พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์
๑๓. ปิยทัสสีพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๔ (Royal Thai)14/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
เตรสโม ปิยทสฺสิพุทฺธวํโส
ปิยทัสสีพุทธวงศ์ที่ ๑๓
ว่าด้วยพระประวัติพระปิยทัสสีพุทธเจ้า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ปิยทัสสีพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
สุชาตสฺส อปเรน สยมฺภู โลกนายโก
ทุราสโท อสมสโม ปิยทสฺสี มหายโส ฯ
โสปิ พุทฺโธ อมิตยโส อาทิจฺโจว วิโรจติ
นิหนฺตฺวาน ตมํ สพฺพํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตยิ ฯ
ตสฺสาปิ อตุลเตชสฺส อเหสุํ อภิสมยา ตโย
โกฏิสตสหสฺสานํ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ
สุทสฺสโน เทวราชา มิจฺฉาทิฏฺฐิมโรจยิ
ตสฺส ทิฏฺฐึ วิโนเทนฺโต สตฺถา ธมฺมมเทสยิ ฯ
ชนสนฺนิปาโต อตุโล มหา สนฺนิปตี ตทา
นวโกฏิสหสฺสานํ ๑ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ
ยทา โทณมุขํ หตฺถึ วิเนติ ๒ นรสารถิ
อสีติโกฏิสหสฺสานํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ
สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ ตสฺสาปิ ปิยทสฺสิโน
โกฏิสตสหสฺสานํ ปฐโม อาสิ สมาคโม ฯ
ตโต ปรํ นวุติโกฏี สมึสุ เอกโต มุนี
ตติเย สนฺนิปาตมฺหิ อสีติโกฏิโย อหุ ฯ
อหนฺเตน สมเยน กสฺสโป นาม มาณโว ๓
อชฺฌายิโก มนฺตธโร ติณฺณํ เวทาน ปารคู ฯ
ตสฺส ธมฺมํ สุณิตฺวาน ปสาทํ ชนยึ อหํ
โกฏิสตสหสฺเสหิ สงฺฆารามํ อมาปยึ ๔ ฯ
ตสฺส ทตฺวาน อารามํ หฏฺโฐ สํวิคฺคมานโส
สรเณ ๕ ปญฺจสีเล จ ทฬฺหํ กตฺวา สมาทยึ ฯ
โสปิ มํ พุทฺโธ พฺยากาสิ สงฺฆมชฺเฌ นิสีทิย
อฏฺฐารสกปฺปสเต อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ
อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต
ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ
อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต
ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ
เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน
ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ
ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ
อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ
อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ
ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา
โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา
อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ
เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ
โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ
จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ
นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา
อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ
อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน
อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ
อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ
กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ
ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย
เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ
เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ ๑
อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ
สุธญฺญํ นาม นครํ สุทตฺโต นาม ขตฺติโย
สุจนฺทา ๒ นาม ชนิกา ปิยทสฺสิสฺส สตฺถุโน ฯ
นววสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส
สุนิมฺมลวิมลคิริคูหา ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ
เตตฺตึสติสหสฺสานิ [๓] นาริโย สมลงฺกตา
วิมลา ๔ นาม สา นารี กญฺจนาเวฬอตฺรโช ๕ ฯ
นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา รถยาเนน นิกฺขมิ
ฉมาสํ ปธานจารํ อจริ ปุริสุตฺตโม ฯ
พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต ปิยทสฺสึ มหามุนิ
วตฺตจกฺโก มหาวีโร อุสภุยฺยาเน ๑ มโนรเม ฯ
ปาลิโต สพฺพทสฺสี จ อเหสุํ อคฺคสาวกา
โสภิโต นามุปฏฺฐาโก ปิยทสฺสิสฺส สตฺถุโน ฯ
สุชาตา ธมฺมทินฺนา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา
โพธิ ตสฺส ภควโต กกุโธติ ๒ ปวุจฺจติ ฯ
สนฺทโก ๓ ธมฺมิโก เจว อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา
วิสาขา ธมฺมทินฺนา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ
โสปิ พุทฺโธ อมิตยโส ทฺวตฺตึสวรลกฺขโณ
อสีติหตฺถมุพฺเพโธ สาลราชาว ทิสฺสติ ฯ
อคฺคิยา จนฺทสุริยานํ นตฺถิ ตาทิสิกา ปภา
ยถา อหุ ปภา ตสฺส อสมสฺส มเหสิโน ฯ
ตสฺสาปิ เทวเทวสฺส อายุ ตาวตฺตกา ๔ อหุ
นวุติวสฺสสหสฺสานิ โลเก อฏฺฐาสิ จกฺขุมา ฯ
โสปิ พุทฺโธ อสมสโม ยุคานิปิ ตานิ อตุลิยานิ
สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ
(๕) ปิยทสฺสี มุนิวโร อสฺสตฺถารามมฺหิ นิพฺพุโต
ตตฺเถว ตสฺส ชินถูโป ตีณิ โยชนมุคฺคโตติ ฯ
ปิยทสฺสิพุทฺธวํโส เตรสโม ฯ
๑ ยุ. อตุลโย จ ฯ ๒ ม. โอปมฺเมหิ ฯ ยุ. โอปเมหิ ฯ ๓ โป. วิจิตฺติตํ ฯ
ม. จิตฺติตํ ฯ ยุ. วิจิตํ ฯ ๔ ม. ยุ. อยํ คาถา นตฺถิ ฯ ๕ ม. ยุ. ตตฺเถว ตสฺส
เจติโย ฯ
๑ ม. ยุ. นวุติโกฏิสหสฺสานํ ฯ ๒ ม. ยุ. วิเนสิ ฯ ๓ ม. ยุ. พฺราหฺมโณ ฯ
๔ โป. ยุ. อมาปยิ ฯ ๕ ยุ. สรณํ ปญฺจสีลญฺจ ฯ
๑ ยุ. ปสาทยิ ฯ ๒ โป. สุจนฺทนา ฯ ม. จนฺทา นามาสิ ฯ ๓ ม. จ ฯ ๔ ยุ.
