arnon.world

กาลิงควรรค

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๐๒–๕๔๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๕ ในจตุกกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

จตุกฺกนิปาตชาตกํ

๑ กาลิงฺควคฺโค

๑ จุลฺลกาลิงฺคชาตกํ

จตุกกนิบาตชาดก

๑. กาลิงควรรค

๑. จุลลกาลิงคชาดก

เทวดากีดกันความพยายามของคนไม่ได้

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กาลิงควรรค จุลลกาลิงคชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

วิวรถ อิมาสํ ทฺวารํ นครนฺตํ ปวีสิตุํ ๑

อรุณราชสฺส สีเหน สุสิฏฺเฐน ๒ สุรกฺขิตํ นนฺทิเสเนน ฯ

ฉบับหลวง

ท่านทั้งหลาย จงเปิดประตูถวายให้พระราชาเหล่านี้เสด็จเข้าไปสู่ภายในพระนคร ข้าพเจ้าชื่อว่านนทิเสน เป็นอำมาตย์ดุจราชสีห์ของพระเจ้าอรุณ ได้รับการศึกษามาเป็นอย่างดี จัดรักษาไว้เรียบร้อยแล้ว.

บาลี (สยามรัฐ)

ชโย กาลิงฺคานํ อสยฺหสาหินํ

ปราชโย อชโย ๓ อสฺสกานํ

อิจฺเจวํ ๔ เต ภาสิตํ พฺรหฺมจาริ

น อุชุภูตา วิตถํ ภณนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

แน่ะดาบสโกง ท่านได้พูดไว้อย่างนี้ว่า ชัยชนะ จักมีแก่พวกพระเจ้ากาลิงคราช ผู้อดทนต่อภัยที่แสนยากจะอดทนได้ ความปราชัย จักมีแก่พวกอัสสกราช ชนทั้งหลายผู้ซื่อตรง ย่อมไม่พูดเท็จ.

บาลี (สยามรัฐ)

เทวา มุสาวาทมุปาติวตฺตา

สจฺจํ ตถํ ปรมํ กรํ นุ สกฺก ๕

ตนฺเต มุสา ภาสิตํ เทวราช

กึ วา ปฏิจฺจ มฆวา มหินฺท ๖ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท้าวสักกะ เทวดาทั้งหลายยังประพฤติล่วงมุสาวาทอีกหรือพระองค์พึงตรัสแต่ถ้อยคำที่จริง ที่แท้อย่างยิ่งมิใช่หรือ ข้าแต่ท้าวมัฆวานเทวราช ผู้เป็นใหญ่กว่าปวงชน พระองค์ทรงอาศัยเหตุอะไรหรือ จึงได้ตรัสมุสา?

บาลี (สยามรัฐ)

นนุ เต สุตํ พฺราหฺมณ ภญฺญมาเน

เทวา น อิสฺสนฺติ ปุริสปรกฺกมสฺส

ทโม สมาธิ มนโส อเภชฺโช ๗

อพฺยตฺตตา ๑ นิกฺกมนญฺจ ๒ กาเล

ทฬฺหญฺจ วิริยํ ปุริสปรกฺกโม จ

เตเนว อาสิ วิชโย อสฺสกานนฺติ ฯ

จุลฺลกาลิงฺคชาตกํ ปฐมํ ฯ

๑ สี. นครํ ปวิสนฺตุ ฯ ม. วิรุติมาสํ ทฺวารํ นครํ ปวิสนฺตุ ฯ

๒ สี. ยุ. สุสตฺเถน ฯ ๓ สี. ม. อนโย ฯ ๔ ม. อิจฺเจว ฯ ๕ สี. ม. สจฺจํ ธนํ

ปรมนฺเตสุ สกฺก ฯ ๖ สี. ชนินฺท ฯ ๗ สี. ยุ. อเทชฺโช ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพราหมณ์ เมื่อชนทั้งหลายพูดกันอยู่ ท่านก็เคยได้ยินแล้วมิใช่หรือว่า เทวดาทั้งหลาย ย่อมเกียดกันความพยายามของบุรุษไม่ได้ ความข่มใจ ความตั้งใจแน่วแน่ ความไม่แตกสามัคคีกัน ความไม่แก่งแย่งกันการก้าวไปในกาลอันควร ความเพียรอย่างเด็ดเดี่ยว และความบากบั่นของบุรุษ เพราะเหตุนั้นแหละ ชัยชนะ จึงมีแก่พวกพระเจ้าอัสสกะ.

