arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · สัฏฐินิบาต

๑. โสณกชาดก เล่ม ๒๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๖–๘๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๒ ในสัฏฐินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

สฏฺฐินิปาตํ

๑ โสณกชาตกํ

สัฏฐินิบาตชาดก

๑. โสณกชาดก

เรื่องพระราชาจะพระราชทานรางวัลแก่ผู้พบโสณกกุมาร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัฏฐินิบาต โสณกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๘)

บาลี (สยามรัฐ)

กสฺส สุตฺวา สตํ ทมฺมิ สหสฺสํ ทิฏฺฐโสณกํ ๑

โก เม โสณกมกฺขาติ สหายํ ปํสุกีฬิตํ ฯ

อถ พฺรวิ มาณวโก ทหโร ปญฺจจูฬโก

มยฺหํ สุตฺวา สตํ เทหิ สหสฺสํ ทิฏฺฐโสณกํ ๒

อหํ เต ๓ โสณกมกฺขิสฺสํ สหายํ ปํสุกีฬิตํ ฯ

ฉบับหลวง

เราจะให้ทรัพย์ร้อยหนึ่งแก่ใครๆ ผู้ได้ยินข่าวแล้วมาบอกแก่เราใครพบโสณกะผู้สหายเคยเล่นมาด้วยกันแล้วบอกแก่เรา เราจะให้ทรัพย์พันหนึ่งแก่ผู้ที่พบโสณกะนั้น ลำดับนั้น มาณพน้อยมีผมห้าแหยมได้กราบทูลพระราชาว่า พระองค์จงทรงประทานทรัพย์ร้อยหนึ่ง แก่ข้าพระองค์ผู้ได้ยินข่าวแล้วมากราบทูล ข้าพระองค์พบโสณกะพระสหายเคยเล่นมาด้วยกันแล้ว จึงกราบทูลแด่พระองค์ ขอพระองค์จงทรงประทานทรัพย์พันหนึ่งแก่ข้าพระองค์ผู้พบโสณกะ.

บาลี (สยามรัฐ)

กตรสฺมึ โส ชนปเท รฏฺเฐสุ นิคเมสุ จ

กตฺถ โสณกมทฺทกฺขิ ๔ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ

ฉบับหลวง

โสณกกุมารนั้นอยู่ในชนบท แว่นแคว้นหรือนิคมไหนท่านได้พบโสณกกุมาร ณ ที่ไหน เราถามแล้ว ขอท่านจงบอกเนื้อความนั้นแก่เรา.

บาลี (สยามรัฐ)

ตเวว เทว วิชิเต ตเววุยฺยานภูมิยา

อุชุวํสา มหาสาลา นีโลภาสา มโนรมา ฯ

ติฏฺฐนฺติ เมฆสมานา รมฺมา อญฺโญญฺญนิสฺสิตา

เตสํ มูลสฺมิ โสณโก ฌายติ อนุปาทิโน

อุปาทาเนสุ โลเกสุ ฑยฺหมาเนสุ นิพฺพุโต ฯ

ฉบับหลวง

ขอเดชะ ต้นรังใหญ่หลายต้นมีลำต้นตรง มีสีเขียวเหมือนเมฆเป็นที่ชอบใจน่ารื่นรมย์ อันอาศัยกันและกัน ตั้งอยู่ในภาคพื้นพระราชอุทยานในแว่นแคว้นของพระองค์นั่นเอง พระโสณกะเมื่อสัตว์โลกมีความยึดมั่นเป็นผู้ไม่ยึดมั่น เมื่อสัตว์โลกถูกไฟเผา เป็นผู้ดับแล้ว เพ่งฌานอยู่ที่โคนแห่งต้นรังเหล่านั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ตโต จ ราชา ปายาสิ เสนาย จตุรงฺคิยา

การาเปตฺวา สมํ มคฺคํ อคมา เยน โสณโก ฯ

อุยฺยานภูมึ คนฺตฺวาน วิจรนฺโต พฺรหาวเน

อาสีนํ โสณกํ ทกฺขิ ฑยฺหมาเนสุ นิพฺพุตํ ฯ

๑-๒ สี. ยุ. ทฏฺฐุ-ฯ ๓ สี. ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๔ สี. ยุ. กตฺถ เต โสณโก

