พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · นวกนิบาต
๖. ปทกุศลมาณวชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๕๕–๑๒๖๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๒ ในนวกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๖ ปทกุสลมาณวชาตกํ
๖. ปทกุศลมาณวชาดก
ว่าด้วยภัยที่เกิดแต่ที่พึ่งอาศัย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต ปทกุศลมาณวชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
พหุสฺสุตํ จิตฺตกถํ คงฺคา วหติ ปาฏลึ ๘
วุยฺหมานก ภทฺทนฺเต เอกํ เม เทหิ คาถกํ ฯ
๑ สี. ยุ. อาทุ ฯ ๒ สี. ยุ. สาธุจินฺตนี ฯ ๓ ม. อุปฺปนฺนายํ ฯ
๔ ม. ราโค วณฺณวิทูสโน ตว ฯ ๕ ม. ตํ ปชห ภทฺทมตฺถุ เต ฯ ๖ ม. อนฺธการเก ฯ
๗ ม. เฉจฺฉํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๘ สี. ยุ. ปาฏลํ ฯ
แม่น้ำคงคา ย่อมพัดพาเอามาณพชื่อปาฏลีผู้มีถ้อยคำอันไพเราะ ได้ศึกษามามาก ให้ลอยไป ข้าแต่นายผู้ถูกน้ำพัดไป ขอความเจริญจงมีแก่ท่านขอท่านจงให้เพลงขับบทน้อยๆ แก่ข้าพเจ้าสักบทหนึ่งเถิด.
เยน สิญฺจนฺติ ทุกฺขิตํ เยน สิญฺจนฺติ อาตุรํ
ตสฺส มชฺเฌ มริสฺสามิ ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
ชนทั้งหลายย่อมรดบุคคล ผู้ที่ได้รับความทุกข์ด้วยน้ำใด ชนทั้งหลายย่อมรดบุคคลผู้เร่าร้อนด้วยน้ำใด เราก็จักตายในท่ามกลางน้ำนั้น ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
ยตฺถ วีชานิ รูหนฺติ สตฺตา ยตฺถ ปติฏฺฐิตา
สา เม สีสํ นิปีเฬติ ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
พืชทั้งหลายงอกงามขึ้นได้บนแผ่นดินใด สัตว์ทั้งหลายดำรงอยู่ได้บนแผ่นดินใด แผ่นดินนั้นก็ทำลายศีรษะของเราแตก ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
เยน ภตฺตานิ ปจฺจนฺติ สีตํ เยน วิหญฺญติ
โส มํ ฑหติ คตฺตานิ ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
ชนทั้งหลายย่อมหุงข้าวด้วยไฟใด และกำจัดความหนาวด้วยไฟใด ไฟนั้นก็มาลวกตัวของเรา ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
เยน ภตฺเตน ๑ ยาเปนฺติ ปุถู พฺราหฺมณขตฺติยา
โส มํ ภุตฺโต พฺยาปาทิ ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
พราหมณ์และกษัตริย์ทั้งหลายเป็นจำนวนมาก ย่อมเลี้ยงชีพด้วยข้าวสุขใด ข้าวสุขที่เรากินแล้ว ก็มาทำเราให้ถึงความพินาศ ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส วาตมิจฺฉนฺติ ปณฺฑิตา
โส มํ ภญฺชติ คตฺตานิ ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
บัณฑิตทั้งหลายย่อมปรารถนาลมในเดือนท้ายแห่งฤดูร้อน ลมนั้นมาพัดประหารตัวเรา ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
ยํ นิสฺสิตา ชคติรุหํ (วิหงฺคมา) สฺวายํ อคฺคึ ปมุญฺจติ
ทิสา ภชถ วงฺกงฺคา ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
นกทั้งหลายพากันอาศัยต้นไม้ใด ต้นไม้นั้นก็พ่นไฟออกมา นกทั้งหลายพากันหลบหนีไป ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
ยมานยึ โสมนสฺสํ มาลินึ จนฺทนุสฺสทํ
สา มํ ฆรา นีหรติ ๒ ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
เรานำเอาหญิงใดผู้มีความโสมนัส ผู้ทัดทรงดอกไม้ มีกายอันประพรมด้วยจันทน์เหลืองมา หญิงนั้นขับไล่เราให้ออกจากเรือน ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
เยน ชาเตน นนฺทิสฺสํ ยสฺส จ ภวมิจฺฉิสํ
โส มํ ฆรา นีหรติ ๒ ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
เราชื่นชมยินดีด้วยบุตรใด และเราปรารถนาความเจริญให้แก่บุตรใด บุตรนั้นก็มาขับไล่เราออกจากเรือน ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
สุณนฺตุ เม ชานปทา เนคมา จ สมาคตา
ยโตทกํ ตทาทิตฺตํ ยโต เขมํ ตโต ภยํ
ราชา วิลุมฺปเต รฏฺฐํ พฺราหฺมโณ จ ปุโรหิโต
อตฺตคุตฺตา วิหรถ ชาตํ สรณโต ภยนฺติ ฯ
ปทกุสลมาณวชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
๑ ม. ภุตฺเตน ฯ ๒ สี. ม. นิจฺฉุภติ ฯ
ชาวชนบท และชาวนิคมผู้มาประชุมกันแล้วขอจงฟังข้าพเจ้า น้ำมีในที่ใด ไฟก็มีในที่นั้น ความเกษมสำราญบังเกิดขึ้นแต่ที่ใด ภัยก็บังเกิดขึ้นแต่ที่นั้น พระราชา และพราหมณ์ปุโรหิต ย่อมพากันปล้นรัฐเสียเอง ท่านทั้งหลายจงพากันรักษาตนของตนอยู่เถิด ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
จบ ปทกุศลมาณวชาดกที่ ๖.
จบ ๖. ปทกุศลมาณวชาดก