัมภ์สมณพราหมณ์ให้อิ่มหนำสำราญจึงไม่เดือดร้อนที่จักไปยังปรโลก ดูกรโปริสาท เชิญพระองค์บูชายัญเสวยหม่อมฉันเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

วิสํ ปชานํ ปุริโส อเทยฺย

อาสีวิสํ ชลิตํ อุคฺคเตชํ

มุทฺธาปิ ตสฺส วิผเลยฺย ๑ สตฺตธา

โย ตาทิสํ สจฺจวาทึ อเทยฺย ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษรู้อยู่จะพึงกินยาพิษ หรือจับอสรพิษที่มีฤทธิ์ร้ายแรงมีเดชกล้าได้หรือ

ผู้ใดพึงกินคน ผู้กล่าวคำสัตย์เช่นพระองค์ ศีรษะของผู้นั้นพึง

แตก ๗ เสี่ยง.

บาลี (สยามรัฐ)

สุตฺวา ธมฺมํ วิชานนฺติ นรา กลฺยาณปาปกํ

อปิ คาถา สุณิตฺวาน ธมฺเม เม รมเต มโน ฯ

ฉบับหลวง

นรชนได้ฟังธรรมแล้ว ย่อมรู้แจ้งบุญและบาป ใจของหม่อมฉันจะยินดีในธรรม เพราะได้ฟังคาถาบ้างกระมัง.

บาลี (สยามรัฐ)

สกิเทว มหาราช ๒ สพฺภิ โหติ สมาคโม

สา นํ สงฺคติ ปาเลติ นาสพฺภิ พหุ สงฺคโม ฯ

สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย เสยฺโย โหติ น ปาปีโย ฯ

ชีรนฺติ เว ราชรถา สุจิตฺตา

อโถ สรีรํปิ ชรํ อุเปติ

สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ

สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺติ ฯ

นภญฺจ ทูเร ปฐวี จ ทูเร

ปารํ สมุทฺทสฺส ตทาหุ ทูเร

ตโต หเว ทูรตรํ วทนฺติ

สตญฺจ ธมฺโม อสตญฺจ ราช ฯ

๑ สี. ยุ. วิปเตยฺย ฯ ๒ สี. ยุ. สุตโสม ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรมหาราช การสมาคมกับสัตบุรุษแม้คราวเดียวเท่านั้น การสมาคมนั้นย่อมรักษาผู้นั้นไว้ การสมาคมกับอสัตบุรุษ แม้มากครั้ง ก็รักษาไม่ได้พึงอยู่ร่วมกับสัตบุรุษ พึงกระทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษ เพราะรู้ทั่วถึงสัทธรรมของสัตบุรุษ ย่อมมีแต่ความเจริญ ไม่มีความเสื่อม ราชรถอันวิจิตรตระการตายังคร่ำคร่าได้ และแม้สรีระก็เข้าถึงชราโดยแท้ ส่วนธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไม่เข้าถึงความคร่ำคร่า สัตบุรุษเท่านั้นย่อมรู้กันได้ฟ้าและแผ่นดินไกลกัน ฝั่งข้างโน้นของมหาสมุทร เขาก็กล่าวกันว่าไกลกัน ธรรมของสัตบุรุษ และธรรมของอสัตบุรุษ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่าไกลกันยิ่งกว่านั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

คาถา อิมา อตฺถวตี สุพฺยญฺชนา

สุภาสิตา ตุยฺห ชนินฺท สุตฺวา

อานนฺทิ วิตฺโต สุมโน ปตีโต

จตฺตาริ เต สมฺม วเร ททามิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพระสหายผู้จอมประชาชน คาถาเหล่านี้มีอรรถมีพยัญชนะดี พระองค์ตรัสไพเราะ หม่อมฉันได้สดับแล้ว เพลิดเพลิน ปลื้มใจ ชื่นใจ อิ่มใจหม่อมฉันขอถวายพร ๔ ประการแก่พระองค์.