ทิฏฺโฐ ฯ

ฉบับหลวง

ลำดับนั้นแล พระราชารับสั่งให้ทำทางให้ราบเรียบแล้ว เสด็จไปยังที่อยู่ของพระโสณกะพร้อมด้วยจาตุรงคเสนา เมื่อเสด็จประพาสไปในไพรวันก็เสด็จถึงภูมิภาคแห่งอุทยาน ได้ทอดพระเนตรเห็นพระโสณกะ ผู้นั่งอยู่เมื่อสัตว์โลกถูกไฟเผาเป็นผู้ดับแล้ว.

บาลี (สยามรัฐ)

กปโณ วตายํ ๑ ภิกฺขุ มุณฺโฑ สงฺฆาฏิปารุโต

อมาติโก อปิติโก รุกฺขมูลสฺมิ ฌายติ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุนี้เป็นคนกำพร้าหนอ ศีรษะโล้น ครองผ้าสังฆาฏิ ไม่มีมารดาไม่มีบิดา นั่งเข้าฌานอยู่ที่โคนต้นไม้ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อิมํ วากฺยํ นิสาเมตฺวา โสณโก เอตทพฺรวิ

น ราช กปโณ โหติ ธมฺมํ กาเยน ผสฺสยํ ฯ

โยธ ๒ ธมฺมํ นิรงฺกตฺวา อธมฺมํ อนุวตฺตติ

ส ราช กปโณ โหติ ปาโป ปาปปรายโน ฯ

ฉบับหลวง

พระโสณกะได้ฟังพระดำรัสนี้แล้ว จึงได้ทูลว่า ดูกรมหาบพิตรบุคคลผู้ถูกต้องธรรมด้วยนามกาย ไม่ชื่อว่าเป็นคนกำพร้าผู้ใดในโลกนี้นำเสียซึ่งธรรม อนุวัตตามอธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเป็นคนกำพร้า เป็นคนลามก มีบาปกรรมเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ขอถวายพระพร ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อรินฺทโมติ เม นามํ กาสิราชาติ มํ วิทู

กจฺจิ โภโต สุขเสยฺยา อิธ ปตฺตสฺส โสณก ฯ

ฉบับหลวง

มหาชนรู้จักนามของข้าพเจ้าว่า อรินทมะ และรู้จักข้าพเจ้าว่าพระเจ้ากาสีดูกรท่านโสณกะ การอยู่เป็นสุข ย่อมมีแก่ท่านผู้อยู่ในที่นี้แลหรือ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สทาปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

