arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์

๗. อโนมทัสสีพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๘ (Royal Thai)8/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ อโนมทัสสีพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 33, pp. 524–527

Page 524

[๒๙] พระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน และพระสาวกผู้บรรลุพล ธรรมทั้งหลายอันตรธานไปหมดสิ้นแล้ว สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ[๓๐] พระสัมพุทธเจ้าผู้ประเสริฐพระนามว่าโสภิตะเสด็จปรินิพพาน ณ สีหาราม พระธาตุของพระองค์แผ่กว้างขวางไปในประเทศนั้น ๆ ฉะนี้แล

จบ โสภิตพุทธวงศ์ที่ ๖

๙. อโนมทัสสีพุทธวงศ์

ว่าด้วยพระประวัติพระอโนมทัสสีพุทธเจ้า

{๘} [๑] สมัยต่อจากพระโสภิตพุทธเจ้า มีพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า อโนมทัสสีผู้ทรงพระยศนับไม่ได้ มีพระเดชที่ยากจะล่วงได้[๒] พระองค์ทรงตัดเครื่องผูกทุกอย่าง ทรงทำลายภพ ๓ แล้ว ทรงแสดงทางที่ไปไม่กลับในหมู่เทวดาและมนุษย์[๓] พระองค์ทรงพระคุณนับไม่ได้ดังมหาสมุทร ยากที่จะให้จมลงเหมือนภูเขา ไม่มีที่สุดดุจอากาศ พระคุณบานเต็มที่เช่นต้นพญาสาละ[๔] สัตว์ทั้งหลายย่อมยินดีแม้ด้วยการเห็นพระองค์ สัตว์เหล่านั้นได้ฟังพระสุรเสียงที่ทรงเปล่งแล้วย่อมบรรลุอมตธรรม[๕] ในกาลนั้น ธรรมาภิสมัยของพระองค์เจริญรุ่งเรือง ในพระธรรมเทศนาครั้งที่ ๑ สัตว์ ๑๐๐ โกฏิได้ตรัสรู้

Page 525

[๖] ต่อแต่นั้น เมื่อพระองค์ทรงยังฝนคือธรรมให้ตก ในพระธรรมเทศนาครั้งที่ ๒ สัตว์ ๘๐ โกฏิได้ตรัสรู้

[๗] และสมัยต่อมา เมื่อพระองค์ทรงยังฝนคือธรรมให้ตก ทำให้สัตว์ทั้งหลายอิ่มหนำสำราญ ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ได้มีแก่สัตว์ ๗๘ โกฏิ

[๘] พระศาสดาได้ทรงประชุมพระสาวกผู้บรรลุอภิญญาพละผู้บานแล้วด้วยการหลุดพ้น ๓ ครั้ง

[๙] ครั้งที่ ๑ พระสาวกขีณาสพผู้ละความมัวเมาและความหลง มีจิตสงบ ผู้คงที่ มาประชุมจำนวน ๘๐๐,๐๐๐ รูป

[๑๐] ครั้งที่ ๒ พระสาวกขีณาสพผู้ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน ปราศจากธุลี สงบระงับ ผู้คงที่ มาประชุมจำนวน ๗๐๐,๐๐๐ รูป

[๑๑] ครั้งที่ ๓ พระสาวกขีณาสพผู้บรรลุอภิญญาและพลธรรม ผู้ดับสนิท มีตบะ มาประชุมจำนวน ๖๐๐,๐๐๐ รูป

[๑๒] สมัยนั้น เราเป็นยักษ์มีฤทธิ์มาก เป็นใหญ่ ปกครองยักษ์ หลายโกฏิให้อยู่ในอำนาจ

[๑๓] แม้ในกาลนั้น เราก็ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่พระองค์นั้น แล้วได้ถวายข้าวและน้ำ ให้พระองค์เสวยพร้อมด้วยพระสงฆ์ฉันจนเพียงพอ[๑๔-๑๕] แม้พระมุนีผู้มีพระนัยนาบริสุทธิ์พระองค์นั้นก็ทรงพยากรณ์เราว่า “ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ... ข้ามแม่น้ำใหญ่ฉะนั้น”

