arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์

๑๒. สุชาตพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๓ (Royal Thai)13/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ทฺวาทสโม สุชาตพุทฺธวํโส

สุชาตพุทธวงศ์ที่ ๑๒

ว่าด้วยพระประวัติพระสุชาตพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ สุชาตพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

ตตฺเถว มณฺฑกปฺปมฺหิ สุชาโต นาม นายโก

สีหหนุ อุสภกฺขนฺโธ ๒ อปฺปเมยฺโย ทุราสโท ฯ

จนฺโทว วิมโล สุทฺโธ สตรํสีว ปตาปวา ๓

เอวํ โสภติ สมฺพุทฺโธ ชลนฺโต สิริยา สทา ๔ ฯ

ปาปุณิตฺวาน สมฺพุทฺโธ เกวลํ โพธิมุตฺตมํ

สุมงฺคลมฺหิ นคเร ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตยิ ฯ

เทเสนฺโต ๑ ปวรํ ธมฺมํ สุชาโต โลกนายโก

อสีติโกฏี อภิสมึสุํ ปฐเม ธมฺมเทสเน ฯ

ยทา สุชาโต อมิตยโส เทเว วสฺสมุปาคมิ

สตฺตตฺตึสสตสหสฺสานํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ

ยทา สุชาโต อสโม ๒ อุปคญฺฉิ ปิตุ สนฺติกํ

สฏฺฐิสตสหสฺสานํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ

สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ สุชาตสฺส มเหสิโน

ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ

อภิญฺญาพลปฺปตฺตานํ อปฺปตฺตานํ ภวาภเว

สฏฺฐิสตสหสฺสานิ ๓ ปฐมํ สนฺนิปตึสุ เต ฯ

ปุนาปรํ สนฺนิปาเต ติทิโวโรหเณ ชิเน

ปญฺญาสสตสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ

อุปสงฺกมฺม ๔ นรวุสภํ ๕ ตสฺส โย อคฺคสาวโก

จตูหิ สตสหสฺเสหิ สมฺพุทฺธํ อุปสงฺกมิ ฯ

อหนฺเตน สมเยน จตุทีปมฺหิ อิสฺสโร

อนฺตลิกฺขจโร อาสึ จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

[๖]