บาลี (สยามรัฐ)

โย นตฺตโน มรณํ พุชฺฌเส ๒ ตุวํ

หิตาหิตํ วินิปาตญฺจ สคฺคํ

คิทฺโธ รเส ทุจฺจริเต นิวิฏฺโฐ

กึ ตฺวํ วรํ ทสฺสสิ ปาปธมฺม ฯ

อหญฺจ ตํ เทหิ วรนฺติ วชฺชํ

ตฺวญฺจาปิ ทตฺวาน อวากเรยฺย๔

สนฺทิฏฺฐิกํ กลหมิมํ วิวาทํ

โก ปณฺฑิโต ชานมุปพฺพเชยฺย ฯ

๑ ม. พุชฺฌสิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้มีธรรมอันลามก พระองค์ไม่รู้สึกความตายของพระองค์ ไม่รู้สึกประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ นรกและสวรรค์ เป็นผู้ติดในรส ตั้งมั่นในทุจริต จะให้พรอะไร หม่อมฉันพึงทูลพระองค์ว่า ขอให้ทรงประทานพร แม้พระองค์ประทานแล้ว จะกลับไม่ประทานก็ได้ ความทะเลาะวิวาทนี้ อันพระองค์จะพึงเห็นเอง ใครจะเข้ามาเป็นบัณฑิตวินิจฉัยความทะเลาะวิวาทนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

น ตํ วรํ อรหติ ชนฺตุ ทาตุํ

ยํ วาปิ ทตฺวาน อวากเรยฺย

วรสฺสุ สมฺม อวิกมฺปมาโน

ปาณํ จชิตฺวานปิ ทสฺสเมว ฯ

ฉบับหลวง

คนเราให้พรใดแล้วจะกลับไม่ให้ ย่อมไม่ควรให้พรนั้น ดูกรพระสหายขอพระองค์จงทรงมั่นพระทัยรับพรเถิด แม้ชีวิตหม่อมฉันก็จะสละถวายได้.

บาลี (สยามรัฐ)

อริยสฺส อริเยน สเมติ สกฺขิ ๑

ปญฺญสฺส ปญฺญาณวตา สเมติ

ปสฺเสยฺย ตํ วสฺสสตํ อโรคํ

เอตํ วรานํ ปฐมํ วรามิ ฯ

ฉบับหลวง

ศักดิ์ของพระอริยะ ย่อมเสมอกับศักดิ์พระอริยะ ศักดิ์ของผู้มีปัญญาย่อมเสมอกับศักดิ์ผู้มีปัญญา หม่อมฉันพึงเห็นพระองค์เป็นผู้หาโรคมิได้ตลอด ๑๐๐ ปี นี้เป็นพรข้อที่ ๑ หม่อมฉันปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

อริยสฺส อริเยน สเมติ สกฺขิ ๑

ปญฺญสฺส ปญฺญาณวตา สเมติ

ปสฺเสสิ มํ วสฺสสตํ อโรคํ

เอวํ วรานํ ปฐมํ ททามิ ฯ

ฉบับหลวง

ศักดิ์ของพระอริยะ ย่อมเสมอกับศักดิ์พระอริยะ ศักดิ์ของผู้มีปัญญาย่อมเสมอกับศักดิ์ผู้มีปัญญา พระองค์พึงเห็นหม่อมฉันผู้หาโรคมิได้ตลอด ๑๐๐ ปี นี้เป็นพรที่ ๑ หม่อมฉันขอถวาย.

บาลี (สยามรัฐ)

เย ขตฺติยาเส อิธ ภูมิปาลา

มุทฺธาภิสิตฺตา กตนามเธยฺยา

น ตาทิเส ภูมิปตี อเทสิ

เอตํ วรานํ ทุติยํ วรามิ ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นกษัตริย์ ได้นามบัญญัติว่ามูรธาภิสิต เหล่าใด ในชมพูทวีปนี้ พระองค์อย่าได้เสวยพระเจ้าแผ่นดินเหล่านั้น นี้เป็นพรข้อที่ ๒ หม่อมฉันปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

เย ขตฺติยาเส อิธ ภูมิปาลา

มุทฺธาภิสิตฺตา กตนามเธยฺยา

น ตาทิเส ภูมิปตี อเทมิ

เอตํ วรานํ ทุติยํ ททามิ ฯ

๑ ม. สขฺยํ ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นกษัตริย์ ได้นามบัญญัติว่ามูรธาภิสิต เหล่าใด ในชมพูทวีปนี้ หม่อมฉันจะไม่กินพระเจ้าแผ่นดินเหล่านั้น นี้เป็นพรข้อที่ ๒ หม่อมฉันขอถวาย.