น เตสํ โกฏฺเฐ โอเปนฺติ น กุมฺเภ น กโฬปิยา

ปรินิฏฺฐิตเมสานา เตน ยาเปนฺติ สุพฺพตา ฯ

ทุติยมฺปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

อนวชฺชปิณฺโฑ โภตฺตพฺโพ น จ โกจูปโรธติ ฯ

ตติยมฺปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

นิพฺพุโต ปิณฺโฑ โภตฺตพฺโพ น จ โกจูปโรธติ ฯ

จตุตฺถมฺปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

มุตฺตสฺส รฏฺเฐ จรโต สงฺโค ยสฺส น วิชฺชติ ฯ

ปญฺจมมฺปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

นครมฺหิ ฑยฺหมานมฺหิ นาสฺส กิญฺจิ อฑยฺหถ ฯ

ฉฏฺฐมฺปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

รฏฺเฐ วิลุมฺปมานมฺหิ นาสฺส กญฺจิ อหารถ ๑ ฯ

สตฺตมมฺปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

โจเรหิ รกฺขิตํ มคฺคํ เย จญฺเญ ปริปนฺถิกา

ปตฺตจีวรมาทาย โสตฺถึ คจฺฉติ สุพฺพโต ฯ

อฏฺฐมมฺปิ ภทฺรมธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน

ยํ ยํ ทิสํ ปกฺกมติ อนเปกฺโขว คจฺฉติ ฯ

๑ ม. วตยํ ฯ ๒ ม. โย จ ฯ

ฉบับหลวง

ความเจริญย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ ไม่มีเรือนทุกเมื่อ (คือ) ทรัพย์และข้าวเปลือก ย่อมไม่เข้าไปในฉาง ในหม้อและในกระเช้าของภิกษุเหล่านั้น ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้แสวงหาอาหารอันสำเร็จแล้ว มีวัตรอันงามเยียวยาอัตภาพให้เป็นไปด้วยบิณฑบาตนั้น ข้อที่ ๒ ความเจริญย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ ไม่มีเรือน (คือ) ภิกษุพึงบริโภคบิณฑบาต ที่ไม่มีโทษและกิเลสอะไรๆ ย่อมไม่ประทุษร้าย ข้อที่ ๓ ความเจริญย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ ไม่มีเรือน (คือ) ภิกษุบริโภคบิณฑบาตอันดับแล้ว และกิเลสอะไรย่อมไม่ประทุษร้าย ข้อที่ ๔ ความเจริญย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ไม่มีเรือน ผู้หลุดพ้นแล้ว เที่ยวไปในแว่นแคว้น

ไม่มีความข้องข้อที่ ๕ ความเจริญย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ไม่มีเรือน (คือ) เมื่อไฟไหม้พระนครอยู่ อะไรๆ หน่อยหนึ่งของภิกษุนั้นย่อมไม่ไหม้ ข้อที่ ๖ความเจริญย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ ไม่มีเรือน (คือ) เมื่อโจรปล้นแว่นแคว้นอะไรๆ หน่อยหนึ่งของภิกษุนั้นก็ไม่หาย ข้อที่ ๗ ความเจริญย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ ไม่มีเรือน (คือ) ภิกษุผู้มีวัตรงามถือบาตรและจีวร ไปสู่หนทางที่พวกโจรรักษาหรือไปสู่หนทางที่มีอันตรายอื่นๆ ย่อมไปได้โดยสวัสดี ข้อที่ ๘ ความเจริญย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ ไม่มีเรือน (คือ) ภิกษุจะหลีกไปยังทิศใดๆ ก็ไม่มีห่วงใยไปยังทิศนั้นๆ.

บาลี (สยามรัฐ)

พหูปิ ภทฺรา เอเตสํ ๒ โย ตฺวํ ภิกฺขุ ปสํสสิ

อหญฺจ คิทฺโธ กาเมสุ กถํ กาหามิ โสณก ฯ

ปิยา เม มานุสา กามา อโถ ทิพฺยาปิ เม ปิยา

อถ เกน นุ วณฺเณน อุโภ โลเก ลภามเส ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ภิกษุ ท่านสรรเสริญความเจริญเป็นอันมากของภิกษุเหล่านั้นส่วนข้าพเจ้ายังกำหนัดในกามทั้งหลาย จะกระทำอย่างไร กามทั้งหลายทั้งที่เป็นของมนุษย์ ทั้งที่เป็นของทิพย์เป็นที่รักของข้าพเจ้า เมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าพเจ้าจะได้โลกทั้งสองด้วยเหตุไรหนอ.

บาลี (สยามรัฐ)