จบ จุลลกาลิงคชาดกที่ ๑.

๒ มหาอสฺสาโรหชาตกํ

๒. มหาอัสสาโรหชาดก

ว่าด้วยการทำความดีไว้ในปางก่อน

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กาลิงควรรค มหาอัสสาโรหชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อเทยฺเยสุ ททํ ทานํ เทยฺเยสุ นปฺปเวจฺฉติ

อาปาสุ พฺยสนํ ปตฺโต สหายํ นาธิคจฺฉติ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใด ให้ทานในคนที่ไม่ควรให้ ไม่ให้ในคนที่ควรให้ ผู้นั้น ถึงจะได้รับความทุกข์ในคราวมีอันตราย ก็ไม่ได้สหาย.

บาลี (สยามรัฐ)

อเทยฺเยสุ อททํ ๓ ทานํ เทยฺเยสุ โย ปเวจฺฉติ

อาปาสุ พฺยสนํ ปตฺโต สหายํ อธิคจฺฉติ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใด ไม่ให้ทานในคนที่ไม่ควรให้ ให้ในคนที่ควรให้ ผู้นั้น ถึงจะได้รับความทุกข์ในคราวมีอันตราย ย่อมได้สหาย.

บาลี (สยามรัฐ)

สญฺโญคสมฺโภค วิเสสทสฺสนํ

อนริยธมฺเมสุ สเฐสุ นสฺสติ

กตญฺจ อริเยสุ จ อญฺชเสสุ ๔

มหปฺผลํ โหติ อณุมฺปิ ตาทิสุ ฯ

ฉบับหลวง

การแสดงคุณวิเศษแห่งความเกี่ยวพัน และความสนิทสนมกันฉันท์มิตรในชนทั้งหลายผู้ไม่มีอารยธรรม เป็นคนมักอวด ย่อมไร้ผล การแสดงคุณวิเศษแห่งความเกี่ยวพัน และความสนิทสนมกันฉันท์มิตร ที่กระทำในอารยชนทั้งหลายผู้ซื่อตรง คงที่ แม้เล็กน้อย ก็ย่อมมีผลมาก.

บาลี (สยามรัฐ)

โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ อกา โลเก สุทุกฺกรํ

ปจฺฉา กยิรา น วา กยิรา อจฺจนฺตํ ปูชนารโหติ ฯ

มหาอสฺสาโรหชาตกํ ทุติยํ ฯ

____________

๑ สี. อพฺยคฺฆตา ฯ ม. อพฺยคฺคตา ฯ ๒ สี. นิกฺขมนญฺจ ๓ ม. นาเทยฺเยสุ ททํ ... ฯ

๔ สี. ม. อชฺชเวสุ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใด ได้ทำความดีงามไว้แต่กาลก่อนแล้ว ผู้นั้นชื่อว่า ได้ทำกิจที่ทำได้แสนยากในโลก ภายหลัง เขาจะทำก็ตาม ชื่อว่า เป็นบุคคลผู้ควรบูชายิ่งนัก.

จบ มหาอัสสาโรหชาดกที่ ๒.

