พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์
๑๖. สิทธัตถพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๗ (Royal Thai)17/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
โสฬสโม สิทฺธตฺถพุทฺธวํโส
สิทธัตถพุทธวงศ์ที่ ๑๖
ว่าด้วยพระประวัติพระสิทธัตถพุทธเจ้า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ สิทธัตถพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ธมฺมทสฺสิสฺส อปเรน สิทฺธตฺโถ โลกนายโก ๔
นิหนฺตฺวาน ๕ ตมํ สพฺพํ สุริโย อพฺภุคฺคโต ยถา ฯ
โสปิ ปตฺวาน สมฺโพธึ สนฺตาเรนฺโต สเทวกํ
อภิวสฺสิ ธมฺมเมเฆน นิพฺพาเปนฺโต สเทวกํ ฯ
ตสฺสาปิ อตุลเตชสฺส อเหสุํ อภิสมยา ตโย
โกฏิสตสหสฺสานํ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ
ปุนาปรํ ภีมรฏฺเฐ ยทา ๖ อาหนิ ทุนฺทุภึ
ตทา นวุติโกฏีนํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ
ยทา พุทฺโธ ธมฺมํ เทเสสิ เวภาเร โส นรุตฺตโม ๗
ตทา นวุติโกฏีนํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ
สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ สิทฺธตฺถสฺส ๘ มเหสิโน
ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ
โกฏิสตานํ นวุติยา ๑ อสีติยาปิจ โกฏินํ
เอเต อาสุํ ตโย ฐานา วิมลานํ สมาคเม ฯ
อหนฺเตน สมเยน มงฺคโล นาม ตาปโส
อุคฺคเตโช ทุปฺปสโห อภิญฺญาพลสมาหิโต ฯ
ชมฺพุโต ผลมาหตฺวา ๒ สิทฺธตฺถสฺส อทาสหํ
ปฏิคฺคเหตฺวาน สมฺพุทฺโธ อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ
ปสฺสถ อิมํ ตาปสํ ชฏิลํ อุคฺคตาปนํ
จตุนวุติ อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ
อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต
ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ
อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต
ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ
เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน
ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ
ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ
อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ
อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ
ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ
โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา
อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ
เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ
โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ
จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ
นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา
อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ
อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน
อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ
อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ สหนฺติ จ
กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ
ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย
เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ
เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ
อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ
เวภารํ นาม นครํ อุเทโน นาม ขตฺติโย
สุผสฺสา นาม ชนิกา สิทฺธตฺถสฺส มเหสิโน ฯ
ทสวสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส
โกกาสุปฺปลโกกนุทา ๑ ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ
ติโสฬสสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา
สุมนา ๒ นาม สา นารี อนุปโม นาม อตฺรโช ฯ
นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา สิวิกายาภินิกฺขมิ
อนูนทสมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ
พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต สิทฺธตฺโถ โลกนายโก
วตฺตจกฺโก มหาวีโร มิคทาเย นรุตฺตโม ฯ
สมฺพโล จ สุมิตฺโต จ อเหสุํ อคฺคสาวกา
เรวโต นามุปฏฺฐาโก สิทฺธตฺถสฺส มเหสิโน ฯ
สีวลา จ สุรามา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา
โพธิ ตสฺส ภควโต กณฺณิกาโรติ ๓ วุจฺจติ ฯ
สุปฺปิโย จ สมฺพุทฺโธ จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา
รมฺมา เจว สุรมฺมา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ
โส พุทฺโธ สฏฺฐิรตนํ อโหสิ นภมุคฺคโต
กญฺจนคฺฆิกสงฺกาโส ทสสหสฺสี วิโรจติ ฯ
โสปิ พุทฺโธ อสมสโม อตุโล อปฺปฏิปุคฺคโล
วสฺสสตสหสฺสานิ โลเก อฏฺฐาสิ จกฺขุมา ฯ
วิปุลปฺปภํ ๔ ทสฺสยิตฺวา ปุปฺผาเปตฺวาน สาวเก
วิลาเสตฺวา วรสมาปตฺติยา ๕ นิพฺพุโต โส สสาวโก ฯ
สิทฺธตฺโถ มุนิวโร พุทฺโธ อโนมารามมฺหิ นิพฺพุโต
ตตฺเถว ตสฺส ถูปวโร จตุโยชนมุคฺคโตติ ฯ
สิทฺธตฺถพุทฺธวํโส โสฬสโม ฯ
๑ ยุ. วิโรจยิ ฯ ๒ ม. สาลารามมฺหิ ฯ ๓ ม. ตตฺเถวสฺส ถูปวโร ฯ ๔ โป.