บาลี (สยามรัฐ)

ปโรสตํ ขตฺติยา เต คหีตา

ตลาวุตา อสฺสุมุขา รุทนฺตา

สเก เต รฏฺเฐ ปฏิปาทยาหิ

เอตํ วรานํ ตติยํ วรามิ ฯ

ฉบับหลวง

กษัตริย์ร้อยเอ็ดพระองค์ ที่พระองค์ทรงจับร้อยพระหัตถ์ไว้ ทรงกรรแสงพระพักตร์ชุ่มด้วยพระอัสสุชล ขอพระองค์ได้ทรงโปรดปล่อยกษัตริย์เหล่านั้น ให้กลับไปในแคว้นของตนๆ นี้เป็นพรข้อที่ ๓ หม่อมฉันปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

ปโรสตํ ขตฺติยา เม คหีตา

ตลาวุตา อสฺสุมุขา รุทนฺตา

สเก เต รฏฺเฐ ปฏิปาทยามิ ๑

เอตํ วรานํ ตติยํ ททามิ ฯ

ฉบับหลวง

กษัตริย์ร้อยเอ็ดพระองค์ ที่หม่อมฉันจับร้อยพระหัตถ์ไว้ ทรงกรรแสงพระพักตร์ชุ่มด้วยอัสสุชล หม่อมฉันจะปล่อยกษัตริย์เหล่านั้น ให้กลับไปยังแว่นแคว้นของตนๆ นี้เป็นพรข้อที่ ๓ หม่อมฉันขอถวาย.

บาลี (สยามรัฐ)

ฉิทฺทํ เต รฏฺฐํ พฺยถิตา ๒ ภยา หิ

ปุถู นรา เลณมนุปฺปวิฏฺฐา

มนุสฺสมํสํ วิรมาหิ ราช

เอตํ วรานํ จตุตฺถํ วรามิ ฯ

ฉบับหลวง

รัฐมณฑลของพระองค์เป็นช่อง เพราะนรชนเป็นอันมาก หวาดเสียวเพราะความกลัว หนีเข้าหาที่ซ่อนเร้น ขอพระองค์โปรดทรงงดเว้นเนื้อมนุษย์เถิดพระราชา นี้เป็นพรข้อที่ ๔ หม่อมฉันปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺธา หิ โส ภกฺโข มมํ มนาโป

เอตสฺส เหตุมฺหิ วนํ ปวิฏฺโฐ

โสหํ กถํ เอตฺโต อุปารเมยฺยํ

อญฺญํ วรานํ จตุตฺถํ วรสฺสุ ฯ

ฉบับหลวง

นั่นเป็นอาหารที่ชอบใจของหม่อมฉันมานานแล้ว หม่อมฉันเข้าป่าก็เพราะเหตุแห่งอาหารนี้ หม่อมฉันจะพึงงดอาหารนี้ได้อย่างไร ขอพระองค์ทรงเลือกพรข้อที่ ๔ อย่างอื่นเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

น เว ปิยํ เมติ ชนินฺท ตาทิโส

อตฺตํ นิรงฺกตฺว ๓ ปิยานิ เสวติ

อตฺตาว เสยฺโย ปรมาว ๑ เสยฺโย

ลพฺภา ปิยา โอจิตตฺเตน ปจฺฉา ฯ

๑ สี. สเกน รฏฺเฐ ปฏิปาทยามิ เต ฯ ๒ สี. พฺยถิตํ ฯ ยุ. พฺยาธิตํ ฯ

๓ ม. นิรงฺกจฺจ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพระจอมประชาชน คนเช่นพระองค์มัวพะวงอยู่ว่า นี้เป็นที่รักของเรา ทำตนให้เหินห่างจากความดี ย่อมไม่ได้ประสบสิ่งที่รักทั้งหลายตนแลประเสริฐที่สุด ประเสริฐอย่างยอดเยี่ยม ด้วยว่าผู้มีตนอันอบรมแล้วจะพึงได้สิ่งที่รักในภายหลัง.

บาลี (สยามรัฐ)

ปิยํ เม มานุสํ มํสํ สุตโสม วิชานหิ

นมฺหิ สกฺโก นิวาเรตุํ อญฺญํ ตุวํ สมฺม วรํ วรสฺสุ ฯ

ฉบับหลวง

เนื้อมนุษย์เป็นที่รักของหม่อมฉัน ดูกรพระเจ้าสุตโสม โปรดทรงทราบอย่างนี้ หม่อมฉันไม่สามารถจะงดเว้นได้ เชิญพระองค์ทรงเลือกพรอย่างอื่นเถิดพระสหาย.