๓ เอกราชชาตกํ

๓. เอกราชชาดก

คุณธรรมคือขันติและตบะ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กาลิงควรรค เอกราชชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อนุตฺตเร กามคุเณ สมิทฺเธ

ภุตฺวาน ปุพฺเพ วสิ ๑ เอกราช

โสทานิ ทุคฺเค นรกมฺหิ ขิตฺโต

นปฺปชฺชเห วณฺณพลํ ปุราณํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเอกราช พระองค์เสวยกามคุณอันบริบูรณ์อย่างยิ่งอยู่ในกาลก่อน มาบัดนี้ พระองค์ถูกโยนลงในบ่ออันขรุขระ เหตุไรจึงมิได้ละพระฉวีวรรณ และพระกำลังกายที่มีอยู่แต่เก่าก่อนเสียเลย?

บาลี (สยามรัฐ)

ปุพฺเพว ขนฺตี จ ตโป จ มยฺหํ

สมฺปตฺถิตา ทุพฺภิเสน ๒ อโหสิ

ตนฺทานิ ลทฺธาน กถนฺนุ ราช

ชเห อหํ วณฺณพลํ ปุราณํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระเจ้าทุพภิเสน ขันติ และตบะ เป็นคุณธรรมที่หม่อมฉันปรารถนามาแต่เดิมแล้ว บัดนี้ หม่อมฉันได้สิ่งปรารถนานั้นแล้ว เหตุไรจะพึงละฉวีวรรณ และกำลังกายที่มีอยู่แต่เก่าก่อนเสียเล่า.

บาลี (สยามรัฐ)

สพฺพา กิเรว ๓ ปรินิฏฺฐิตานิ

ยสสฺสินํ ปญฺญวนฺตํ วิสยฺห

ยโส จ ลทฺธา ปุริมํ อุฬารํ

นปฺปชฺชเห วณฺณพลํ ปุราณํ ฯ

ฉบับหลวง

ได้ทราบมาว่า กิจที่ควรทำทุกอย่างสำเร็จมาแต่ก่อนแล้ว เพราะข่มขี่ครอบงำบุคคลผู้เปรื่องยศ มีปัญญา หม่อมฉันได้ยศอันยิ่งใหญ่แล้วเหตุไร จักละฉวีวรรณ และกำลังกายที่มีอยู่แต่เก่าก่อนเล่า.

บาลี (สยามรัฐ)

ปนุชฺช ทุกฺเขน สุขํ ชนินฺท

สุเขน วา ทุกฺขมสยฺหสาหิ

อุภยตฺถ สนฺโต อภินิพฺพุตตฺตา

สุเข จ ทุกฺเข จ ภวนฺติ ตุลฺยาติ ฯ

เอกราชชาตกํ ตติยํ ฯ

๑ ม. วสี ฯ ๒ สี. ยุ. ทพฺพเสนา ฯ ๓ ม. กิเรวํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งปวงชน สัตบุรุษทั้งหลาย บรรเทาความสุขด้วยความทุกข์ หรือบรรเทาความทุกข์ด้วยความสุข เป็นผู้มีจิตเยือกเย็นยิ่งนัก ในความสุข และความทุกข์ทั้งสองอย่าง ย่อมเป็นผู้มีจิตเป็นกลางทั้งในความสุข และความทุกข์ ดังตราชู ฉะนั้น.

จบ เอกราชชาดกที่ ๓.

๔ ททฺทรชาตกํ

๔. ทัททรชาดก

ไม่ควรถือตัวในที่ที่เขาไม่รู้จัก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กาลิงควรรค ทัททรชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อิมานิ มํ ททฺทร ตาปยนฺติ

วาจาทุรุตฺตานิ มนุสฺสโลเก

มณฺฑูกภกฺขา อุทกนฺตเสวี

อสีวิสํ ๑ มํ อวิสา สปนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พี่ทัททระ ถ้อยคำด่าว่าอันหยาบคายในมนุษยโลกเหล่านี้ ย่อมทำให้ฉันเดือดร้อน พวกเด็กๆ ชาวบ้านผู้ไม่มีพิษฤทธิ์เดช ยังมาด่าว่าเราผู้เป็นอสรพิษร้ายได้ว่า เป็นสัตว์กินกบกินเขียด และว่า เป็นสัตว์น้ำ.

