arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์

๗. อโนมทัสสีพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๘ (Royal Thai)8/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

สตฺตโม อโนมทสฺสิพุทฺธวํโส

อโนมทัสสีพุทธวงศ์ที่ ๗

ว่าด้วยพระประวัติพระอโนมทัสสีพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ อโนมทัสสีพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

โสภิตสฺส อปเรน สมฺพุทฺโธ ทิปทุตฺตโม

อโนมทสฺสี อมิตยโส เตชสี ทุรติกฺกโม ฯ

โส เฉตฺวา พนฺธนํ สพฺพํ วิทฺธํเสตฺวา ตโย ภเว

อนิวตฺติคมนํ มคฺคํ เทเสสิ เทวมานุเส ฯ

สาคโรว อสงฺโขพฺโภ ปพฺพโตว ทุราสโท

อากาโสว อนนฺโต โส สาลราชาว ผุลฺลิโต ฯ

ทสฺสเนนปิ ตํ พุทฺธํ โตสิตา โหนฺติ ปาณิโน

พฺยาหรนฺตํ คิรํ สุตฺวา อมตํ ปาปุณนฺติ เต ฯ

ธมฺมาภิสมโย ตสฺส อิทฺโธ ผีโต ตทา อหุ

โกฏิสตานิ อภิสมึสุ ปฐเม ธมฺมเทสเน ฯ

ตโต ปรํ อภิสมเย วสฺสนฺเต ธมฺมวุฏฺฐิโย

อสีติโกฏี อภิสมึสุ ทุติเย ธมฺมเทสเน ฯ

ตโต ปรํ ๑ หิ วสฺสนฺเต ตปฺปยนฺเตว ปาณินํ

อฏฺฐสตฺตติโกฏีนํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ

สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ ตสฺสาปิ จ มเหสิโน

อภิญฺญาพลปฺปตฺตานํ ปุปฺผิตานํ วิมุตฺติยา ฯ

อฏฺฐสตสหสฺสานํ สนฺนิปาตา ๒ ตทา อหุ

ปหีนมทโมหานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ

สตฺตสตสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม

อนงฺคณานํ วิรชานํ อุปสนฺตาน ตาทินํ ฯ

ฉนฺนํ สตสหสฺสานํ ตติโย อาสิ สมาคโม

อภิญฺญาพลปฺปตฺตานํ นิพฺพุตานํ ตปสฺสินํ ฯ

อหนฺเตน สมเยน ยกฺโข อาสึ มหิทฺธิโก

เนกานํ ยกฺขโกฏีนํ วสวตฺติมฺหิ อิสฺสโร ฯ

ตทาปิ ตํ พุทฺธวรํ อุปคนฺตฺวา มเหสินํ

อนฺน ปาเนน ตปฺเปสึ สสงฺฆํ โลกนายกํ ฯ

โสปิ มํ ตทา พฺยากาสิ วิสุทฺธนยโน มุนิ

อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ

อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต

ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ

อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต

ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ

เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน

ปฏิยตฺต วรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ

ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ

อสฺสตฺถ รุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ

อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ

ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ

อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา

โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา

อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ

เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา

อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ

โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ

จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ

นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา

อายุ วสฺส สตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ

อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน

อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ

อุกฺกุฏฺฐิ สทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ

กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ

ยทิ มสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ

อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ

ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย

เหฏฺฐา ติตฺถํ ๑ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ

เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ

อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ

ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ตุฏฺโฐ สํวิคฺคมานโส

อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทส ปารมิปูริยา ฯ

นครํ จนฺทวตี นาม ยสวา นาม ขตฺติโย

มาตา ยโสธรา นาม อโนมทสฺสิสฺส สตฺถุโน ฯ

ทสวสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส

สิริ อุปสิริ วฑฺโฒ ตโย ปาสาท มุตฺตมา ฯ

เตวีสติ สหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา

สิริมา นาม สา นารี อุปสาโล นาม อตฺรโช ฯ

นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา สิวิกายาภินิกฺขมิ

อนูน ทสมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ

พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต อโนมทสฺสี มหามุนิ

วตฺตจกฺโก มหาวีโร สุทสฺสนุยฺยานมุตฺตเม ฯ

นิสโภ จ อโนโม จ อเหสุํ อคฺคสาวกา

วรุโณ นามุปฏฺฐาโก อโนมทสฺสิสฺส สตฺถุโน ฯ

สุนฺทรา ๑ จ สุมนา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา

โพธิ ตสฺส ภควโต อชฺชุโนติ ปวุจฺจติ ฯ

