arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์

๗. อโนมทัสสีพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๘ (Royal Thai)8/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๗. อโนมทัสสีพุทธวงศ์

ว่าด้วยพระประวัติของพระอโนมทัสสีพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ อโนมทัสสีพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 33, pp. 623–628

The Mahachula Pali of this passage is not in the e-tipitaka data.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยต่อจากพระพุทธเจ้าพระนามว่าโสภิตะ

ได้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี

ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์ มีพระยศหาประมาณมิได้

ทรงมีพระเดชยากที่จะล่วงได้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงตัดกิเลสเครื่องผูกได้ทุกอย่าง

ทรงทำลายภพทั้ง ๓ แล้ว

ทรงแสดงทางที่มีการไปไม่หวนกลับ

แก่หมู่เทวดาและมนุษย์

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1หมายถึงตัดกิเลสเครื่องผูกคือสังโยชน์ ๑๐ ได้ทั้งหมด (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒/๒๕๓)
  2. 2ภพ ๓ ได้แก่ กามภพ รูปภพ และอรูปภพ (ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๐๕/๒๖๕)
  3. 3ทางที่ไปแล้วไม่หวนกลับในที่นี้ได้แก่ นิพพาน (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๕๓)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงเป็นผู้ไม่หวั่นไหวดังมหาสมุทร

หาผู้กระทบกระทั่งได้ยากดังภูเขา

ทรงมีพระคุณหาที่สุดมิได้ดังอากาศ

ทรงงดงาม(ด้วยมหาปุริสลักษณะและพระอนุพยัญชนะ)

ดังต้นพญาไม้สาละที่มีดอกบานสะพรั่ง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สัตว์ทั้งหลายย่อมยินดีแม้ด้วยการเห็นพระพุทธองค์

สัตว์เหล่านั้นได้สดับพระดำรัสที่กำลังตรัสแล้ว

ย่อมบรรลุอมตธรรม

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น ในการแสดงธรรมครั้งแรกของพระองค์

การบรรลุธรรมเจริญรุ่งเรืองแผ่ไปอย่างกว้างขวาง

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๑๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรม

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยต่อมา ในการตรัสพระธรรมเทศนาครั้งที่ ๒ นี้

เมื่อพระพุทธเจ้ายังฝนคือธรรมให้ตกอยู่

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๘๐ โกฏิได้บรรลุธรรม

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยต่อมา เมื่อพระพุทธองค์ยังธารน้ำคือธรรมให้หลั่งไหล

ทำหมู่สัตว์ให้อิ่มหนำ

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๗๘ โกฏิได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๓

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสีพระองค์นั้น

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ได้มีการประชุมพระภิกษุสงฆ์สาวกผู้บรรลุอภิญญา

และพลธรรม ผู้เบิกบานด้วยการหลุดพ้น ๓ ครั้ง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น พระขีณาสพผู้ละความมัวเมาและความหลง

ผู้มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ รูป มาประชุมกัน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระขีณาสพผู้ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน ปราศจากธุลีคือกิเลส

ผู้มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ จำนวน ๗๐๐,๐๐๐ รูป

มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๒

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระขีณาสพผู้บรรลุอภิญญาและพลธรรม ดับกิเลสได้แล้ว

มีตบะ ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ รูป มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๓

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยนั้น เราเกิดเป็นยักษ์ผู้มีฤทธิ์มาก วางอำนาจ

เป็นใหญ่กว่ายักษ์หลายโกฏิ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้ครั้งนั้น เราก็ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐพระองค์นั้น

ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว

ได้อังคาสพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

พร้อมทั้งพระสงฆ์ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น แม้พระมุนีผู้มีนัยนาบริสุทธิ์พระองค์นั้น

ก็ทรงพยากรณ์เราว่า

ในกัปอันประมาณมิได้นับจากกัปนี้ไป

ยักษ์ตนนี้จักเป็นพระพุทธเจ้า

พระตถาคตได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระตถาคตทรงเริ่มตั้งความเพียร

