พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จตุกกนิบาต · จุลลกุณาลวรรค
๑๐. เทวตาปัญหาชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๙๘–๗๐๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในจุลลกุณาลวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต จุลลกุณาลวรรค เทวตาปัญหาชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๕๘ หน้า ๗๐๕–๗๐๗
๑๐. เทวตาปัญหาชาดก
ว่าด้วยปัญหาของเทวดา
[๖๙๘] ดูก่อนพระราชา บุคคลประหารผู้อื่น
ด้วยมือทั้ง ๒ ด้วยเท้าทั้ง ๒ แล้วเอามือ
ประหารปากผู้อื่น บุคคลนั้นกลับเป็นที่รัก
ของผู้ถูกประหาร เพราะเหตุนั้น พระองค์ทรงเห็นผู้ที่ถูกประหารนั้นว่าได้แก่ใคร.
[๖๙๙] ดูก่อนพระราชา บุคคลด่าผู้อื่นตามความ
พอใจ แต่ไม่ปรารถนาให้ผู้ที่ถูกด่านั้นได้รับ
ภัยอันตราย บุคคลนั้นกลับเป็นที่รักของผู้ด่า
เพราะเหตุนั้น พระองค์ทรงเห็นผู้ด่านั้นว่าได้แก่ใคร.
[๗๐๐] ดูก่อนพระราชา บุคคลกล่าวตู่ด้วยถ้อย
คำไม่เป็นจริง และท้วงติงด้วยคำอันเหลาะ
แหละ บุคคลนั้นกลับกลับเป็นที่รักแห่งกันและ
กัน เพราะเหตุนั้น พระองค์ทรงเห็นผู้นั้นว่า
ได้แก่ใคร.
[๗๐๑] ดูก่อนพระราชา บุคคลผู้นำเอาข้าว น้ำ
ผ้าและเสนาสนะไป (ชื่อว่าผู้นำเอาไปมีอยู่
โดยแท้ ) บุคคลเหล่านั้นกลับเป็นที่รักของผู้
เป็นเจ้าของ เพราะเหตุนั้น พระองค์ทรงเห็น
ผู้นั้นว่าได้แก่ใคร.
จบ เทวตาปัญหาชาดกที่ ๑๐
อรรถกถาเทวตาปัญหาชาดกที่ ๑๐
ข้อปุจฉาของเทวดานี้ มีคำเริ่มต้นว่า หนฺติ หตฺเถหิ ปาเทหิแปลว่า ประหารผู้อื่นด้วยมือและเท้า ดังนี้ จักมีแจ้งในมหาอุมังค-ชาดกแล.
จบ อรรถกถาเทวตปัญหาชาดกที่ ๑๐
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กุณฑาลิกชาดก ๒. วานรชาดก ๓. กุนตินีชาดก ๔. อัมพ-ชาดก ๕. คชกุมภชาดก ๖. เกวสชาดก ๗. อยกูฏชาดก ๘. อรัญญ-ชาดก ๙. สันธิเภทชาดก ๑๐. เทวดาปัญหาชาดก ฯ
จบ จุลลกุณาลวรรคที่ ๕
รวมวรรคที่มีในจตุกกนิบาตนี้ คือ
๑. กาลิงควรรค ๒. ปุจิมันทวรรค ๓. กุฎิทูสกวรรค๔. โกกิลวรรค ๕. จุลลกุณาลวรรค ฯ
จบ จตุกกนิบาต
ปัญจกนิบาตชาดก
๑. มณิกุณฑลวรรค
๑. มณิกุณฑลชาดก
ผู้ไม่หวั่นไหวในโลกธรรม
[๗๐๒] พระองค์ทรงละแว่นแคว้น ม้า กุณฑล
แก้วมณี อนึ่ง ยังทรงละพระราชบุตรและ
เหล่าพระสนมเสียได้ เมื่อโภคสมบัติทั้งสิ้น
ของพระองค์ไม่มีเหลือเลย เหตุไฉนพระองค์
จึงไม่ทรงเดือดร้อน ในคราวที่มหาชนพากัน
เศร้าโศกอยู่เล่า.
[๗๐๓] โภคสมบัติย่อมละทิ้งสัตว์ไปเสียก่อนก็
มี บางทีสัตว์ย่อมละทิ้งโภคสมบัติเหล่านั้น
ไปก่อนก็มี ดูก่อนพระองค์ผู้ใคร่ในกามารมณ์
โภคสมบัติที่บริโภคกันอยู่เป็นของไม่แน่
นอน เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงไม่เดือดร้อนในคราวที่มหาชนพากันเศร้าโศกอยู่.
จบ ๑๐. เทวตาปัญหาชาดก