บาลี (สยามรัฐ)

โย เว ปิยํ เมติ ปิยานุรกฺขี

อตฺตํ นิรงฺกตฺว ๒ ปิยานิ เสวติ

โสณฺโฑว ปิตฺวา วิสมิสฺสถาลํ ๓

เตเนว โส โหติ ทุกฺขี ปรตฺถ ฯ

โย จีธ สงฺขาย ปิยานิ หิตฺวา

กิจฺเฉนปิ เสวติ อริยธมฺเม

ทุกฺขิโตว ปิตฺวาน ยโถสธานิ

เตเนว โส โหติ สุขี ปรตฺถ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใดแล มัวรักษาของรักว่า นี่เป็นของรักของเรา ทำตนให้เหินห่างจากความดี เสพของรักทั้งหลายอยู่ เหมือนนักเลงสุราดื่มสุราเจือยาพิษฉะนั้น ผู้นั้นย่อมได้รับทุกข์ในโลกหน้า เพราะกรรมอันลามกนั้น ส่วนผู้ใดในโลกนี้ พิจารณาแล้วละของรักได้ เสพอริยธรรมทั้งหลายแม้ด้วยความยาก เหมือนคนเป็นไข้ดื่มยา ฉะนั้น ผู้นั้นย่อมได้รับความสุขในโลกหน้า เพราะกัลยาณกรรมนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

โอหายหํ ปิตรํ มาตรญฺจ

มนาปิเก กามคุเณปิ ๔ ปญฺจ

เอตสฺส เหตุมฺหิ วนํ ปวิฏฺโฐ

ตนฺเต วรํ กินฺติมหํ ททามิ ฯ

ฉบับหลวง

หม่อมฉันสู้ละทิ้งพระชนกและพระผู้ชนนี ตลอดทั้งเบญจกามคุณที่น่า

เพลิดเพลินเจริญใจ เข้าป่าก็เพราะเหตุแห่งเนื้อมนุษย์ หม่อมฉันจะ

ถวายพรข้อนั้นแก่พระองค์ได้อย่างไร.

บาลี (สยามรัฐ)

น ปณฺฑิตา ทิคุณมาหุ วากฺยํ

สจฺจปฺปฏิญฺญาว ภวนฺติ สนฺโต

วรสฺสุ สมฺม อิติ มํ อโวจ

อิจฺจาพฺรวี ตฺวํ น หิ เต สเมติ ฯ

๑ ม. จ ฯ ๒ ม. นิรงฺกจฺจ ฯ ๓ ม. วิสมิสฺสปานํ ฯ ๔ ม. มนาปิเย กามคุเณ จ ฯ

ฉบับหลวง

บัณฑิตทั้งหลายไม่กล่าววาจาเป็นสอง สัตบุรุษทั้งหลายย่อมมีปฏิภาณเป็นสัตย์โดยแท้ พระองค์ได้ตรัสกะหม่อมฉันว่า เชิญรับพรเถิดพระสหาย พระองค์ได้ตรัสไว้อย่างนี้ เพราะฉะนั้น พระดำรัสที่พระองค์ตรัสย่อมไม่สมกัน.

บาลี (สยามรัฐ)

อปุญฺญลาภํ อยสํ อกิตฺตึ

ปาปํ พหุํ ทุจฺจริตํ กิเลสํ

มนุสฺสมํสสฺส ภโว ๑ อุปาคา

ตนฺเต วรํ กินฺติมหํ ทเทยฺยํ ฯ

ฉบับหลวง

หม่อมฉันเข้าถึงการได้บาป ความเสื่อมยศ เสื่อมเกียรติ บาป ทุจริตความเศร้าหมองเป็นอันมาก เพราะเนื้อมนุษย์เป็นเหตุ หม่อมฉันจะพึงถวายพรนั้นแก่พระองค์ได้อย่างไร.

บาลี (สยามรัฐ)

น ตํ วรํ อรหติ ชนฺตุ ทาตุํ

ยํ วาปิ ทตฺวา น อวากเรยฺย

วรสฺสุ สมฺม อวิกมฺปมาโน

ปาณํ จชิตฺวานปิ ทสฺสเมว ฯ

ฉบับหลวง

คนเราให้พรใดแล้ว จะกลับไม่ให้ ย่อมไม่ควรให้พรนั้น ดูกรพระสหายขอพระองค์ทรงมั่นพระทัยรับพรเถิด แม้ชีวิตของหม่อมฉันก็ยอมสละถวายได้.