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ผู้บรรลุอภิญญาพละ หมายถึงผู้บรรลุความมั่นคงในอภิญญา ๖ สามารถพิจารณาใคร่ครวญได้เร็ว ด้วยความเป็นผู้มีวสีภาพ (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๕๕) บางฉบับแปลว่า ผู้บรรลุอภิญญาและพลธรรม
  2. ๒... ข้อความที่ว่างไว้เหมือนกับข้อ ๖๒-๗๔ แห่งสุเมธปัตถนากถา (หน้า ๔๙๑-๔๙๓ ในเล่มนี้)
Page 526

[๑๖] เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว ก็ยินดีมีใจปราโมทย์อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศให้ยิ่งขึ้นไป[๑๗] มีพระนครชื่อว่าจันทวดี พระมหากษัตริย์พระนามว่ายสวา ทรงเป็นพระชนกของพระพุทธอโนมทัสสีศาสดา พระชนนีพระนามว่ายโสธรา[๑๘] พระองค์ทรงครอบครองเหย้าเรือนอยู่ ๑๐,๐๐๐ ปี มีปราสาทที่สูงส่ง ๓ องค์ ชื่อสิริ ๑ อุปสิริ ๑ วัฑฒะ ๑[๑๙] มีนางสนมกำนัลใน ๒๓,๐๐๐ นาง ล้วนประดับประดาสวยงามพระมเหสีพระนามว่าสิริมา พระราชโอรสพระนามว่าอุปสาละ[๒๐]

พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการจึงเสด็จออกผนวชด้วยวอทอง ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๑๐ เดือนเต็ม[๒๑] พระมหามุนีอโนมทัสสีมหาวีรเจ้า อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ สุทัสสนราชอุทยานอันประเสริฐ[๒๒] ทรงมีพระนิสภเถระและพระอโนมเถระเป็นพระอัครสาวก ทรงมีพระเถระชื่อว่าวรุณะเป็นพุทธอุปัฏฐาก[๒๓] พระสุนทราเถรีและพระสุมนาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา ต้นโพธิที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เรียกกันว่าต้นรกฟ้าขาว[๒๔] นันทิวัฑฒอุบาสกและสิริวัฑฒอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก อุปลาอุบาสิกาและปทุมาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา[๒๕] พระมหามุนีพระองค์นั้นสูง ๕๘ ศอก มีพระรัศมีซ่านออกสว่างไสวดังดวงอาทิตย์อุทัยฉะนั้น

Page 527

[๒๖] ในขณะนั้น สัตว์ทั้งหลายมีอายุ ๑๐๐,๐๐๐ ปี พระองค์ดำรงพระชนมายุอยู่เท่านั้น ทรงช่ว ยให้หมู่ชนข้ามพ้นวัฏฎสงสารได้เป็นอันมาก[๒๗] พระศาสนาของพระองค์บานสะพรั่งงดงามด้วยพระอรหันต์ทั้งหลายผู้คงที่ ผู้ปราศจากราคะและมลทิน[๒๘] พระศาสดาผู้ทรงมีพระยศนับไม่ได้ และคู่พระสาวกผู้ไม่มีใครแม้น เหมือนอันตรธานไปหมดสิ้นแล้ว สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ[๒๙] พระอโนมทัสสีศาสดาชินเจ้าเสด็จนิพพาน ณ ธัมมารามพระสถูปของพระองค์สูง ๒๐ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ ธัมมารามนั้น ฉะนี้แล

จบ อโนมทัสสีพุทธวงศ์ที่ ๗

๑๐. ปทุมพุทธวงศ์

ว่าด้วยพระประวัติพระปทุมพุทธเจ้า

{๙} [๑] สมัยต่อจากพระอโนมทัสสีศาสดา มีพระสัมพุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่าสรรพสัตว์มีพระนามว่าปทุมะ ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอ[๒] ศีลของพระองค์หามีใครเสมอไม่ แม้สมาธิก็ไม่มีที่สุด พระญาณอันประเสริฐนับไม่ถ้วน แม้วิมุตติก็ไม่มีอะไรเปรียบ[๓] แม้ในคราวที่พระองค์ผู้ทรงเดชไม่มีอะไรเทียบเท่าทรงประกาศธรรมจักร ธรรมาภิสมัยอันกำจัดความมืดได้มี ๓ ครั้ง

End of ๗. อโนมทัสสีพุทธวงศ์