กาเม ๓ คิทฺธา กามรตา กาเมสุ อธิมุจฺฉิตา

นรา ปาปานิ กตฺวาน อุปปชฺชนฺติ ทุคฺคตึ ฯ

เย จ กาเม ปหนฺตฺวาน ๔ นิกฺขนฺตา อกุโตภยา

เอโกทิภาวาธิคตา น เต คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ ฯ

อุปมนฺเต กริสฺสามิ ตํ สุโณหิ อรินฺทม

อุปมาย มิเธกจฺเจ ๕ อตฺถํ ชานนฺติ ปณฺฑิตา ฯ

คงฺคาย กุณปํ ทิวา วุยฺหมานํ มหณฺณเว

วายโส สมจินฺเตสิ อปฺปปญฺโญ อเจตโส ฯ

ยานญฺจ วติทํ ลทฺธํ ภกฺโข จายํ อนปฺปโก

ตตฺถ รตฺตึ ตตฺถ ทิวา ตตฺเถว นิรโต มโน ฯ

ขาทํ นาคสฺส มํสานิ ปิวํ ภาคีรโสทกํ

สมฺปสฺสํ วนเจตฺยานิ น ปเลตฺถ วิหงฺคโม ฯ

ตญฺจ โอตรณี คงฺคา ปมตฺตํ กุณเป รตํ

สมุทฺทํ อชฺฌคาหาสิ อคตี ยตฺถ ปกฺขินํ ฯ

โส จ ภกฺขปริกฺขีโณ อุทปตฺวา ๑ วิหงฺคโม

น ปจฺฉโต น ปุรโต นุตฺตรํ โนปิ ทกฺขิณํ ฯ

ทีปํ โส นชฺฌคา คญฺฉิ อคตี ยตฺถ ปกฺขินํ

โส จ ตตฺเถว ปาปตฺถ ยถา ทุพฺพลโก ตถา ฯ

ตญฺจ สามุทฺทิกา มจฺฉา กุมฺภีลา มกรา สุสู

ปสยฺหการา ขาทึสุ ผนฺทมานํ วิปกฺขิกํ ๒ ฯ

เอวเมว ตุวํ ราช เย จญฺเญ กามโภคิโน

คิทฺธา เจ น วมิสฺสนฺติ กากปญฺญาย ๓ เต วิทู ฯ

เอสา เต อุปมา ราช อตฺถสนฺทสฺสนี กตา

ตฺวญฺจ ปญฺญายเส เตน ยทิ กาหสิ วา น วา ฯ

๑ ม. อหีรถ ฯ ๒ สี. พหูนิ สมณภทฺรานิ ฯ ยุ. พหูปิ ภทฺรกา เอเต ฯ

๓ สี. ยุ. กาเมสุ ฯ ๔ สี. ยุ. ปหตฺวาน ฯ ๕ สี. ยุ. ปิเธกจฺเจ ฯ

ฉบับหลวง

นรชนผู้กำหนัดในกาม ยินดีในกาม หมกมุ่นอยู่ในกาม กระทำบาปกรรมแล้วย่อมเข้าถึงทุคติ ส่วนนรชนเหล่าใด ละกามทั้งหลายออกไปแล้ว เป็นผู้ไม่มีภัยแต่ไหนๆ บรรลุความที่จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่งเกิดขึ้นนรชนเหล่านั้นย่อมไม่ไปสู่ทุคติดูกรพระเจ้าอรินทมะ อาตมภาพจักแสดงอุปมาถวายมหาบพิตรขอมหาบพิตรจงทรงสดับข้ออุปมานั้น บัณฑิตบางพวกในโลกนี้ย่อมรู้เนื้อความได้ด้วยข้ออุปมา กาตัวหนึ่งเป็นสัตว์มีปัญญาน้อยไม่มีความคิด เห็นซากศพช้างลอยอยู่ในห้วงน้ำใหญ่ในแม่น้ำคงคาจึงคิดว่า ยานนี้เราได้แล้วหนอ และซากศพช้างนี้จักเป็นอาหารมิใช่น้อยใจของกาตัวนั้นยินดีแล้วในซากศพช้างนั้น ตลอดคืนและวัน เมื่อกาจิกกินเนื้อช้างดื่มน้ำมีรสเหมาะส่วน

เห็นต้นไม้อันใหญ่ในป่า ก็ไม่บินไปแม่น้ำคงคามีปรกติไหลลงสู่มหาสมุทร พัดเอากาตัวนั้นผู้ประมาทยินดีในซากศพช้างไปสู่มหาสมุทร ซึ่งเป็นที่ไปไม่ได้แห่งนกทั้งหลาย กานั้นมีอาหารหมดแล้ว ตกลงในน้ำ ไปข้างหลัง ข้างหน้า ข้างเหนือ ข้างใต้ไม่ได้ ไปไม่ถึงเกาะ สิ้นกำลังจมลงในท่ามกลางสมุทร อันเป็นที่ไปไม่ได้แห่งนกทั้งหลาย ฝูงปลา จรเข้ มังกร และปลาร้าย ที่เกิดในมหาสมุทร ก็ข่มเหง ฮุบกินกานั้นผู้มีปีกฉิบหายดิ้นรนอยู่ ดูกรมหาบพิตร ฉันนั้นเหมือนกันแล พระองค์ก็ดี ชนเหล่าอื่นผู้ยังบริโภคกามก็ดี ถ้ายังกำหนัดในกามอยู่ ไม่ละทิ้งกามเสีย นักปราชญ์ทั้งหลายรู้ว่าชนเหล่านั้นมีปัญญาเสมอกับกา ดูกรมหาบพิตร อุปมานี้แสดงอรรถอย่างชัดแจ้ง อาตมภาพแสดงถวายมหาบพิตรแล้ว จักทรงทำหรือไม่ก็จะปรากฏด้วยเหตุนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