บาลี (สยามรัฐ)

สกา รฏฺฐา ปพฺพาชิโต อญฺญํ ชนปทํ คโต

มหนฺตํ โกฏฺฐํ กยิราถ ทุรุตฺตานํ นิเธตเว ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลผู้ถูกขับไล่จากแว่นแคว้นของตน ไปอยู่ยังถิ่นอื่นแล้ว ควรสร้างฉางใหญ่ไว้ สำหรับเก็บคำหยาบคายทั้งหลาย.

บาลี (สยามรัฐ)

ยตฺถ โปสํ น ชานนฺติ ชาติยา วินเยน วา

น ตตฺถ มานํ กยิราถ วสํ อญฺญาตเก ชเน ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลอยู่ในสำนักคนผู้ไม่รู้จักชาติ และโคตรของตน ไม่พึงทำการถือตัวในที่ที่ไม่มีใครรู้จักตน โดยชาติ หรือโดยวินัย.

บาลี (สยามรัฐ)

วิเทสวาสํ วสโต ชาตเวทสเมนปิ

ขมิตพฺพํ สปญฺเญน อปิ ทาสสฺส ตชฺชิตนฺติ ฯ

ททฺทรชาตกํ จตุตฺถํ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลผู้มีปัญญา แม้เปรียบเสมอด้วยไฟ เมื่อไปอยู่ต่างถิ่นไกล พึงอดทนแม้จะเป็นคำขู่ ตะคอกของทาสก็ตาม.

จบ ทัททรชาดกที่ ๔.

๕ สีลวีมํสชาตกํ

๕. สีลวีมังสชาดก

ความลับไม่มีในโลก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กาลิงควรรค สีลวีมังสชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

นตฺถิ โลเก รโห นาม ปาปกมฺมํ ปกุพฺพโต

ปสฺสนฺติ วนภูตานิ ตํ พาโล มญฺญเต ๒ รโห ฯ

ฉบับหลวง

ขึ้นชื่อว่าที่ลับ ย่อมไม่มีในโลก แก่คนผู้กระทำบาปกรรม ต้นไม้ที่เกิดในป่าก็ยังมีคนเห็น คนพาลย่อมสำคัญบาปกรรมนั้นว่า เป็นที่ลับ.

บาลี (สยามรัฐ)

อหํ รโห น ปสฺสามิ สุญฺญํ วาปิ น วิชฺชติ

ยตฺถ สุญฺญํ ๓ น ปสฺสามิ อสุญฺญํ โหติ ตํ มยา ฯ

ฉบับหลวง

ข้าพเจ้าย่อมไม่เห็นที่ลับ หรือแม้ที่ว่างเปล่าก็ไม่มี ในที่ใด ข้าพเจ้าไม่เห็นที่ว่างเปล่า ที่นั้นก็ไม่ว่างเปล่าจากข้าพเจ้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ทุชฺชจฺโจ จ สุชจฺโจ ๔ จ นนฺโท จ สุขวจฺฉโน ๕

วชฺโฌ ๑ อทฺธุวสีโล จ เต ธมฺมํ ชหุมตฺถิกา ฯ

๑ ม. อาสีวิสํ ฯ ๒ ม. มญฺญตี ฯ ๓ ม. อญฺญํ ฯ ๔ ยุ. อชจฺโจ ฯ

๕ ม. สุขวฑฺฒิโต ฯ

ฉบับหลวง

มาณพผู้ใหญ่ ๖ คนนั้น คือ ทุชัจจะ ๑ สุชัจจะ ๑ นันทะ ๑ สุขวัจฉนะ ๑วัชฌะ ๑ อัทธุวสีละ ๑ มีความต้องการธิดาของอาจารย์ พากันละธรรมเสีย.