ม. ยุ. - นาม นายโก ฯ ๕ ม. นีหินิตฺวา ฯ ยุ. นีหริตฺวา ฯ ๖ ยุ. ยทิ อาหนิ
ทุทฺทภึ ฯ ๗ ม. ปุรุตฺตเม ฯ ๘ ม. ยุ. ตสฺมิมฺปิ ทฺวิปทุตฺตเม ฯ
๑ โป. ม. ยุ. นวุตีนํ ฯ ๒ โป. ผลสมาหนฺตฺวา ฯ ม. ผลมาเนตฺวา ฯ
๑ ม. -- โกกนทา ฯ ๒ ม. โสมนสฺสา ฯ ๓ ม. ยุ. กณิกาโรติ ฯ
๔ ยุ. วิมลํ ปุปฺผํ ฯ ๕ ม. สมาปตฺยา ฯ ยุ. -- จ สมาปตฺติยา ฯ
สมัยต่อมาจากพระธรรมทัสสีพุทธเจ้า มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ทรงกำจัดความมืดทั้งปวง เหมือนพระอาทิตย์อุทัย ฉะนั้นแม้พระองค์ทรงบรรลุสัมโพธิญาณแล้ว ก็ทรงช่วยหมู่มนุษย์ พร้อมด้วยเทวดาให้ข้ามพ้นวัฏฏสงสาร ทรงยังฝนคือธรรมให้ตก ดับความร้อนให้แก่โลกพร้อมด้วยเทวโลก แม้พระองค์ผู้มีเดชไม่มีเทียบเคียงก็ตรัสพระธรรมเทศนาให้สัตว์ได้ตรัสรู้ธรรม ๓ ครั้ง ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์แสนโกฏิ ในคราวเมื่อพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงตีกลองอมฤตเภรีที่ภีมรัฐ ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์เก้าสิบโกฏิ ในคราวเมื่อพระพุทธเจ้าผู้อุดมกว่านรชนพระองค์นั้นทรงแสดงธรรมที่เวภารบรรพต
ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์เก้าสิบโกฏิ พระสิทธัตถบรมศาสดาทรงมีการประชุมพระภิกษุขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง สถานที่ที่พระภิกษุผู้ปราศจากมลทิน มาประชุมกัน ๓ แห่ง แห่งที่ ๑พระภิกษุร้อยโกฏิ แห่งที่ ๒ เก้าสิบโกฏิ และแห่งที่ ๓ แปดสิบโกฏิสมัยนั้น เราเป็นดาบสชื่อว่ามงคล มีเดชอันรุ่งเรืองยากที่ผู้อื่นจะข่มได้ประกอบด้วยกำลังแห่งอภิญญา เราได้นำเอาผลหว้ามาถวายแด่พระสิทธัตถสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงรับแล้ว ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่าจงดูชฎิลดาบสผู้มีตบะรุ่งเรืองนี้ ในกัปที่ ๙๔ แก่กัปนี้ ดาบสนี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ................. ข้ามแม่น้ำใหญ่ฉะนั้น
เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว ก็ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการยิ่งขึ้นพระนครชื่อว่าเวภาระ พระบรมกษัตริย์พระนามว่าอุเทน เป็นพระชนกของพระสิทธัตถบรมศาสดา พระนางสุผัสสา เป็นพระชนนีพระองค์ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่หมื่นปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อโกกาสะ อุปละ และโกกนุทะ ทรงมีพระสนมนารีกำนัลในสี่หมื่นแปดพันนาง ล้วนประดับประดาสวยงามพระมเหสีพระนามว่าสุมนา พระราชโอรสพระนามว่าอนูปมะพระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยวอทองทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๑๐ เดือนเต็ม พระสิทธัตถมหาวีรเจ้าผู้เป็นนายกของโลก อุดมกว่านรชน
อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักรที่มฤคทายวัน ทรงมีพระสัมพลเถระและพระสุมิตตเถระ เป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่าเรวตะ เป็นพระพุทธอุปัฏฐาก พระสีวลาเถรีและพระสุรามาเถรี เป็นพระอัครสาวิกาไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์เรียกชื่อว่ากรรณิการ์ สุปปิยอุบาสกและสัมพุทธอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก รัมมาอุบาสิกาและสุรัมมาอุบาสิกา เป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น สูง ๖๐ ศอกพระองค์งามเปล่งปลั่งดั่งทองคำล้ำค่า รุ่งเรืองไปในหมื่นโลกธาตุพระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ ทรงพระคุณไม่มีผู้เสมอเหมือน ไม่มีบุคคลเปรียบเทียบถึง ทรงดำรงอยู่ในโลกแสนปี พระองค์ทรงแสดงพระรัศมีอันไพบูลย์ ทรงยังพระสาวกทั้งหลายให้บานสะพรั่งทรงเยื้องกรายงดงามด้วยสมาบัติอันประเสริฐ แล้วเสด็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวก พระสิทธัตถพุทธเจ้าผู้เป็นมุนีประเสริฐเสด็จนิพพาน ณ อโนมาราม พระสถูปอันประเสริฐของพระองค์ สูง ๔โยชน์ ประดิษฐานอยู่ที่อโนมาราม ฉะนี้แล.
จบสิทธัตถพุทธวงศ์ที่ ๑๖
End of ๑๖. สิทธัตถพุทธวงศ์