นนฺทิวฑฺโฒ สิริวฑฺโฒ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา

อุปฺปลา จ ๒ ปทุมา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ

อฏฺฐปณฺณาสรตนํ อจฺจุคฺคโต มหามุนิ

ปภา นิทฺธาวตี ตสฺส สตรํสีว อุคฺคโต ฯ

วสฺส สตสหสฺสานิ อายุ วิชฺชติ ตาวเท

ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ

สุปุปฺผิตํ ปาวจนํ อรหนฺเตหิ ตาทิหิ

วีตราเคหิ วิมเลหิ โสภติ ๓ ชินสาสนํ ฯ

โส จ สตฺถา อมิตยโส ยุคานิ ตานิ อตุลิยานิ

สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ

อโนมทสฺสี ชิโน สตฺถา ธมฺมารามมฺหิ นิพฺพุโต

ตตฺเถว ตสฺส ชินถูโป อุพฺเพโธ ปน วีสตีติ ฯ

อโนมทสฺสิพุทฺธวํโส สตฺตโม ฯ

๑ ม. เตปิ ฯ ยุ. เตปิ จ ฯ

๑ ยุ. ... ปิ ฯ ๒ โป. ม. สนฺนิปาโต ฯ

๑ โป. ... ติตฺเถ ฯ

๑ โป. สุนฺทรา จ สุนามา จ ฯ ม. ยุ. สุนฺทรี จ ฯ ๒ ม. ยุ. เจว ฯ

๓ ม. ยุ. โสภิตฺถ ฯ

Royal Thai

สมัยต่อมาจากพระพุทธเจ้าพระนามว่าโสภิตมีพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี ทรงพระยศนับไม่ได้ มีพระเดชยากที่จะล่วงได้พระองค์ทรงตัดเครื่องผูกทุกอย่าง ทรงทำลายภพ ๓ แล้ว ทรงแสดงทางที่ไปไม่กลับ ในหมู่เทวดาและมนุษย์ พระองค์ทรงพระคุณนับไม่ได้ดังมหาสมุทร ยากที่จะให้จมลงเหมือนภูเขา ไม่มีที่สุดดุจอากาศ พระคุณบานเต็มที่เช่นพญารัง สัตว์ทั้งหลายย่อมยินดีแม้ด้วยการเห็นพระองค์สัตว์เหล่านั้นได้ฟังพระสุรเสียงที่ทรงเปล่งย่อมบรรลุอมตธรรม ในกาลนั้น ธรรมาภิสมัยของพระองค์เจริญ-รุ่งเรืองในพระธรรมเทศนาครั้งที่ ๑ สัตว์ร้อยโกฏิได้ตรัสรู้

สมัยต่อแต่นั้นมา เมื่อพระองค์ทรงยังฝนคือธรรมให้ตก ในพระธรรมเทศนาครั้งที่ ๒ สัตว์แปดสิบโกฏิได้ตรัสรู้ และสมัยต่อมาเมื่อพระองค์ทรงยังฝนคือธรรมให้ตกให้สัตว์ทั้งหลายอิ่มหนำสำราญธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์ ๗๘ โกฏิ พระบรมศาสดา ได้ทรงประชุมพระภิกษุผู้บรรลุอภิญญาและพลธรรม ผู้บานแล้วด้วยการหลุดพ้น ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุขีณาสพผู้ละความมัวเมา และความหลง มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ มาประชุมแปดแสน ครั้งที่ ๒พระภิกษุขีณาสพผู้ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน ปราศจากธุลี สงบระงับคงที่ มาประชุมเจ็ดแสน ครั้งที่ ๓ พระภิกษุขีณาสพผู้บรรลุอภิญญาและพลธรรมผู้ดับสนิท มีตบะ มาประชุมหกแสน สมัยนั้น เราเป็นยักษ์มีฤทธิ์มาก เป็นใหญ่ ปกครองยักษ์หลายโกฏิให้อยู่ในอำนาจแม้ครั้งนั้น เราก็ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ผู้ทรงแสวงหาคุณใหญ่หลวงพระองค์นั้นแล้วได้ถวายข้าวและน้ำให้พระองค์เสวยพร้อมด้วยพระสงฆ์จนเพียงพอ แม้พระมุนีผู้มีพระนัยนาบริสุทธิ์พระองค์นั้นก็ทรงพยากรณ์เราว่าผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ...

... ข้ามแม่น้ำใหญ่ฉะนั้นเราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว ก็ยินดีมีใจปราโมทย์ อธิฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมีให้ยิ่งขึ้นพระนครชื่อว่าจันทวดี พระบรมกษัตริย์พระนามว่ายสวา เป็นพระชนกของพระอโนมทัสสีศาสดา พระชนนีพระนามว่ายโสธราพระองค์ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่หมื่นปี มีปราสาทอันประเสริฐ๓ ปราสาท ชื่อศิริ อุปศิริ และวัฑฒะ ทรงมีพระสนมนารีกำนัลในสองหมื่นสามพันนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าสิริมา พระราชโอรสพระนามว่าอุปสาละ

พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยวอทองทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๑๐ เดือนเต็ม พระมหามุนีอโนทัสสีมหาวีรเจ้าอันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ สุทัสนราชอุทยานอันประเสริฐ ทรงมีพระนิสภเถระและพระอโนมเถระเป็นพระอัครสาวกพระเถระชื่อว่าวรุณเป็นพุทธุปัฏฐาก พระสุนทราเถรีและพระสุมนาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระผู้มีพระภาคนั้นเรียกว่าต้นกุ่ม นันทิวัฑฒอุบาสกและสิริวัฑฒอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐากอุปลาอุบาสิกาและปทุมาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิภา พระมหามุนีมีพระองค์สูง ๕๘ ศอก มีพระรัศมีซ่านออกสว่างไสวดังพระอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น ในครั้งนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุแสนปีพระองค์ดำรงพระชนมายุอยู่เพียงนั้น ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นวัฏสงสารได้เป็นอันมาก พระศาสนาของพระองค์บานสะพรั่งงดงามด้วยพระอรหันต์ทั้งหลายผู้คงที่ผู้ปราศจากราคะและมลทินพระศาสดาผู้ทรงยศนับไม่ได้และคู่พระสาวกผู้ไม่มีใครแม้นเสมือนหายไปหมดสิ้นแล้วสังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระอโนมทัสสีพระบรมศาสดาชินเจ้า เสด็จนิพพาน ณ ธรรมาราม พระสถูปของพระองค์สูง ๒๐ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ ธรรมารามนั้น ฉะนี้แล.

จบอโนมทัสสีพุทธวงศ์ที่ ๗

End of ๗. อโนมทัสสีพุทธวงศ์