จตุทีเป มหารชฺชํ รตเน สตฺต อุตฺตเม

พุทฺเธ นิยฺยาทยิตฺวาน ปพฺพชึ ตสฺส สนฺติเก ฯ

อารามิกา ชนปเท อุฏฺฐานํ ปฏิปิณฺฑิย

อุปเนนฺติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปจฺจยํ สยนาสนํ ฯ

โสปิ มํ ตทา ๑ พฺยากาสิ ทสสหสฺสมฺหิ อิสฺสโร

ตึสกปฺปสหสฺสานํ ๒ อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ

อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต

ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ

อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต

ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ

เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน

ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ

ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ

อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ

อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ

ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ

อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา

โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา

อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ

เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา

อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ

โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ

จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ

นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา

อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ

อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน

อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ

อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ

กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ

ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ

อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ

ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย

เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ

เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ

อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ

ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย หาสํ ชเน อหํ

อธิฏฺฐหึ วตฺตํ อุคฺคํ ทสปารมิปูริยา ฯ

สุตฺตนฺตํ วินยญฺจาปิ นวงฺคสตฺถุสาสนํ

สพฺพํ ปริยาปุณิตฺวาน โสภยึ ชินสาสนํ ฯ

ตตฺถปฺปมตฺโต วิหรนฺโต พฺรหฺมํ ภาเวตฺวา ภาวนํ

อภิญฺญาสุ ปารมึ คนฺตฺวา พฺรหฺมโลกมคญฺฉิหํ ฯ

สุมงฺคลํ นาม นครํ อุคฺคโต นาม ขตฺติโย

มาตา ปภาวตี นาม สุชาตสฺส มเหสิโน ฯ

นววสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส

สิริ อุปสิริ จนฺโท ๑ ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ

เตวีสติสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา

สิรินนฺทา นาม นารี อุปเสโน นาม อตฺรโช ฯ

นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา อสฺสยาเนน นิกฺขมิ

อนูนนวมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ

พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต สุชาโต ๒ โลกนายโก

วตฺตจกฺโก มหาวีโร สุมงฺคลุยฺยานมุตฺตเม ฯ

สุทสฺสโน สุเทโว จ อเหสุํ อคฺคสาวกา

นารโท นามุปฏฺฐาโก สุชาตสฺส มเหสิโน ฯ

นาคา ๓ นาคสมานา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา

โพธิ ตสฺส ภควโต มหาเวฬูติ วุจฺจติ ฯ

โส จ รุกฺโข ฆนกฺขนฺโธ ๔ อจฺฉิทฺโท โหติ ปตฺติโก

อุชุ วํโส พฺรหา โหติ ทสฺสเนยฺโย มโนรโม ฯ

เอกกฺขนฺโธ ปวฑฺฒิตฺวา ตโต สาขา จ ๕ ภิชฺชติ

ยถา สุพนฺโธ โมรหตฺโถ เอวํ โสภติ โส ทุโม ฯ

น ตสฺส กณฺฐกา โหนฺติ นาปิ ฉิทฺทํ มหา อหุ

วิติณฺณสาโข อวิรโฬ สนฺทจฺฉาโย ๖ มโนรโม ฯ

สุทตฺโต เจว จิตฺโต จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา

สุภทฺทา เจว ปทุมา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ

ปญฺญาสรตโน อาสิ อุจฺจตฺตเนน โส ชิโน

สพฺพาการวรูเปโต สพฺพคุณมุปาคโต ฯ

ตสฺส ปภา อสมสมา นิทฺธาวติ สมนฺตโต

อปฺปมาโณ อตุลิโย ๑ อุปเมหิ ๒ อนูปโม ฯ

นวุติวสฺสสหสฺสานิ อายุ วิชฺชติ ตาวเท

ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ

ยถาปิ สาคเร อุมฺมิ คคเน ตารกา ยถา

เอวํ ตทา ปาวจนํ อรหนฺเตหิ จิตฺตกํ ๓ ฯ

[เตวิชฺชา ๔ ฉฬภิญฺญาหิ พลปฺปตฺเตหิ ตาทิหิ

สมากุลมิทํ อาสิ อรหนฺเตหิ ตาทิภิ] ฯ

โส จ พุทฺโธ อสมสโม คุณานิ จ ตานิ อตุลิยานิ

สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ

สุชาโต ชินวโร พุทฺโธ เสลารามมฺหิ นิพฺพุโต

ตตฺเถว ๕ เจติโย สตฺถุ ตีณิ คาวุตมุคฺคโตติ ฯ

สุชาตพุทฺธวํโส ทฺวาทสโม ฯ

๑ ม. สาธุหิ ฯ ยุ. ตาทิหิ ฯ ๒ ม. สภกฺขนฺโธ ฯ ๓ ยุ. ตาปวา ฯ ๔ ยุ. ปภา ฯ

๑ ม. ยุ. เทเสนฺเต ... สุชาเต โลกนายเก ฯ ๒ โป. ม. ยุ. อสมสโม ฯ ๓ ยุ.

สฏฺฐิสตสหสฺสานํ ฯ ๔ ม. ยุ. อุปสงฺกมนฺโต ฯ ๕ ม. นราสภํ ฯ ยุ. นรวสภํ ฯ

๖ ม. โลเก อจฺฉริยํ ทิสฺวา อพฺภูตํ โลมหํสนํ อุปคนฺตฺวาน วนฺทึ โส สุชาตํ

โลกนายกํ ฯ ยุ. ... อุปคนฺตฺวาน วนฺทยึ ... ฯ

๑ ม. ยุ. พุทฺโธ ฯ ๒ โป. ม. ยุ. ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ ฯ

๑ ม. นนฺโท ฯ ยุ. นนฺทา ฯ ๒ ยุ. สุชาเต ฯ ๓ ม. ยุ. นาคา จ นาคสมาลา จ ฯ

๔ โป. ยุ. ฆนรุจิโร ฯ ๕ ม. ยุ. ปภิชฺชติ ฯ ๖ ยุ. สนฺนจฺฉาโย ฯ

Royal Thai

ในมัณฑกัปนั้นแล มีพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกพระนามว่าสุชาตะ มีพระหนุดังคางราชสีห์ พระองค์งาม มีพระคุณประมาณไม่ได้ ยากที่จะเทียมถึง พระองค์ทรงงามรุ่งเรืองด้วยพระสิริทุกเมื่อดังพระจันทร์หมดจดปราศจากมลทิน เหมือนพระอาทิตย์ส่องแสงพระสัมพุทธเจ้าทรงบรรลุพระโพธิญาณ อันอุดมบริสุทธิ์แล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ สุมังคลนคร เมื่อพระสุชาตบรมศาสดาทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ ในพระธรรมเทศนาครั้งที่ ๑ สัตว์ได้ตรัสรู้แปดสิบโกฏิ ในกาลเมื่อพระองค์เสด็จเข้าจำพรรษา ณเทวโลก ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่ทวยเทพสามโกฏิเจ็ดแสนในกาลเมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปยังสำนักพระพุทธบิดา ธรรมาภิสมัยครั้งที่