วิมลา นาม นารี จ ฯ ๕ ม. กญฺจนาเวโฬ นาม อตฺรโช ฯ ยุ. กญฺจนเวโฬ นาม... ฯ
๑ ยุ. อุสฺสาวนุยฺยาเน ฯ ๒ ยุ. กกุทฺโธติ ฯ ๓ ม. สนฺธโก ธมฺมโก เจว ฯ
ยุ. สนฺนโก ฯ ๔ ม. ตาวตกํ ฯ ๕ ยุ. โส ฯ
สมัยต่อมาจากพระพุทธเจ้า พระนามว่าสุชาต พระสยัมภู พระนามว่าปิยทัสสี ผู้เป็นนายกของโลก ยากที่จะเทียมทันหา ผู้เสมอเหมือนมิได้ มียศมาก แม้พระพุทธเจ้าผู้ทรงยศนับมิได้พระองค์นั้น ทรงรุ่งเรืองดังพระอาทิตย์ ทรงกำจัดความมืดทั้งปวงแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร แม้พระองค์ก็ทรงสั่งสอนให้สัตว์ได้ตรัสรู้ธรรม ๓ครั้ง ครั้งที่ ๑ ธรรมาภิสมัยได้มีแก่สัตว์แสนโกฏิ ท้าวสุทัสนเทวราชมากราบทูลถึงมิจฉาทิฏฐิ เมื่อพระศาสดาจะทรงบรรเทาทิฏฐิของท้าวเทวราชนั้น ทรงแสดงธรรม
ครั้งนั้น มหาชนมาประชุมสันนิบาตกันมากมาย ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์เก้าพันโกฏิ ในคราวที่พระศาสดาผู้เป็นสารถีฝึกนรชน ทรงปราบช้างโทนมุข ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์แปดหมื่นโกฏิ แม้พระปิยทัสสีพุทธเจ้าพระองค์นั้น ก็มีการประชุมพระภิกษุขีณาสพ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑พระภิกษุขีณาสพมาประชุมกันแสนโกฏิ ครั้งที่ ๒ ต่อแต่นั้น พระภิกษุขีณาสพมาประชุมกันเก้าสิบโกฏิ ครั้งที่ ๓ พระภิกษุขีณาสพมาประชุมกันแปดสิบโกฏิ สมัยนั้น เราเป็นมาณพชื่อว่า กัสสปะเป็นผู้เล่าเรียน ทรงจำมนต์ รู้จบไตรเพท
เราได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว เกิดความเลื่อมใส ได้บริจาคทรัพย์แสนโกฏิสร้างสังฆารามถวาย ครั้นถวายอารามแก่พระองค์แล้ว มีใจยินดีโสมนัส ได้สมาทานสรณะและเบญจศีลกระทำให้มั่น แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ก็ประทับนั่งท่ามกลางสงฆ์ ทรงพยากรณ์เราว่า ในพันแปดร้อยกัปผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก .......... ข้ามแม่น้ำใหญ่ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว ก็ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการให้ยิ่งขึ้นพระนครชื่อว่าสุธัญญะ พระบรมกษัตริย์ พระนามว่าสุทัตตะ เป็นพระชนกของพระปิยทัสสีศาสดา พระนางสุจันทา เป็นพระชนนีพระองค์ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่เก้าพันปี
ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อสุนิมมิละ วิมละ และคิริคุหา ทรงมีพระสนมนารีกำนัลในสามหมื่นสามพันนาง ล้วนประดับประดาสวยงามพระมเหสีพระนามว่าวิมลา พระราชโอรสพระนามว่ากัญจนาเวฬะพระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยราชรถทรงทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๖ เดือนเต็ม พระปิยทัสสีมหามุนีมหาวีรเจ้าอันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ อุสภอุทยานอันรื่นรมย์ใจ ทรงมีพระปาลิตเถระและพระสรรพทัสสีเถระเป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่าโสภิตะ เป็นพุทธอุปัฏฐากพระสุชาตาเถรีและพระธรรมทินนาเถรี เป็นพระอัครสาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์เรียกชื่อว่าต้นกุ่ม สันทกอุบาสกและธรรมิกอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก วิสาขาอุบาสิกาและธรรมทินนาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา
พระพุทธเจ้าผู้ทรงยศนับมิได้พระองค์นั้น ทรงมีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ สูง ๘๐ ศอก ปรากฏดังพญารัง รัศมีของพระบรมศาสดาซึ่งหาผู้เสมอมิได้พระองค์นั้นแสงไฟ รัศมีพระจันทร์และพระอาทิตย์ ไม่เปรียบปานเลย แม้พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุพระองค์นั้น ทรงดำรงอยู่ในโลกเก้าหมื่นปีเท่ากับอายุของมนุษย์ทั้งหลาย แม้พระพุทธเจ้าซึ่งหาผู้เสมอเหมือนมิได้พระองค์นั้น แม้คู่พระอัครสาวกซึ่งไม่มีผู้เทียบเคียงเหล่านั้นหายไปหมดสิ้นแล้ว สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระปิยทัสสีมุนีผู้ประเสริฐ เสด็จนิพพาน ณ อัสสัตถาราม พระสถูปของพระองค์สูง ๓ โยชน์ ประดิษฐาน ณ อัสสัตถารามนั้น ฉะนี้แล.
จบปิยทัสสีพุทธวงศ์ที่ ๑๓
End of ๑๓. ปิยทัสสีพุทธวงศ์