บาลี (สยามรัฐ)

ปาณํ จชนฺติ สตาเนส ธมฺโม ๒

สจฺจปฺปฏิญฺญาว ภวนฺติ สนฺโต

ทตฺวา วรํ ขิปฺปมวากโรหิ

เอเตน สมฺปชฺช สุราชเสฏฺฐ ฯ

จเช ธนํ ๓ องฺควรสฺส เหตุ

องฺคํ จเช ชีวิตํ รกฺขมาโน

องฺคํ ธนํ ชีวิตญฺจาปิ สพฺพํ

จเช นโร ธมฺมมนุสฺสรนฺโต ฯ

ฉบับหลวง

การสละชีวิตได้นี้เป็นธรรมของสัตบุรุษ สัตบุรุษทั้งหลายย่อมมีปฏิญาณเป็นสัจจะโดยแท้ พรที่พระองค์ได้ประทานไว้แล้วขอได้โปรดประทานเสียโดยพลันเถิด ดูกรพระราชาผู้ประเสริฐสุด พระองค์จงทรงสมบูรณ์

ด้วยธรรมข้อนั้นเถิด นรชนพึงสละทรัพย์เพราะเหตุแห่งอวัยวะอัน

ประเสริฐ เมื่อจะรักษาชีวิตไว้ พึงสละอวัยวะ เมื่อระลึกถึงธรรม พึงสละทั้งอวัยวะ ทั้งทรัพย์ และแม้ชีวิตทั้งหมด.

บาลี (สยามรัฐ)

ยสฺมา หิ ธมฺมํ ปุริโส วิชญฺญา(

เย จสฺส กงฺขํ วินยนฺติ สนฺโต

ตญฺหิสฺส ทีปญฺจ ปรายนญฺจ

น เตน เมตฺตึ ชิรเยถ ปญฺโญ ฯ

๑ ม. กเต ฯ ๒ ม. ปาณํ จชนฺติ สนฺโต นาปิ ธมฺมํ ฯ ๓ สี. ธนํ จเช ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษพึงรู้แจ้งธรรมจากผู้ใด และชนเหล่าใด เป็นสัตบุรุษกำจัดความสงสัยของบุรุษนั้นได้ ข้อนั้นเป็นที่พึ่งที่พำนักของบุรุษนั้น ผู้มีปัญญาไม่พึงทำลายไมตรีจากบุคคลนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺธา หิ โส ภกฺโข มม มนาโป

เอตสฺส เหตุมฺหิ วนํ ปวิฏฺโฐ

สเจ จ มํ ยาจสิ เอตมตฺถํ

เอตํปิ เต สมฺม วรํ ททามิ ฯ

ฉบับหลวง

นั่นเป็นอาหารที่ชอบใจของหม่อมฉันมานานแล้ว หม่อมฉันเข้าป่าก็เพราะเหตุแห่งอาหารนี้ ดูกรพระสหาย ถ้าแหละพระองค์ตรัสขอเรื่องนี้กะหม่อมฉัน หม่อมฉันยอมถวายพรข้อนี้แด่พระองค์.

บาลี (สยามรัฐ)

สตฺถา จ เม โหสิ สขา จ เมสิ

วจนํปิ เต สมฺม อหํ อกาสึ

ตฺวํปิ เม สมฺม กโรหิ วากฺยํ

อุโภปิ คนฺตฺวาน ปโมจยาม ฯ

ฉบับหลวง

พระองค์เป็นศาสดาของหม่อมฉัน และเป็นพระสหายของหม่อมฉันด้วยดูกรพระสหาย หม่อมฉันได้กระทำตามพระดำรัสของพระองค์ แม้พระองค์ก็ขอได้ทรงโปรดกระทำตามคำของหม่อมฉัน เราทั้งสองจะได้ปลดปล่อยด้วยกัน.

บาลี (สยามรัฐ)

สตฺถา จ เต โหมิ สขา จ ตฺยมฺหิ

วจนํปิ เม สมฺม ตุวํ อกาสิ

อหํปิ เต สมฺม กโรมิ วากฺยํ

อุโภปิ คนฺตฺวาน ปโมจยาม ฯ

ฉบับหลวง

หม่อมฉันเป็นศาสดาของพระองค์ และเป็นพระสหายของพระองค์ด้วยดูกรพระสหาย พระองค์ได้ทรงกระทำตามคำของหม่อมฉัน แม้หม่อมฉันก็จะทำตามพระดำรัสของพระองค์ เราทั้งสองจะได้ปลดปล่อยด้วยกัน.

บาลี (สยามรัฐ)

กมฺมาสปาเทน วิเหฐิตตฺถ

ตลาวุตา อสฺสุมุขา รุทนฺตา

น ชาตุ ทุพฺเภถ อิมสฺส รญฺโญ

สจฺจปฺปฏิญฺญํ เม ปฏิสุณาถ ฯ

ฉบับหลวง

พระองค์ทั้งหลาย ไม่พึงประทุษร้ายแก่พระราชานี้ด้วยความแค้นว่า เราทั้งหลายเป็นผู้ถูกเจ้ากัมมาสบาท (คนตีนแดง) เบียดเบียน ถูกร้อยฝ่ามือร้องไห้หน้าชุ่มด้วยน้ำตา ขอพระองค์ทั้งหลายจงทรงรับสัจจปฏิญาณต่อหม่อมฉัน.