บาลี (สยามรัฐ)

พฺราหฺมโณ จ กถํ ชเห สพฺพธมฺมาน ปารคู

โย ธมฺมํ อนุปาเลติ ธิติมา สจฺจนิกฺกโมติ ฯ

สีลวีมํสชาตกํ ปญฺจมํ ฯ

ฉบับหลวง

ส่วนพราหมณ์มาณพ เป็นผู้ถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง มีปัญญา มีความเพียรเครื่องก้าวหน้าในสัจธรรม ตามรักษาธรรมไว้ จะพึงละสตรีลาภเสียอย่างไรได้.

จบ สีลวีมังสชาดกที่ ๕.

๖ สุชาตาชาตกํ

๖. สุชาตาชาดก

ได้รับโทษเพราะประมาท

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กาลิงควรรค สุชาตาชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

กึ อณฺฑกา อิเม เทว นิกฺขิตฺตา กํสมลฺลเก

อุปโลหิตกา วคฺคู ตํ ๒ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระราชสวามีผู้ประเสริฐ ไข่ที่เก็บไว้ในจานทองนี้ เป็นไข่อะไรลูกกลมเกลี้ยง มีสีแดง หม่อมฉันทูลถามพระองค์ถึงสิ่งนั้น โปรดตรัสบอกด้วย.

บาลี (สยามรัฐ)

ยานิ ปุเร ตุวํ เทวิ ภณฺฑุ นนฺตกวาสินี

อุจฺฉงฺคหตฺถา ปจินาสิ ตสฺสา เต โกลิยํ ผลํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพระเทวี เมื่อก่อนนี้ เธอเป็นหญิงหัวโล้น นุ่งผ้าท่อนเก่าๆ มือถือห่อพก เลือกเก็บผลไม้อันใดอยู่ สิ่งที่ฉันรับประทานอยู่ ณ บัดนี้ เป็นผลไม้อันนั้น เป็นสมบัติประจำตระกูลของเธอ.

บาลี (สยามรัฐ)

อุทยฺหเต ๓ น รมติ โภคา วิปฺปชหนฺติ ตํ

ตตฺเถวิมํ ปฏิเนถ ยตฺถ โกลํ ปจิสฺสติ ฯ

ฉบับหลวง

หญิงทราม เมื่ออยู่ในราชสกุลนี้ ย่อมร้อนรน ไม่รื่นรมย์ โภคสมบัติทั้งหลาย ก็ย่อมละเขาไปเสียสิ้น ท่านทั้งหลาย จงช่วยกันนำหญิงทรามคนนั้นคืนไปไว้ที่ที่ เขาจักเก็บผลไม้ประจำตระกูลขายเลี้ยงชีวิตได้ตามเดิม.

บาลี (สยามรัฐ)

โหนฺติ เหเต มหาราช อิทฺธิปฺปตฺตาย นาริยา

ขม เทว สุชาตาย มาสฺสา กุชฺฌ รเถสภาติ ฯ

สุชาตาชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมหาราช โทษเพราะความประมาทเหล่านี้ ย่อมมีได้แก่นารีผู้ได้รับยศ ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ขอพระองค์ได้ทรงโปรดอดโทษแด่พระนางสุชาดาเทวีเถิด ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ขอพระองค์อย่าได้ทรงพระพิโรธแด่พระเทวีเลย.

จบ สุชาตาชาดกที่ ๖.

๗ ปลาสชาตกํ

๗. ปลาสชาดก

ว่าด้วยขุมทรัพย์ที่ฝังไว้ที่โคนไม้

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กาลิงควรรค ปลาสชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อเจตนํ พฺราหฺมณ อสฺสุณนฺตํ

ชาโน อชานนฺตมิมํ ปลาสํ

อารทฺธวีริโย ธุวมปฺปมตฺโต

สุขเสยฺยํ ปุจฺฉสิ กิสฺส เหตุ ฯ

๑ ม. ผวชฺโฌ ฯ ๒ ยุ. เต ฯ ๓ ม. อุฑฺฑยฺหเต ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพราหมณ์ ท่านก็รู้ว่า ต้นทองกวาวนี้ ไม่มีจิต ไม่ได้ยินเสียงอะไรและไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะเหตุไร ท่านจึงเพียรพยายาม มิได้มีความประมาท ถามถึงสุขไสยาอยู่เสมอมา.