เอกวาจํปิ ทฺวิวาจํ ภเณยฺย อนุกมฺปโก

ตตุตฺตรึ น ภาเสยฺย ทาโส วยฺยสฺส ๔ สนฺติเก ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลผู้อนุเคราะห์พึงกล่าวคำหนึ่งหรือสองคำไม่พึงกล่าวยิ่งไปกว่านั้นเปรียบเหมือนทาสในสำนักแห่งนาย.

บาลี (สยามรัฐ)

อิทํ วตฺวาน ปกฺกามิ โสณโก อมิตพุทฺธิมา

เวหาเส อนฺตลิกฺขสฺมึ อนุสาสิตฺวาน ขตฺติยํ ฯ

๑ สี. อุปฺปติตฺวา ฯ ยุ. อุทาปตฺวา ฯ ๒ ม. วิปกฺขกํ ฯ สี. ยุ. วิปกฺขินํ ฯ

๓ กากปญฺญาว ฯ ๔ สี. ทาโส อยฺยสฺส ฯ ยุ. ทาโส อยิรสฺส ฯ

ฉบับหลวง

พระโสณกปัจเจกพุทธเจ้า ผู้มีปัญญานับไม่ได้ ครั้นทูลดังนี้แล้วพร่ำสอนบรมกษัตริย์ในอากาศแล้วหลีกไป.

บาลี (สยามรัฐ)

โก นุเม ราชกตฺตาโร สูตา เวยฺยตฺติมาคตา ๑

รชฺชํ นิยฺยาทยิสฺสามิ นาหํ รชฺเชน มตฺถิโก ฯ

อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

นาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ กามานํ วสมนฺวคา ๒ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลผู้อภิเศกท่านผู้สมควรให้เป็นกษัตริย์ เป็นรัชทายาทและบุคคลผู้ถึงความฉลาด เหล่านี้อยู่ที่ไหน เราจักมอบราชสมบัติ เราไม่ต้องการด้วยราชสมบัติ เราจักบวชในวันนี้แหละ ใครเล่าจะพึงรู้ความตายในวันพรุ่งนี้ เราจะไม่โง่เขลาตกอยู่ในอำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกา

บาลี (สยามรัฐ)

อตฺถิ เต ทหโร ปุตฺโต ทีฆาวุ รฏฺฐวฑฺฒโน

ตํ รชฺเช อภิสิญฺจสฺสุ โส โน ราชา ภวิสฺสติ ฯ

ฉบับหลวง

พระโอรสหนุ่มของพระองค์ ทรงพระนามว่าทีฆาวุ จะทรงบำรุงรัฐให้เจริญได้มีอยู่ ขอพระองค์ทรงอภิเศกพระโอรสนั้นในพระราชสมบัติพระราชโอรสจักเป็นพระราชาของข้าพระบาททั้งหลาย.

บาลี (สยามรัฐ)

ขิปฺปํ กุมารํ อาเนถ ทีฆาวว รฏฺฐวฑฺฒนํ

ตํ รชฺเช อภิสิญฺจสฺสุ โส โว ราชา ภวิสฺสติ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านทั้งหลาย จงรีบเชิญทีฆาวุกมารผู้บำรุงรัฐให้เจริญมาเถิดเราจักอภิเศกในราชสมบัติ เธอจักเป็นพระราชาของท่านทั้งหลาย.