บาลี (สยามรัฐ)

กมฺมาสปาเทน วิเหฐิตมฺหา

ตลาวุตา อสฺสุมุขา รุทนฺตา

น ชาตุ ทุพฺเภม อิมสฺส รญฺโญ

สจฺจปฺปฏิญฺญํ เต ปฏิสุโณม ฯ

ฉบับหลวง

หม่อมฉันทั้งหลายจะไม่ประทุษร้ายแก่พระราชานี้ ด้วยความแค้นว่า เราทั้งหลายเป็นผู้ถูกเจ้ากัมมาสบาทเบียดเบียน ถูกร้อยฝ่ามือร้องไห้หน้าชุ่มด้วยน้ำตา หม่อมฉันทั้งหลายขอรับสัจจปฏิญาณต่อพระองค์.

บาลี (สยามรัฐ)

ยถา ปิตา วา อถวาปิ มาตา

อนุกมฺปกา อตฺถกามา ปชานํ

เอวมฺปิ ๑ โว โหตุ อยญฺจ ราชา

ตุเมฺห จ โว โหถ ยเถว ปุตฺตา ฯ

ฉบับหลวง

บิดาหรือมารดาเป็นผู้มีความกรุณา ปรารถนาประโยชน์แก่บุตรฉันใด แม้พระราชาพระองค์นี้ก็จงเป็นเหมือนพระชนกชนนีของท่านทั้งหลาย และท่านทั้งหลายก็จงเป็นเหมือนโอรสฉันนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ยถา ปิตา วา อถวาปิ มาตา

อนุกมฺปกา อตฺถกามา ปชานํ

เอวมฺปิ ๑ โน โหตุ อยญฺจ ราชา

มยมฺปิ เหสฺสาม ยเถว ปุตฺตา ฯ

ฉบับหลวง

บิดาหรือมารดาเป็นผู้มีความกรุณา ปรารถนาประโยชน์แก่บุตรฉันใดแม้พระราชาพระองค์นี้ ขอจงเป็นเหมือนพระชนกชนนีของหม่อมฉันทั้งหลาย แม้หม่อมฉันทั้งหลายก็จะเป็นเหมือนโอรส ฉันนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

จตุปฺปทํ สกุณญฺจาปิ มํสํ

สูเทหิ รนฺธํ สุกตํ สุนิฏฺฐิตํ

สุธํว อินฺโท ปริภุญฺชิยาโน

หิตฺวา กเถโก รมสี อรญฺเญ ฯ

ตา ขตฺติยา เวลฺลิวิลากมชฺฌา

อลงฺกตา สมฺปริวารยิตฺวา

อินฺทํว เทเวสุ ปโมทยึสุ

หิตฺวา กเถโก รมสี อรญฺเญ ฯ

ตมฺพูปธาเน พหุโคณกมฺหิ

สุภมฺหิ ๒ สพฺพสฺสยนมฺหิลงฺกเต

สยนสฺส ๓ มชฺฌมฺหิ สุขํ สยิตฺวา

หิตฺวา กเถโก รมสี อรญฺเญ ฯ

ปาณิสฺสรํ กุมฺภถูนํ นิสีเท ๑

อโถปิ เว นิปฺปุริสํปิ ตูริยํ

พหุํ สุคีตญฺจ สุวาทิตญฺจ

หิตฺวา กเถโก รมสี อรญฺเญ ฯ

อุยฺยาน สมฺปนฺนปหูตมาลฺยํ

มิคาชินูเปตปุรํ ๒ สุรมฺมํ

หเยหิ นาเคหิ รเถหุเปตํ

หิตฺวา กเถโก รมสี อรญฺเญ ฯ

๑ ม. เอวเมว ฯ ๒ สี. ยุ. สุจิมฺหิ ฯ ๓ ม. เสยฺยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