บาลี (สยามรัฐ)

ทูเร สุโต เจว พฺรหา จ รุกฺโข

เทเส ฐิโต ภูตนิวาสรูโป

ตสฺมา นมสฺสามิ อิมํ ปลาสํ

เย เจตฺถ ภูตา เต ๑ ธนสฺส เหตุ ฯ

ฉบับหลวง

ต้นทองกวาวต้นใหญ่ ปรากฏไปในที่ไกล ตั้งอยู่ในภูมิประเทศราบเรียบเป็นที่อยู่อาศัยของทวยเทพ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงนอบน้อมต้นทองกวาวนี้ และเทพเจ้าผู้สิงอยู่ที่ต้นไม้นี้ด้วย เพราะเหตุแห่งทรัพย์.

บาลี (สยามรัฐ)

โส เต กริสฺสามิ ยถานุภาวํ

กตญฺญุตํ พฺราหฺมณ เปกฺขมาโน

กถํ หิ อาคมฺม สตํ สกาเส

โมฆา ๒ เต อสฺสุ ปริผนฺทิตานิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพราหมณ์ ข้าพเจ้ามาเพ่งถึงความกตัญญูที่มีอยู่ในตน จักทำทดแทนคุณท่านตามสติกำลัง ความดิ้นรนของท่านผู้มาถึงสำนักของสัตบุรุษทั้งหลาย ไฉนจักเปล่าจากประโยชน์เล่า.

บาลี (สยามรัฐ)

โย ตินฺทุรุกฺขสฺส ๓ ปโร ปิลกฺโข ๔

ปริวาริโต ปุพฺพยญฺโญ อุฬาโร

ตสฺเสว มูลสฺมิ นิธิ นิขาโต

อทายาโท คจฺฉ นํ อุทฺธราหีติ ฯ

ปลาสชาตกํ สตฺตมํ ฯ

ฉบับหลวง

ไม้เลียบต้นใด ตั้งล้อมรอบอยู่เบื้องหน้าต้นมะพลับ มหาชนเคยบูชายัญกันมาแต่ก่อน เป็นต้นไม้ใหญ่ ขุมทรัพย์เขาฝังไว้ที่โคนต้นไม้เลียบนั้นแลไม่มีเจ้าของ ท่านจงไปขุดเอาทรัพย์นั้นเถิด.

จบ ปลาสชาดกที่ ๗.

๘ ชวสกุณชาตกํ ๕

๘. ชวสกุณชาดก

ผู้ไม่มีกตัญญูไม่ควรคบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กาลิงควรรค ชวสกุณชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อกรมฺหาว ๖ เต กิจฺจํ ยํ พลํ อหุวมฺหเส

มิคราช นโม ตฺยตฺถุ อปิ กิญฺจิ ลภามเส ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระยาเนื้อ ขอนอบน้อมแด่ท่าน ข้าพเจ้าได้ทำกิจอย่างหนึ่งแก่ท่าน ตามกำลังของข้าพเจ้าที่มีอยู่ ข้าพเจ้าจะได้อะไรตอบแทนบ้าง?

บาลี (สยามรัฐ)

มม โลหิตภกฺขสฺส นิจฺจํ ลุทฺทานิ กุพฺพโต

ทนฺตนฺตรคโต สนฺโต ตํ พหุํ ยมฺปิ ชีวสิ ฯ

๑ สี. ยุ. เต จ ฯ ๒ ม. โมฆานิ ฯ ๓ ม. ตินฺทุกรุกฺขสฺส ฯ

๔ สี. ยุ. ปิลกฺขา ฯ ๕ ม. สกุณชาตกํ ฯ ๖ ม. อกรมฺหสํ ฯ

ฉบับหลวง

การที่ท่านเข้าไปอยู่ในระหว่างฟันของเรา ผู้มีเลือดเป็นภักษาหาร ผู้ทำกรรมอันหยาบช้าอยู่เป็นนิตย์ ท่านยังเป็นอยู่ได้ นั่นก็เป็นคุณมากอยู่แล้ว.

