arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์

๑๙. วิปัสสีพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๒๐ (Royal Thai)20/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

เอกูนวีสติโม วิปสฺสิพุทฺธวํโส

วิปัสสีพุทธวงศ์ที่ ๑๙

ว่าด้วยพระประวัติพระวิปัสสีพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ วิปัสสีพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

ปุสฺสสฺส อปเรน สมฺพุทฺโธ ทิปทุตฺตโม

วิปสฺสี นาม นาเมน โลเก อุปฺปชฺชิ จกฺขุมา ฯ

อวิชฺชณฺฑํ ๑ ปทาเลตฺวา ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ

ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตุํ ปกฺกามิ พนฺธุมตีปุรํ ฯ

ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตฺวา อุโภ โพเธสิ นายโก

คณนาย น วตฺตพฺโพ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ

ปุนาปรํ อมิตยโส ตตฺถ สจฺจํ ปกาสยิ

จตุราสีติสหสฺสานํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ

จตุราสีติสหสฺสานิ สมฺพุทฺธมนุปพฺพชุํ

เตสมารามปตฺตานํ ธมฺมํ เทเสสิ จกฺขุมา ฯ

สพฺพากาเรน ภาสโต ฐตฺวา ๑ อุปนิสฺสา ชิโน ๒

เตปิ ธมฺมวรํ คนฺตฺวา ตติยาภิสมโย อหุ ฯ

สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ วิปฺปสฺสิสฺส มเหสิโน

ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ

อฏฺฐสฏฺฐิสตสหสฺสานํ ปฐโม อาสิ สมาคโม

ภิกฺขุสตสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ

อสีติภิกฺขุสหสฺสานํ ตติโย อาสิ สมาคโม

ตตฺถ ภิกฺขุคณมชฺเฌ สมฺพุทฺโธ อติโรจติ ฯ

อหนฺเตน สมเยน นาคราชา มหิทฺธิโก

อตุโล นาม นาเมน ปุญฺญวนฺโต ชุตินฺธโร ฯ

เนกานํ นาคโกฏีนํ ปริวาเรตฺวานหํ ตทา

วชฺชนฺโต ทิพฺพตุริเยหิ โลกเชฏฺฐํ อุปาคมึ ฯ

อุปสงฺกมิตฺวาน สมฺพุทฺธํ วิปสฺสึ โลกนายกํ

มณิมุตฺตารตนขจิตํ สพฺพาภรณวิภูสิตํ

นิมนฺเตตฺวา ธมฺมราชสฺส สุวณฺณปีฐมทาสหํ ฯ

โสปิ มํ พุทฺโธ พฺยากาสิ สงฺฆมชฺเฌ นิสีทิย

เอกนวุติ อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ

อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต

ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ

อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต

ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ

เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน

ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ

ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ

อสฺสตฺถมูเล สมฺโพธึ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ

อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ

ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ

โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา

อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา

อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ

เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา

อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ

โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ

จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ

นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา

อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ

อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน

อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ

อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ

กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ

ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ

อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ

ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย

เหฏฺฐา ติตฺถํ คเหตฺวา อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ

เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ

อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ

ตสฺสาปิ ๑ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ

อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ

นครํ พนฺธุมตี นาม พนฺธุโม นาม ขตฺติโย

มาตา พนฺธุมตี นาม วิปสฺสิสฺส มเหสิโน ฯ

อฏฺฐวสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส

นนฺโท สุนนฺโท สิริมา ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ

ติจตฺตาริสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา

สุทสฺสนา ๒ นาม นารี สมวตฺตกฺขนฺโธ ๓ นาม อตฺรโช ฯ

นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา รถยาเนน นิกฺขมิ

อนูนอฏฺฐมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ

พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต วิปสฺสี โลกนายโก

วตฺตจกฺโก มหาวีโร มิคทาเย นรุตฺตโม ฯ

ขนฺโธ จ ติสฺสนาโม จ อเหสุํ อคฺคสาวกา

อโสโก นามุปฏฺฐาโก วิปสฺสิสฺส มเหสิโน ฯ

จนฺทา จ จนฺทมิตฺตา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา

โพธิ ตสฺส ภควโต ปาฏลีติ ปวุจฺจติ ฯ

ปุนพฺพสุมิตฺโต นาโค จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา

สิริมา อุตฺตรา เจว อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ

อสีติหตฺถมุพฺเพโธ วิปสฺสี โลกนายโก

ปภา นิทฺธาวตี ตสฺส สมนฺตา สตฺตโยชเน ฯ

อสีติวสฺสสหสฺสานิ อายุ พุทฺธสฺส ตาวเท

ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ

พหุเทวมนุสฺสานํ พนฺธนํ ปริโมจยิ

มคฺคามคฺคญฺจ อาจิกฺขิ อวเสสปุถุชฺชเน ฯ

อาโลกํ ทสฺสยิตฺวาน ทสฺเสตฺวา อมตํ ปทํ

ชลิตฺวา อคฺคิกฺขนฺโธว นิพฺพุโต โส สสาวโก ฯ

อิทฺธิวรํ ปุญฺญวรํ ลกฺขณจกฺกสุมิตํ ๑

สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ

วิปสฺสี นรวโร วีโร สุมิตฺตารามมฺหิ นิพฺพุโต

ตตฺเถว ตสฺส ถูปวโร สตฺตโยชนมุสฺสิโตติ ฯ

วิปสฺสิพุทฺธวํโส เอกูนวีสติโม ฯ

๑ ม. ยุ. อวิชฺชํ สพฺพํ ฯ

๑ ม. ยุ. สุตฺวา ฯ ๒ ม. อุปนิสาทิโน ฯ

๑ ม. ยุ. ตสฺสาหํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ ยุ. สุตนา ฯ ๓ ยุ. สํวฏฺฏกขนฺโธ ฯ