พระองค์เคยเสวยกระยาหารอันโอชารส ล้วนแต่เนื้อสัตว์ ๔ เท้าและนกที่พวกวิเสทปรุงให้สำเร็จเป็นอย่างดี ดังท้าวสักกรินท์เทวราชเสวยสุธาโภชน์ฉะนั้น ไฉนจะทรงละไปยินดีอยู่ในป่าแต่พระองค์เดียวเล่านางกษัตริย์เหล่านั้นล้วนแต่เอวบางร่างเล็กสะโอดสะองประดับประดาแล้ว แวดล้อมบำเรอพระองค์ให้เบิกบานพระทัย ดังเทพอัปสรแวดล้อมพระอินทร์ในทิพยสถานฉะนั้น ไฉนจะทรงละไปยินดีอยู่ในป่าแต่พระองค์เดียวเล่า พระแท่นบรรทมพนักแดง โดยมากปูลาดด้วยผ้าโกเชาว์ล้วนลาดด้วยเครื่องลาดอันงดงามประดับด้วยเครื่องอลังการอันวิจิตรพระองค์เคยทรงบรรทมสำราญพระทัยบนท่ามกลางพระแท่นบรรทมเช่นนั้น ไฉนจะทรงละไปยินดีอยู่ในป่าแต่พระองค์เดียวเล่า

เวลาพลบค่ำมีการฟ้อนรำส่งสำเนียงเสียงตะโพนสำทับดนตรี รับประสานเสียงล้วนแต่สตรีไม่มีบุรุษเจือปน การขับและการประโคมก็ล้วนแต่ไพเราะ ไฉนจะทรงละไปยินดีอยู่ในป่าแต่พระองค์เดียวเล่า พระราชอุทยานนามว่ามิคชินวัน บริบูรณ์ด้วยบุบผชาติเป็นอันมาก พระนครของพระองค์ประกอบด้วยพระราชอุทยานเช่นนี้ เป็นที่น่ารื่นรมย์ใจยิ่งนัก ทั้งสมบูรณ์ด้วยม้า รถและคชสาร ไฉนจะทรงละไปยินดีอยู่ในป่าแต่พระองค์เดียวเล่า.

บาลี (สยามรัฐ)