บาลี (สยามรัฐ)

ตโต กุมารมาเนสุํ ทีฆาวว รฏฺฐวฑฺฒนํ

ตํ ทิสฺวา อาลปิ ราชา เอกปุตฺตํ มโนรมํ ฯ

สฏฺฐี คามสหสฺสานิ ปริปุณฺณานิ สพฺพโส

เต ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต ฯ

อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

มาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ กามานํ วสมนฺวคํ ฯ

สฏฺฐี นาคสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิตา

สุวณฺณกจฺฉา มาตงฺคา เหมกปฺปนวาสสา ฯ

อารูฬฺหา คามณีเยภิ โตมรงฺกุสปาณิภิ

เต ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต ฯ

อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

มาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ กามานํ วสมนฺวคํ ฯ

สฏฺฐี อสฺสสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิตา

อาชานียา จ ๑ ชาติยา สินฺธวา สีฆวาหนา

อารูฬฺหา คามณีเยภิ อินฺทิยาจาปธาริภิ

เต ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต ฯ

อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

มาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ กามานํ วสมนฺวคํ ฯ

สฏฺฐี รถสหสฺสานิ สนฺนทฺธา อุสฺสิตทฺธชา

ทีปา อโถปิ เวยฺยคฺฆา สพฺพาลงฺการภูสิตา ฯ

อารูฬฺหา คามณีเยภิ จาปหตฺเถหิ จมฺมิภิ ๒

เต ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต ฯ

อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

มาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ กามานํ วสมนฺวคํ ฯ

สฏฺฐี เธนุสหสฺสานิ โรหญฺญา ปุงฺควูสภา

ตา ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต ฯ

อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

มาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ กามานํ วสมนฺวคํ ฯ

โสฬสิตฺถีสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิตา

วิจิตฺรวตฺถาภรณา อามุตฺตมณิกุณฺฑลา

ตา ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต ฯ

อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ โก ชญฺญา มรณํ สุเว

มาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ กามานํ วสมนฺวคํ ฯ

๑ ม. สุทฺทา เวยฺยตฺตมาคตา ฯ ๒ ม. วสมนฺวคํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ

๑ ม. ว ฯ ๒ ม. วมฺมิภิ ฯ

ฉบับหลวง

ลำดับนั้น พวกอำมาตย์ได้ไปเชิญทีฆาวุราชกุมารผู้บำรุงรัฐให้เจริญมาเฝ้าพระราชาทอดพระเนตรเห็นเอกอัครโอรสผู้น่าปลื้มพระทัยนั้น จึงตรัสว่าลูกรักเอ๋ย คามเขตหกหมื่นบริบูรณ์โดยประการทั้งปวง ลูกจงบำรุงเขาพ่อขอมอบราชสมบัติให้ลูก พ่อจักบวชในวันนี้แหละ ใครเล่าจะพึงรู้ความตายในวันพรุ่งนี้ พ่อจะไม่ยอมเป็นคนโง่เขลาตกอยู่ในอำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกา ช้างหกหมื่นเชือก ประดับด้วยเครื่องอลังการปวงทั้ง มีสายรัดล้วนทองคำ เป็นช้างใหญ่มีร่างกายปกปิด ด้วยเครื่องคลุมล้วนทองคำ อันนายควาญช้างผู้ถือโตมรและขอขึ้นกำกับ ลูกรักเอ๋ยลูกจงบำรุงช้างเหล่านั้น พ่อขอมอบราชสมบัติให้ลูก พ่อจักบวชในวันนี้แหละ

ใครเล่าจะพึงรู้ความตายในวันพรุ่งนี้ พ่อจะไม่ยอมเป็นคนโง่เขลาตกอยู่ในอำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกา ม้าหกหมื่นตัว ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง เป็นม้าสินธพอาชาไนยโดยกำเนิด เป็นพาหนะเร็วอันนายสารถีผู้ถือแส้และธนูขึ้นกำกับ ลูกรักเอ๋ย ลูกจงบำรุงม้าเหล่านั้น พ่อขอมอบราชสมบัติให้ลูก พ่อจักบวชในวันนี้แหละ ใครเล่าจะพึงรู้ความตายในวันพรุ่งนี้ พ่อจะไม่ยอมเป็นคนโง่เขลาตกอยู่ในอำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกา รถหกหมื่นคัน หุ้มเกราะไว้ดีแล้ว มีธงอันยกขึ้นแล้ว หุ้มด้วยหนังเสือเหลืองก็มี หุ้มด้วยหนังเสือโคร่งก็มี ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง อันนายสารถีถือแล่งธนูสวมเกราะขึ้นประจำลูกรักเอ๋ย