บาลี (สยามรัฐ)

อกตญฺญุมกตฺตารํ กตสฺส อปฺปฏิการกํ

ยสฺมึ กตญฺญุตา นตฺถิ นิรตฺถา ตสฺส เสวนา ฯ

ฉบับหลวง

น่าติเตียนคนที่ไม่รู้คุณที่เขาทำแล้ว ผู้ไม่ทำคุณให้ใคร และผู้ที่ไม่ทำตอบแทนคุณที่เขาทำก่อน ความกตัญญูไม่มีในคนใด การคบคนนั้นย่อมไร้ประโยชน์.

บาลี (สยามรัฐ)

ยตฺถ ๑ สมฺมุขจิณฺเณน มิตฺตธมฺโม น ลพฺภติ

อนุสฺสูยมนกฺโกสํ ๒ สณิกํ ตมฺหา อปกฺกเมติ ฯ

ชวสกุณชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลไม่ได้มิตรธรรมด้วยอุปการคุณที่ตนประพฤติต่อหน้าในผู้ใด ผู้นั้นบัณฑิตไม่ต้องริษยา ไม่ต้องด่าว่า พึงค่อยๆ หลีกออกห่างจากผู้นั้นไปเสีย.

จบ ชวสกุณชาดกที่ ๘.

๙ ฉวชาตกํ ๓

๙. ฉวชาดก

ว่าด้วยการนั่งที่ไม่สมควร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กาลิงควรรค ฉวชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

สพฺพํ อิทญฺจ มริกตํ ๔ อุโภ ธมฺมํ น ปสฺสเร

อุโภ ปกติยา จุตา โย จายํ มนฺเต ฌาเปติ

โย จ มนฺตํ อธียติ ฯ

ฉบับหลวง

กิจทั้งหมดที่เราทั้งสองกระทำแล้ว เป็นกิจลามก คนทั้ง ๒ ไม่เห็นธรรมคนทั้ง ๒ เคลื่อนแล้วจากปกติเดิม คือ อาจารย์นั่งบนอาสนะต่ำบอกมนต์ และศิษย์นั่งบนอาสนะสูงเรียนมนต์.

บาลี (สยามรัฐ)

สาลีนํ โอทนํ ภุญฺเช สุจึ มํสูปเสจนํ

ตสฺมา เอตํ น เสวามิ ธมฺมํ อิสีภิ เสวิตํ ฯ

ฉบับหลวง

เราบริโภคข้าวสุกแห่งข้าวสาลีขาวสะอาด ปรุงด้วยเนื้อ (ของพระราชาพระองค์นี้) เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่สร้องเสพธรรมนั้น ที่พวกฤาษีสร้องเสพมาแล้ว.

บาลี (สยามรัฐ)

ปริพฺพช มหา โลโก ปจนฺตญฺเญปิ ปาณิโน

มา ตฺวํ ๕ อธมฺโม อาจริโต ตสฺมา กุมฺภมิวาภิทา ฯ

ฉบับหลวง

ท่านจงหลีกไปเสียเถิด ขึ้นชื่อว่าโลกกว้างใหญ่ แม้คนอื่นๆ ก็หุงต้มกินเพราะเหตุนั้น อธรรมที่ท่านประพฤติมาแล้ว อย่าทำลายท่านเสียเลยดุจก้อนหินต่อยหม้อให้แตก ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ธิรตฺถุ ตํ ยสลาภํ ธนลาภญฺจ พฺราหฺมณ