กาฬปกฺเข ยถา จนฺโท หายเตว สุเว สุเว

กาฬปกฺขูปโม ราช อสตํ โหติ สมาคโม ฯ

ยถาหํ รสกมาคมฺม สูทํ กาปุริสาธมํ ๓

อกาสึ ปาปกํ ธมฺมํ เยน คจฺฉามิ ทุคฺคตึ ฯ

สุกฺกปกฺเข ยถา จนฺโท วฑฺฒเตว สุเว สุเว

สุกฺกปกฺขูปโม ราช สตํ โหติ สมาคโม ฯ

ยถาหํ ตุวมาคมฺม สุตโสม วิชานหิ

กาหามิ กุสลํ กมฺมํ เยน คจฺฉามิ สุคฺคตึ ฯ

ถเล ยถา วาริ ชนินฺท วุฏฺฐํ

อนทฺธเนยฺยํ น จิรฏฺฐิตีกํ

เอวํ เม โหติ อสตํ สมาคโม

อนทฺธเนยฺโย อุทกํ ถเลว ฯ

สเร ยถา วาริ ชนินฺท วุฏฺฐํ

จิรฏฺฐิตีกํ นรวีรเสฏฺฐ

เอวํปิ เม ๑ โหติ สตํ สมาคโม

จิรฏฺฐิตีโก อุทกํ สเรว ฯ

อพฺยายิโก โหติ สตํ สมาคโม

ยาวมฺปิ ติฏฺเฐยฺย ตเถว โหติ

ขิปฺปํ หิ เวติ อสตํ สมาคโม

ตสฺมา สตํ ธมฺโม อสพฺภิ อารกา ฯ

๑ นิสฺสิเวติปิ ฯ ๒ สี. ยุ. มิคาจิรูเปตปูรํ ฯ ๓ สี. ยุ. สูทกํ ปุริสาธมํ ฯ

ฉบับหลวง

ในกาฬปักษ์ พระจันทร์ย่อมเสื่อมลงทุกวันๆ ฉันใด ดูกรพระราชาการคบอสัตบุรุษย่อมเปรียบเหมือนกาฬปักษ์ ฉะนั้น หม่อมฉันก็เหมือนกัน อาศัยคนครัวเครื่องต้นเป็นคนชั่วเลวทราม ได้ทำบาปกรรมอันเป็นเหตุให้ไปสู่ทุคติ ในสุกรปักษ์ พระจันทร์ย่อมเจริญขึ้นทุกวันๆ ฉันใดการคบสัตบุรุษย่อมเปรียบเหมือนสุกรปักษ์ฉะนั้น ข้าแต่พระเจ้าสุตโสมขอจงทรงทราบว่า หม่อมฉันก็เหมือนกัน อาศัยพระองค์จักกระทำกุศลกรรมอันเป็นเหตุให้ไปสู่สุคติ ข้าแต่พระจอมประชาชน น้ำฝนตกลงในที่ดอนย่อมไม่คงที่ ไม่ขังอยู่ได้นาน ฉันใด แม้การคบอสัตบุรุษของหม่อมฉันก็ย่อมไม่คงที่ เหมือนน้ำในที่ดอนฉันนั้น ข้าแต่พระจอมประชาชน ผู้เป็นนระผู้กล้าหาญอย่างประเสริฐสุด น้ำฝนตกลงในสระย่อมขังอยู่ได้นาน ฉันใด แม้การสมาคมกับสัตบุรุษของหม่อมฉัน ก็ย่อมตั้งอยู่ได้นานเหมือนน้ำในสระ ฉันนั้น การสมาคมกับสัตบุรุษย่อมไม่รู้จักเสื่อม ย่อมเป็นอยู่อย่างนั้น แม้ตลอดเวลาที่ชีวิตยังตั้งอยู่ ส่วนการสมาคมกับอสัตบุรุษย่อมเสื่อมเร็ว เพราะเหตุนั้น ธรรมดาของสัตบุรุษย่อมไกลจากอสัตบุรุษ.

บาลี (สยามรัฐ)

น โส ราชา โย อเชยฺยํ ชินาติ

น โส สขา โย สขารํ ชินาติ

น สา ภริยา ยา ปติโน น วิเภติ

น เต ปุตฺตา เย น ภรนฺติ ชิณฺณํ ฯ

น สา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต

น เต สนฺโต เย น ภณนฺติ ธมฺมํ

ราคญฺจ โทสญฺจ ปหาย โมหํ

ธมฺมํ ภณนฺตาว ภวนฺติ สนฺโต ฯ

นาภาสมานํ ชานนฺติ มิสฺสํ พาเลหิ ปณฺฑิตํ

ภาสมานญฺจ ชานนฺติ เทเสนฺตํ อมตํปทํ ฯ

ภาสเย โชตเย ธมฺมํ ปคฺคเณฺห อิสินํ ธชํ

สุภาสิตทฺธชา อิสโย ธมฺโม หิ อิสินํ ธโชติ

สุตโสมชาตกํ ปญฺจมํ ฯ

____________

ตสฺสุทฺทานํ ฯ

สุมุโข ปน หํสวโร จ มหา

สุธโภชนิโก จ ปโร ปวโร

สกุณาลทิชาธิปติวฺหยโน

สุตโสมวรุตฺตมสวฺหยโน ฯ

อสีตินิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑ ม. เว ฯ

ฉบับหลวง

พระราชาใดชนะคนที่ไม่ควรชนะ พระราชานั้นไม่ชื่อว่าเป็นพระราชาผู้ใดเอาชนะเพื่อน ผู้นั้นไม่ชื่อว่าเป็นเพื่อน ภรรยาใดย่อมไม่กลัวเกรงสามี ภรรยานั้นไม่ชื่อว่าเป็นภรรยา บุตรเหล่าใด ไม่เลี้ยงดูมารดาบิดาผู้แก่แล้ว บุตรเหล่านั้นไม่ชื่อว่าเป็นบุตร ในที่ประชุมใดไม่มีสัตบุรุษที่ประชุมนั้นไม่ชื่อว่าสภา ชนเหล่าใดไม่พูดเป็นธรรม ชนเหล่านั้นไม่ชื่อว่าเป็นสัตบุรุษ คนผู้ละราคะ โทสะ โมหะ ได้แล้ว พูดเป็นธรรมนั่นแล ชื่อว่าเป็นสัตบุรุษ บัณฑิตผู้อยู่ปะปนกับคนพาล เมื่อไม่พูดใครๆ ก็ไม่รู้ว่าเป็นบัณฑิต แต่ว่าบัณฑิตเมื่อพูดแสดงอมตธรรม ใครๆจึงจะรู้ว่าเป็นบัณฑิต เพราะเหตุนั้น บัณฑิตพึงกล่าวธรรมให้กระจ่างพึงยกธงของพวกฤาษี ฤาษีทั้งหลาย มีคำสุภาษิตเป็นธง ธรรมแลเป็นธงของฤาษีทั้งหลาย.

จบ มหาสุตโสมชาดกที่ ๕

-------------

รวมชาดกที่มีในอสีตินิบาตนี้ คือ

๑. จุลลหังสชาดก ๒. มหาหังสชาดก ๓. สุธาโภชนชาดก

๔. กุณาลชาดก ๕. มหาสุตโสมชาดก.

จบ อสีตินิบาตชาดก.

จบ ๕. มหาสุตโสมชาดก