๓ ได้มีแก่สัตว์หกโกฏิ พระสุชาตบรมศาสดา ทรงมีการประชุมพระภิกษุขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุเหล่านั้นล้วนแต่บรรลุอภิญญาและพลธรรมผู้ไม่ต้องไปในภพน้อยภพใหญ่ มาประชุมกันหกโกฏิ ครั้งที่ ๒ในกาลนั้น พระพิชิตมารเสด็จลงจากเทวโลก พระภิกษุขีณาสพมาประชุมกันห้าโกฏิ ครั้งที่ ๓ พระอัครสาวกของพระสัมพุทธเจ้าผู้ประเสริฐกว่านรชนเข้าเฝ้าพร้อมด้วยพระขีณาสพสี่แสน สมัยนั้นเราเป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีพลนิกายมาก เป็นใหญ่ในทวีปทั้งสี่ เหาะไปในอากาศ เราถวายราชสมบัติใหญ่ในทวีปทั้งสี่ และรัตนะ ๗ประการ อันประเสริฐในพระพุทธเจ้าแล้วออกบวชในสำนักของพระองค์ พวกคนรักษาอารามในชนบท นำเอาบิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัย มาถวายแก่ภิกษุสงฆ์เนืองๆ แม้พระพุทธเจ้าผู้เป็นใหญ่ในหมื่นโลกธาตุพระองค์นั้น ก็ทรงพยากรณ์เราในกาลนั้นว่าในสามหมื่นกัป ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ..........

ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว ยังความยินดีให้เกิดอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรอย่างยอดเยี่ยม ในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการ เราเล่าเรียนพระสูตรและพระวินัยอันเป็นนวังคสัตถุศาสน์ทั้งปวงแล้ว ทำพระศาสนาของพระพิชิตมารให้งาม เราเป็นผู้ไม่ประมาทในคำสั่งสอนนั้น เจริญพรหมวิหารภาวนา ถึงความสำเร็จในอภิญญาแล้ว ได้ไปยังพรหมโลกพระนครชื่อว่าสุมังคละ พระบรมกษัตริย์พระนามว่าอุคคตะ เป็นพระพุทธบิดา พระนางประภาวดี เป็นพระพุทธมารดา

พระองค์ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่เก้าพันปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ปราสาท ชื่อสิริ อุปสิริ และจันทะ ทรงมีพระสนมนารีกำนัลในสองหมื่นสามพันนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าสิรินันทา พระราชโอรสพระนามว่าอุปเสนะ พระพิชิตมารทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยอัสวราชยานพระที่นั่งต้น ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๙ เดือนเต็ม พระสุชาตมหาวีรเจ้าผู้เป็นนายกของโลก อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ สุมังคลอุทยานอันประเสริฐ ทรงมีพระสุทัสนเถระและพระสุเทวเถระ เป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่านารทะ เป็นพุทธอุปัฏฐาก พระนาคาเถรีและพระนาคสมานาเถรี เป็นพระอัครสาวิกา

ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์เรียกว่าไม้ไผ่ใหญ่ และโพธิพฤกษ์นั้นลำต้นแข็ง ไม่เป็นโพรง มีใบแน่นหนา ลำต้นตรงใหญ่น่าดูน่าชม น่ารื่นรมย์ใจ ต้นหนึ่งเจริญงอกงามแล้วแตกกิ่งสาขาออกไป ไม้โพธิพฤกษ์ย่อมงามเหมือนดังหางนกยูงที่ผูกเป็นกำฉะนั้น ไม้ไผ่นั้นไม่มีหนาม แม้ช่องใหญ่ก็ไม่มี มีกิ่งชิดไม่ห่างเงาทึบ น่ารื่นรมย์ใจ สุทัตตอุบาสกและจิตตอุบาสก เป็นอัครอุปัฏฐาก สุภัททาอุบาสิกาและปทุมาอุบาสิกา เป็นอัครอุปัฏฐายิกาพระพิชิตมารพระองค์นั้นมีพระองค์สูง ๕๐ ศอก ทรงประกอบด้วยพระอาการอันประเสริฐและพระคุณทุกอย่าง ทรงมีพระรัศมีหาเสมอเหมือนมิได้ ซ่านออกโดยรอบ ไม่มีประมาณ ไม่มีเทียบเคียงหาอุปมาเปรียบมิได้ ครั้งนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุเก้าหมื่นปี

พระองค์ทรงดำรงพระชนมายุอยู่เท่านั้น ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นวัฏฏสงสารได้มากมาย ในกาลนั้น พระศาสนางามวิจิตรด้วยพระอรหันต์ทั้งหลาย ดังคลื่นในสมุทสาคร เหมือนดาวในท้องฟ้า ฉะนั้น(พระศาสนาของพระพิชิตมารคับคั่งด้วยพระอรหันต์ทั้งหลายผู้บรรลุไตรวิชชา ฉฬภิญญาและพลธรรม ผู้คงที่) พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น หาผู้เสมอเหมือนมิได้และพระคุณเหล่านั้นหาเทียบเคียงมิได้ หายไปหมดสิ้นแล้ว สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอพระพุทธสุชาตชินเจ้าผู้ประเสริฐ เสด็จนิพพาน ณ เสลารามพระสถูปของพระองค์ สูง ๓ คาวุต ประดิษฐานอยู่ในเสลารามนั้นฉะนี้แล.

จบสุชาตพุทธวงศ์ที่ ๑๒

End of ๑๒. สุชาตพุทธวงศ์