บำเพ็ญทุกรกิริยา จักประทับนั่งที่โคนต้นอชปาลนิโครธ

ทรงรับข้าวปายาสในที่นั้นแล้ว เสด็จไปยังแม่น้ำเนรัญชรา

พระชินเจ้าพระองค์นั้นจักเสวยข้าวปายาส

ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา แล้วเสด็จไปที่โคนต้นโพธิ์

ตามหนทางอันประเสริฐที่ตกแต่งไว้แล้ว

จากนั้น พระองค์ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่

จักทำประทักษิณโพธิมัณฑ์อันยอดเยี่ยมแล้ว

ตรัสรู้ที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์

พระมารดาผู้ให้กำเนิดพระชินเจ้าพระองค์นี้

จักมีพระนามว่ามายา

พระบิดาจักมีพระนามว่าสุทโธทนะ

พระชินเจ้าพระองค์นี้จักมีพระนามว่าโคดม

พระโกลิตเถระและพระอุปติสสเถระ

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าอานนท์ จักเป็นพระอุปัฏฐาก

บำรุงพระชินเจ้าพระองค์นี้

พระเขมาเถรีและพระอุบลวรรณาเถรี

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นอัสสัตถพฤกษ์

จิตตคหบดีอุบาสกและหัตถกคหบดีอุบาสก

ชาวเมืองอาฬวีจักเป็นอัครอุปัฏฐาก

นันทมารดาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกา

จักเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

พระโคดมผู้มียศพระองค์นั้น

จักมีพระชนมายุประมาณ ๑๐๐ ปี

เทวดาและมนุษย์ ได้ฟังพระดำรัสนี้

ของพระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว

ต่างก็มีความชื่นชมกล่าวว่า

‘ท่านผู้นี้เป็นหน่อพุทธางกูร’

สัตว์ทั้งหลายในหมื่นจักรวาลพร้อมทั้งเทวดา

ต่างก็เปล่งเสียงโห่ร้องปรบมือ ร่าเริง

ประนมมือนมัสการว่า

‘ถ้าเราทั้งหลายจักพลาดศาสนาของพระโลกนาถพระองค์นี้

เราทั้งหลายก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล

มนุษย์ทั้งหลายเมื่อจะข้ามแม่น้ำ พลาดท่าเฉพาะหน้าแล้ว

ก็ยึดเอาท่าถัดไปจึงข้ามแม่น้ำใหญ่ไป ฉันใด

เราทั้งหมดก็ฉันนั้น ถ้าพลาดพระชินเจ้าพระองค์นี้

ก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราได้ฟังพระดำรัสของพระพุทธเจ้าแม้พระองค์นั้นแล้ว

ทั้งยินดี ทั้งตื้นตันใจ

ได้อธิษฐานวัตรเพื่อบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการให้ยิ่งขึ้นไป

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กรุงชื่อว่าจันทวดี กษัตริย์พระนามว่ายสวาเป็นพระชนก

พระเทวีพระนามว่ายโสธราเป็นพระชนนี

ของพระศาสดาพระนามว่าอโนมทัสสี

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงครองฆราวาสอยู่ ๑๐,๐๐๐ ปี

มีปราสาทที่อุดมอยู่ ๓ หลัง

คือสิริปราสาท อุปสิริปราสาท และวัฑฒปราสาท

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มีนางสนมกำนัล ๒๓,๐๐๐ นาง

ล้วนประดับประดาสวยงาม

พระมเหสีพระนามว่าสิริมา

พระราชโอรสพระนามว่าอุปสาละ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินเจ้าทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ

จึงทรงวอทองออกผนวชแล้ว

ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๑๐ เดือนเต็ม(จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระมหาวีรมหามุนีพระนามว่าอโนมทัสสี

ผู้อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร

ณ พระอุทยานสุทัสสนะอันประเสริฐ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระนิสภเถระและพระอโนมเถระเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าวรณะเป็นพระอุปัฏฐาก

ของพระศาสดาพระนามว่าอโนมทัสสี

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระสุนทราเถรีและพระสุมนาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่าต้นรกฟ้า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

นันทิวัฑฒอุบาสกและสิริวัฑฒอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก

อุปปลาอุบาสิกาและปทุมาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระมหามุนีทรงมีพระวรกายสูง ๕๘ ศอก

พระองค์มีพระรัศมีแผ่ซ่านออกสว่างไสว ดังดวงอาทิตย์อุทัย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขณะนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ปี

พระองค์ก็ทรงดำรงพระชนมายุประมาณเท่านั้น

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ศาสนาของพระชินเจ้าบานสะพรั่ง

งดงามด้วยพระอรหันต์ทั้งหลาย ผู้คงที่

ปราศจากราคะและไม่มีมลทิน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระศาสดาพระองค์นั้นผู้มีพระยศหาประมาณมิได้

และคู่พระอัครสาวกผู้ไม่มีบุคคลเสมอเหมือน

ทุกอย่างล้วนอันตรธานไปหมดแล้ว

สังขารทั้งปวงเป็นสภาพว่างเปล่าหนอ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินศาสดาพระนามว่าอโนมทัสสี

เสด็จดับขันธปรินิพพานที่ธรรมาราม

พระสถูปของพระชินเจ้านั้น

ที่ธรรมารามนั้น สูง ๒๕ โยชน์ ฉะนี้แล

อโนมทัสสีพุทธวงศ์ที่ ๗ จบ

End of ๗. อโนมทัสสีพุทธวงศ์