พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต · วรรคที่ ๘
๙. รักขิตเถรคาถา เล่ม ๒๖
Text layerBuddha’s wordsItems ๒๑๖ (Royal Thai)9/10 in วรรคที่ ๘4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๘ รักขิตเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 50 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 26, pp. 355–356
๘. เมณฑสิรเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับกองทุกข์
นัยว่า ท่านพระเมณฑสิรเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๒๑๕}[๗๘] เมื่อเรายังมิได้ประสบญาณจึงได้ท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ สิ้นชาติมิใช่น้อยกองทุกข์ของเราผู้มีทุกข์เกิดขึ้นนั้นได้เคลื่อนหายไปแล้ว๙. รักขิตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับผู้เยือกเย็น
นัยว่า ท่านพระรักขิตเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๒๑๖}[๗๙] เราละราคะได้ทั้งหมดแล้ว ถอนโทสะได้หมดแล้ว เรา มีโมหะทั้งปวงไปปราศแล้ว เป็นผู้เยือกเย็น ดับกิเลส ได้แล้ว
- ๑ยังมิได้ประสบญาณ หมายถึงยังไม่ได้บรรลุญาณ(ความรู้แจ้ง)ที่ห้ามกันหรือหยุดยั้งสังสารวัฏ(ขุ.เถร.อ.
- ๑/๒๖๗)
- ๒สังสารวัฏ ลำดับสืบต่อที่เป็นไปไม่ขาดสายแห่งขันธ์ ธุาต และอายตนะทั้งหลาย หมายถึง การเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพกำเนิดต่าง ๆ (ที.ม.อ. ๙๔, สํ.นิ.อ. ๑๑๐, ขุ.อุ.อ. ๒๘๙) สังสารวัฏสิ้น ชาติมิใช่น้อย หมายถึงการเวียนว่ายตายเกิดที่กำหนดนับได้หลายแสนชาติ (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๖๗)
- ๓หมายถึงว่า กองทุกข์คือวัฏฏะ ๓ คือ กรรม กิเลส และวิบาก ได้พลัดตกไปแล้วคือจักไม่บังเกิดขึ้น อีกต่อไปนับดั้งแต่บรรลุอรหัตตมรรค (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๖๗)
๑๐. อุคคเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการสิ้นกรรม
นัยว่า ท่านพระอุคคเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
{๒๑๗}[๘๐] กรรมที่เราได้ทำไว้แล้ว ไม่ว่าน้อยหรือมาก ทั้งหมดนั้นก็สิ้นไปแล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มีต่อไปอีก
จบ อัฎฐมวรรค
รวมพระเถระที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. พระวัจฉปาลเถระ ๒. พระอาตุมเถระ
๓. พระมาณวเถระ ๔ .พระสุยามนเถระ
๕. พระสุสารทเถระ ๖. พระปิยัญชหเถระ
๗. พระหัตถาโรหปุตตเถระ ๘. พระเมณฑสิรเถระ
๙. พระรักขิตเถระ ๑๐. พระอุคคเถระ
End of ๙. รักขิตเถรคาถา