ลูกจงบำรุงรถเหล่านั้น พ่อขอมอบราชสมบัติให้ลูก พ่อจักบวชในวันนี้แหละ ใครเล่าจะพึงรู้ความตายในวันพรุ่งนี้ พ่อจะไม่เป็นคนโง่เขลาตกอยู่ในอำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกา โคนมหกหมื่นตัวมีสีแดง ประกอบด้วยโคจ่าฝูงตัวประเสริฐ ลูกรักเอ๋ย ลูกจงบำรุงโคเหล่านั้น พ่อขอมอบราชสมบัติให้ลูก พ่อจักบวชในวันนี้แหละ ใครเล่าจะพึงรู้ความตายในวันพรุ่งนี้ พ่อจะไม่ยอมเป็นคนโง่เขลาตกอยู่ในอำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกา สตรีหมื่นหกพันประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง มีผ้าและอาภรณ์อันวิจิตร สวมกุณฑลแก้วมณี ลูกรักเอ๋ย ลูกจงบำรุงสตรีเหล่านั้น พ่อขอมอบราชสมบัติให้ลูก พ่อจักบวชในวันนี้แหละ ใครเล่าจะพึงรู้ความตายในวันพรุ่งนี้ พ่อจักไม่ยอมเป็นคนโง่เขลาตกอยู่ในอำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกา.

บาลี (สยามรัฐ)

ทหรสฺเสว เม ตาต มาตา มตาติ เม สุตํ

ตยา วินา อหํ ตาต ชีวิตตปิ น อุสฺสเห ฯ

ยถา อารญฺญกํ นาคํ โปโต อเนฺวติ ปจฺฉโต

เชสฺสนฺตํ คิริทุคฺเคสุ สเมสุ วิสเมสุ จ ฯ

เอวนฺตํ อนุคจฺฉามิ ปุตฺตมาทาย ๑ ปจฺฉโต

สุภโร เต ภวิสฺสามิ น เต เหสฺสามิ ทุพฺภโร ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระบิดา หม่อมฉันได้สดับว่า เมื่อหม่อมฉันเป็นเด็กๆ พระชนนีทิวงคต หม่อมฉันไม่อาจจะเป็นอยู่ห่างพระบิดาได้ ลูกช้างย่อมติดตามหลังช้างป่า ผู้เที่ยวอยู่ในที่มีภูเขาเดินลำบาก เสมอบ้างไม่เสมอบ้างฉันใด หม่อมฉันจะอุ้มบุตรธิดาติดตามไปข้างหลัง จักเป็นผู้อันพระบิดาเลี้ยงง่าย จักไม่เป็นผู้อันพระบิดาเลี้ยงยาก ฉันนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ยถา สามุทฺทิกํ นาวํ วาณิชานํ ธเนสินํ

โวหาโร ตตฺถ คเณฺหยฺย วาณิชา พฺยสนี สิยา

เอวเมวายํ ปุตฺตก ๒ อนฺตรายกโร มม ฯ

ฉบับหลวง

อันตรายทำเรือที่แล่นอยู่ในมหาสมุทร ของพวกพ่อค้าผู้แสวงหาทรัพย์ให้จมลงในมหาสมุทรนั้น พวกพ่อค้าพึงถึงความพินาศ ฉันใด ลูกรักเอ๋ย เจ้านี้เป็นผู้กระทำอันตรายให้แก่พ่อฉันนั้นเหมือนกัน.

บาลี (สยามรัฐ)

อิมํ กุมารํ ปาเปถ ปาสาทํ รติวฑฺฒนํ

ตตฺถ กมฺพุสหตฺถาโย ยถา สกฺกํว อจฺฉรา

ตา นํ ตตฺถ รมิสฺสนฺติ ๓ ตาหิ เจโส ๔ รมิสฺสติ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านทั้งหลาย จงพาราชกุมารนี้ไปให้ถึงปราสาทอันยังความยินดีให้เจริญเถิด พวกนางกัญญาผู้มีมือประดับด้วยทองคำจักยังกุมารให้รื่นรมย์ในปราสาทนั้น เหมือนนางเทพอัปสรยังท้าวสักกะให้รื่นรมย์ ฉะนั้นและกุมารนี้จักรื่นรมย์ด้วยนางกัญญาเหล่านั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ตโต กุมารํ ปาเปสุํ ปาสาทํ รติวฑฺฒนํ