ยา วุตฺติ วินิปาเตน อธมฺมจรเณน วาติ ฯ

ฉวชาตกํ นวมํ ฯ

___________

๑ ม. ยสฺส ฯ ๒ ม. อนุสูย -- ฯ สี. ยุ. อนุสุยฺย __ ฯ ๓ ฉวกชาตกํ ฯ

๔ สี. สพฺพมิทํ จริมวตํ ฯ ม. สพฺพมิทํ จริมํ กตํ ฯ ๕ ม. ตํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพราหมณ์ เราติเตียนการได้ยศ การได้ทรัพย์ และความประพฤติเลี้ยงชีวิต ด้วยการทำตนให้ตกต่ำ หรือด้วยการประพฤติไม่เป็นธรรม.

จบ ฉวชาดกที่ ๙.

๑๐ สยฺหชาตกํ ๑

๑๐. สัยหชาดก

ว่าด้วยการแสวงหาที่ประเสริฐ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กาลิงควรรค สัยหชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

สสมุทฺทปริยายํ มหึ สาครกุณฺฑลํ

น อิจฺเฉ สห นินฺทาย เอวํ สยฺห ๒ วิชานหิ ฯ

ฉบับหลวง

บัณฑิตไม่พึงปรารถนาพื้นแผ่นดิน มีสัณฐานดุจกุณฑลท่ามกลางสาครมีมหาสมุทรล้อมอยู่โดยรอบ พร้อมด้วยการนินทา ดูกรสัยหอำมาตย์ท่านจงรู้อย่างนี้เถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

ธิรตฺถุ ตํ ยสลาภํ ธนลาภญฺจ พฺราหฺมณ

ยา วุตฺติ วินิปาเตน อธมฺมจรเณน วา ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพราหมณ์ เราติเตียนการได้ยศ การได้ทรัพย์ และความประพฤติเลี้ยงชีวิต ด้วยการทำตนให้ตกต่ำ หรือด้วยการประพฤติไม่เป็นธรรม.

บาลี (สยามรัฐ)

อปิ เจ ปตฺตมาทาย อนาคาโร ปริพฺพเช

สาเอว ชีวิกา เสยฺโย ยา จาธมฺเมน เอสนา ฯ

ฉบับหลวง

ถึงแม้เราบวชเป็นบรรพชิต ถือภาชนะเที่ยวภิกขาจาร ความประพฤติเลี้ยงชีวิตนั้นแหละประเสริฐกว่า การแสวงหาโดยไม่เป็นธรรมจะประเสริฐอะไร.

บาลี (สยามรัฐ)

อปิ เจ ปตฺตมาทาย อนาคาโร ปริพฺพเช

อญฺญํ อหึสยํ โลเก อปิ รชฺเชน ตํ วรนฺติ ฯ

สยฺหชาตกํ ทสมํ

กาลิงฺควคฺโค ๓ ปฐโม ฯ

___________

ตสฺสุทฺทานํ

วิวรํ จ อเทยฺย สมิทฺธวรํ

อถ ททฺทร ปาปมหาติรโห

อถ โกลิ ปลาสวรญฺจกร

จริมํ สสมุทฺทวเรน ทส ฯ

ฉบับหลวง

ถึงแม้เราออกบวช ถือภาชนะเที่ยวภิกขาจาร ไม่เบียดเบียนผู้อื่นในโลกนั้น ประเสริฐกว่าราชสมบัติเสียอีก.

จบ สัยหชาดกที่ ๑๐.

จบ กาลิงควรรคที่ ๑.

_________________

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. จุลลกาลิงคชาดก ๒. มหาอัสสาโรหชาดก

๓. เอกราชชาดก ๔. ทัททรชาดก

๕. สีลวีมังสชาดก ๖. สุชาตาชาดก

๗. ปลาสชาดก ๘. ชวสกุณชาดก

๙. ฉวชาดก ๑๐. สัยหชาดก.

จบ กาลิงควรรค