๑ ม. ลกฺขณญฺจ กุสุมิตํ ฯ ยุ. ลกฺขณญฺจตุภูมิกํ ฯ

Royal Thai

ในกัปต่อมาจากพระปุสสพุทธเจ้า มีพระสัมพุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่าสัตว์ ผู้มีจักษุ มีพระนามว่าวิปัสสี เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ทรงทำลายกะเปาะฟองไข่คืออวิชชาแล้ว ทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม เสด็จไปยังพระนครพันธุมดี เพื่อทรงประกาศพระธรรมจักร ทรงประกาศพระธรรมจักรให้เทวดาและมนุษย์ได้ตรัสรู้ ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ จะพึงกล่าวด้วยการนับมิได้ ทรงประกาศจตุราริยสัจในพระนครนั้น ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์แปดหมื่นสี่พันมนุษย์แปดหมื่นสี่พันออกบวชตาม พระสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงแสดงธรรมแก่เขาผู้มาถึงอาราม พระชินเจ้าทรงตั้งอยู่ในเหตุโดยการตรัสด้วยอาการทั้งปวง แม้มนุษย์เหล่านั้นได้บรรลุธรรมอันประเสริฐเป็นธรรมาภิสมัยครั้งที่

๓ พระวิปัสสีบรมศาสดา ทรงมีการประชุมพระภิกษุขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้งครั้งที่ ๑ พระภิกษุขีณาสพมาประชุมกันหกโกฏิแปดแสน ครั้งที่ ๒หนึ่งแสน ครั้งที่ ๓ แปดหมื่น พระสัมพุทธเจ้าทรงรุ่งเรืองอย่างยิ่งในท่ามกลางหมู่พระภิกษุขีณาสพนั้น สมัยนั้น เราเป็นพระยานาคราชผู้มีฤทธิ์มาก มีบุญ ทรงความรุ่งเรือง มีนามชื่อว่าอตุละ ในกาลนั้นเราแวดล้อมด้วยนาคหลายโกฏิเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นเชษฐบุรุษของโลก ประโคมดนตรีทิพย์ถวาย ครั้นเข้าเฝ้าพระองค์ผู้เป็นนายกของโลกแล้ว เรานิมนต์พระองค์แล้ว ได้ถวายตั่งทองอันวิจิตรด้วยแก้วมณีและแก้วมุกดา ประดับด้วยอาภรณ์ทั้งปวง

แก่พระองค์ผู้เป็นพระธรรมราชา แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ประทับนั่งท่ามกลางสงฆ์แล้ว ก็ทรงพยากรณ์เราว่า ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ........ ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้วยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการให้ยิ่งขึ้นไป พระนครชื่อว่าพันธุมดี พระบรมกษัตริย์พระนามว่าพันธุมะ เป็นพระชนกของพระวิปัสสีบรมศาสดา พระนางพันธุมดี เป็นพระชนนี พระองค์ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่แปดพันปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ปราสาท ชื่อนันทะ สุนันทะ และสิริมา ทรงมีพระสนมนารีกำนัลในสี่หมื่นสามพันนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าสุทัสนา พระราชโอรสพระนามว่าสมวัตตขันธ์

พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยราชรถพระที่นั่งทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๘ เดือนเต็ม พระวิปัสสีมหาวีรเจ้าผู้เป็นนายกของโลก อุดมกว่านรชน อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ มฤคทายวัน ทรงมีพระขันธเถระและพระติสสนามเถระ เป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่าอโสก เป็นพระพุทธอุปัฏฐากพระจันทาเถรีและพระจันทมิตตาเถรี เป็นพระอัครสาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์เรียกกันว่าไม้แคฝอย ปุนัพพสุมิตตอุบาสกและนาคอุบาสก เป็นอัครอุปัฏฐาก สิริมาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระวิปัสสีสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกสูง๘๐ ศอก พระองค์มีพระรัศมีเปล่งปลั่ง แผ่ไป ๗ โยชน์ โดยรอบครั้งนั้น พระพุทธเจ้ามีพระชนมายุแปดหมื่นปี

พระองค์ทรงดำรงอยู่เท่านั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นวัฏฏสงสารเป็นอันมาก ทรงเปลื้องเทวดาและมนุษย์เป็นอันมากให้พ้นจากเครื่องผูก ตรัสบอกทางและมิใช่ทางแก่ปุถุชนที่เหลือ ทรงแสดงแสงสว่าง ทรงแสดงอมตบททรงรุ่งเรืองดังกองไฟ แล้วเสด็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวก พระฤทธิ์และบุญอันประเสริฐ พระลักษณะและลายจันทรอันสวยงามทุกอย่างหายไปสิ้น สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระวิปัสสิวีรเจ้าผู้ประเสริฐกว่านรชน เสด็จนิพพาน ณ สุมิตตาราม พระสถูปอันประเสริฐของพระองค์สูง ๗ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ สุมิตตารามนั้น ฉะนี้แล.

จบวิปัสสีพุทธวงศ์ที่ ๑๙

End of ๑๙. วิปัสสีพุทธวงศ์