ตํ ทิสฺวา อวจุํ กญฺญา ทีฆาวว รฏฺฐวฑฺฒนํ ฯ

เทวตา นุสิ คนฺธพฺโพ อาทู สกฺโก ปุรินฺทโท

โก วา ตฺวํ กสฺส วา ปุตฺโต กถํ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ

ฉบับหลวง

ลำดับนั้น อำมาตย์ทั้งหลายจึงเชิญพระราชกุมารไปยังปราสาทอันยังความยินดีให้เจริญ พวกนางกัญญาเห็นทีฆาวุกุมารผู้ยังรัฐให้เจริญนั้นแล้วจึงพากันทูลว่า พระองค์เป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือว่าเป็นท้าวสักกปุรินททะ พระองค์เป็นใคร หรือเป็นโอรสของใคร หม่อมฉันทั้งหลายจะรู้จักพระองค์ได้อย่างไร.

บาลี (สยามรัฐ)

นมฺหิ เทโว น คนฺธพฺโพ นปิ สกฺโก ปุรินฺทโท

กาสิรญฺโญ อหํ ปุตฺโต ทีฆาวุ รฏฺฐวฑฺฒโน

มมํ ภรถ ภทฺทํ โว อหํ ภตฺตา ภวามิ โว ฯ

๑ ม. ปตฺตมาทาย ฯ ๒ ม. ปุตฺตกลิ ฯ ๓ ม รเมสฺสนฺติ ฯ ๔ ยุ. เมโส ฯ

ฉบับหลวง

เราไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่คนธรรพ์ ไม่ใช่ท้าวสักกะปุรินททะเราเป็นโอรสของพระเจ้ากาสี ชื่อทีฆาวุผู้ยังรัฐให้เจริญ เธอทั้งหลายจงบำเรอเรา ขอความเจริญจงมีแก่เธอทั้งหลายเราจะเป็นสามีของเธอทั้งหลาย.

บาลี (สยามรัฐ)

ตํ ตตฺถ อวจุํ กญฺญา ทีฆาวว รฏฺฐวฑฺฒนํ

กุหึ ราชา อนุปฺปตฺโต อิโต ราชา กุหึ คโต ฯ

ฉบับหลวง

พวกนางกัญญาในปราสาทนั้น ได้ทูลถามพระเจ้าทีฆาวุผู้บำรุงรัฐนั้นว่าพระราชาเสด็จไปถึงไหนแล้ว พระราชาเสด็จจากที่นี้ไปไหนแล้ว.

บาลี (สยามรัฐ)

ปงฺกํ ราชา อติกฺกนฺโต ถเล ราชา ปติฏฺฐิโต

อกณฺฏกํ อคหนํ ปฏิปนฺโน มหาปถํ ฯ

อหญฺจ ปฏิปนฺโนสฺมิ มคฺคํ ทุคฺคติคามินํ

สกณฺฏกํ สคหนํ เยน คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ ฯ

ฉบับหลวง

พระราชาทรงก้าวล่วงเสียซึ่งเปือกตม ประดิษฐานอยู่บนบกเสด็จดำเนินไปสู่ทางใหญ่อันไม่มีหนาม ไม่มีรกชัฏ ส่วนเราเป็นผู้ดำเนินไปสู่ทางอันให้ถึงทุคติ มีหนาม รกชัฏ เป็นเครื่องไปสู่ทุคติ.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส เต สฺวาคตํ ราช สีหสฺเสว คิริพฺพชํ

อนุสาส มหาราช ตฺวํ โน สพฺพาสมิสฺสโรติ ฯ

โสณกชาตกํ ปฐมํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระราชา พระองค์เสด็จมาดีแล้วเหมือนราชสีห์มาสู่ถ้ำ ฉะนั้นข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอพระองค์จงทรงอนุศาสน์พวกหม่อมฉัน ขอพระองค์ทรงเป็นอิสราธิบดีของพวกหม่อมฉันทั้งปวงเถิด.

จบโสณกชาดกที่ ๑

จบ ๑. โสณกชาดก