พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์
๘. ปทุมพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๙ (Royal Thai)9/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
อฏฺฐโม ปทุมพุทฺธวํโส
ปทุมพุทธวงศ์ที่ ๘
ว่าด้วยพระประวัติพระปทุมพุทธเจ้า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ปทุมพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
อโนมทสฺสิสฺส อปเรน สมฺพุทฺโธ ทิปทุตฺตโม
ปทุโม นาม นาเมน อสโม อปฺปฏิปุคฺคโล ฯ
ตสฺสาปิ อสมํ สีลํ สมาธิปิ อนนฺตโก ๑
อสงฺเขยฺยํ ญาณวรํ วิมุตฺติปิ อนูปมา ฯ
ตสฺสาปิ อตุลเตชสฺส ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน
อภิสมยา ตโย อาสุํ มหาตม ปวาหนา ฯ
ปฐมาภิสมเย พุทฺโธ โกฏิสตมโพธยิ
ทุติยาภิสมเย ธีโร นวุติโกฏิมโพธยิ ฯ
ยทา จ ปทุโม พุทฺโธ โอวทิ สกมตฺรชํ
ตทา อสีติโกฏีนํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ
สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ ปทุมสฺส มเหสิโน
โกฏิ สตสหสฺสานํ ปฐโม อาสิ สมาคโม ฯ
กฐินตฺถารสมเย อุปฺปนฺเน กฐินจีวเร
ธมฺมเสนาปติตฺถาย ๒ ภิกฺขู สิพฺพึสุ จีวรํ ฯ
ตทา เต วิมลา ภิกฺขู ฉฬภิญฺญา มหิทฺธิกา
ตีณิ สตสหสฺสานิ สมึสุ อปราชิตา ฯ
ปุนาปรํ โส นรวุสโภ ๓ ปวเน วาสํ อุปาคมิ
ตทา สมาคโม อาสิ ทฺวินฺนํ สตสหสฺสานํ ฯ
อหนฺเตน สมเยน สีโห อาสึ มิคาภิภู
วิเวกมนุพฺรูหนฺตํ ปวเน อทฺทสํ ชินํ ฯ
วนฺทิตฺวา สิรสา ปาเท กตฺวาน ตํ ปทกฺขิณํ
ติกฺขตฺตุํ อภินาทิตฺวา ๑ สตฺตาหํ ชินมุปฏฺฐหึ ฯ
สตฺตาหํ วรสมาปตฺติยา วุฏฺฐหิตฺวา ตถาคโต
มนสา จินฺตยิตฺวาน โกฏิภิกฺขู สมานยิ ฯ
ตทาปิ โส มหาวีโร เตสํ มชฺเฌ วิยากริ
อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ
อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต
ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ
อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต
ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ
เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน
ปฏิยตฺต วรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ
ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ
อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ
อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ
ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา
โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา
อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ
เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ
โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ
จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ
นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา
อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ
อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน
อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ
อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ
กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ
ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย
เหฏฺฐา ติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ
เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ
อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ
จมฺปกํ นาม นครํ อสโม นาม ขตฺติโย
อสมา นาม ชนิกา ปทุมสฺส มเหสิโน ฯ
ทสวสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส
นนฺโท วสุ ยสตฺตโร ๑ ตโย ปาสาท มุตฺตมา ฯ
เตตฺตึส [๒] สหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา
อุตฺตรา นาม สา นารี รมฺโม นามาสิ อตฺรโช ฯ
นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา รถ ยาเนน นิกฺขมิ
อนูน ๓ อฏฺฐมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ
พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต ปทุโม โลกนายโก
วตฺตจกฺโก มหาวีโร ธนญฺชุยฺยานมุตฺตเม ฯ
สาโล จ อุปสาโล จ อเหสุํ อคฺคสาวกา
วรุโณ นามุปฏฺฐาโก ปทุมสฺส มเหสิโน ฯ
ราธา เจว สุราธา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา
โพธิ ตสฺส ภควโต มหาโสโณติ วุจฺจติ ฯ
สภิโย ๔ เจว อสโม จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา
รุจิ จ นนฺทิมารา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ
อฏฺฐปณฺณาสรตนํ อจฺจุคฺคโต มหามุนิ
ปภา นิทฺธาวตี ตสฺส อสมา สพฺพโต ๕ ทิสา ฯ
จนฺทปฺปภา สุริยปฺปภา รตนคฺฆิมณิปฺปภา
สพฺพาปิ ตา หตา โหนฺติ ปตฺวา ชินปฺปภุตฺตมํ ฯ
วสฺสสตสหสฺสานิ อายุ วิชฺชติ ตาวเท
ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ
ปริปกฺกมานเส สตฺเต โพธยิตฺวา อเสสโต
เสสญฺเญ ๑ อนุสาเสตฺวา นิพฺพุโต โส สสาวโก ฯ
อุรโคว ตจํ ชิณฺณํ วุฑฺฒ ๒ ปตฺตํว ปาทโป
ชหิตฺวา สพฺพสงฺขาเร นิพฺพุโต โส ยถา สิขีติ ฯ
ปทุโม ชินวโร สตฺถา ธมฺมารามมฺหิ นิพฺพุโต
ธาตุวิตฺถาริกํ อาสิ เตสุ เตสุ ปเทสโตติ ฯ
ปทุมพุทฺธวํโส อฏฺฐโม ฯ
๑ ยุ. อนนฺตกา ฯ ๒ ยุ. ... ปตตฺถาย ฯ ๓ ม. ยุ. นราสโภ ฯ
๑ ยุ. อภินนฺทิตฺวา ฯ
๑ โป. ยสุตฺตโร ฯ ม. นนฺทาวสุ ยสุตฺตรา ฯ ยุ. นนฺทา จ สุยสา อุตฺตรา ฯ
๒ ม. จ ฯ ยุ. ... สต ... ฯ ๓ ยุ. อนูนกํ อฑฺฒมาสํ ฯ ๔ ม. ยุ. ภิโย ฯ
๕ ม. ยุ. สพฺพโส ฯ
สมัยต่อมาจากพระอโนมทัสสีบรมศาสดา พระสัมพุทธเจ้าผู้อุดมกว่าสรรพสัตว์ มีพระนามว่าชื่อปทุม ผู้ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอ ศีลของพระองค์หาเสมอไม่ แม้สมาธิก็ไม่มีที่สุด พระญาณอันประเสริฐนับไม่ถ้วน แม้วิมุตติก็ไม่มีอะไรเปรียบ แม้ในคราวที่พระองค์ผู้ทรงเดชไม่มีอะไรเทียบเท่าทรงประกาศธรรมจักรธรรมาภิสมัยอันกำจัดความมืดตื้อได้มี ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระพุทธธีรเจ้าทรงยังสัตว์ให้ตรัสรู้ร้อยโกฏิ ครั้งที่ ๒ ทรงยังสัตว์ให้ตรัสรู้เก้าสิบโกฏิ และในคราวเมื่อ พระปทุมพุทธเจ้าตรัสสอนพระราชโอรส ของพระองค์ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์แปดสิบโกฏิพระปทุมบรมศาสดาทรงมีการประชุมพระสาวก ๓
ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระสาวกมาประชุมกันแสนโกฏิ เมื่อกฐินจีวรเกิดขึ้นในสมัยกรานกฐิน ภิกษุทั้งหลายช่วยกันเย็บจีวร เพื่อประโยชน์แก่พระธรรมเสนาบดี ครั้งนั้นภิกษุเหล่านั้นล้วนปราศจากมลทินได้อภิญญา ๖ มีฤทธิ์มาก ผู้ไม่พ่ายแพ้อะไรๆ สามแสนรูปมาประชุมกัน สมัยต่อมา ในคราวที่พระบรมศาสดาผู้องอาจกว่านรชน ทรงเข้าจำพรรษาในป่าใหญ่ครั้งนั้น พระสาวกสองแสนมาประชุมกัน สมัยนั้นเราเป็นราชสีห์เป็นใหญ่กว่าฝูงมฤค ได้พบพระพิชิตมาร ซึ่งกำลังเจริญวิเวกอยู่ในป่าใหญ่ เราถวายบังคมพระยุคลบาทด้วยเศียรเกล้ากระทำประทักษิณบันลือสีหนาท ๓ ครั้ง บำรุงพระพิชิตมารอยู่ ๗ วัน ครบ ๗ วันแล้วพระตถาคตเสด็จออกจากสมาบัติอันประเสริฐทรงดำริด้วยพระทัยให้พระภิกษุมาประชุมกันโกฏิหนึ่ง แม้ครั้งนั้น พระมหาวีรเจ้าพระองค์นั้น ก็ทรงพยากรณ์เราในท่ามกลางภิกษุเหล่านั้นว่าผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ............................
ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้นเรา ได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้วยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ให้ยิ่งขึ้น พระนครชื่อว่า จัมปกะ พระบรมกษัตริย์พระนามว่าอสมะเป็นพระชนกของพระปทุมบรมศาสดา พระนางอสมาเป็นพระชนนีพระองค์ทรงครอบครองอคารสถานอยู่สองหมื่นปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อนันทะ วสุ และอสัตตระ ทรงมีพระ-สนมานารีกำนัลในสามหมื่นสามพันนาง ล้วนประดับประดาสวยงามพระมเหสีพระนามว่าอุตตรา พระราชโอรสพระนามว่ารัมมะพระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยราชรถอันเป็นราชยาน ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๘ เดือนเต็ม พระปทุมมหาวีรเจ้าผู้เป็นนายกของโลก
อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ ธนัญชราชอุทยานอันประเสริฐทรงมีพระสาลเถระและพระอุปสาลเถระเป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่าวรุณเป็นพระพุทธุปัฏฐากพระราธาเถรีและพระสุราธาเถรีเป็นพระอัครสาวิกาไม้โพธิพฤกษ์ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเรียกกันว่าไม้อ้อยช้างใหญ่ สภิยอุบาสกและอสมอุบาสก เป็นอัครอุปัฏฐาก รุจิอุบาสิกาและนันทิมาราอุบาสิกา เป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระมหามุนีพระกายสูง๕๘ ศอก พระองค์ทรงมีพระรัศมีไม่มีอะไรเสมอแผ่ออกไปทั่วทิศรัศมีพระจันทร์ รัศมีพระอาทิตย์ แสงรัตนะ และแสงแก้วมณีแม้ทุกอย่างนั้น ครั้นมาถึงรัศมีอันสูงสุดของพระชินเจ้า ย่อมหายไปครั้งนั้นมนุษย์มีอายุแสนปี พระองค์ทรงดำรงพระชนมายุอยู่เท่านั้นทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นวัฏสงสารได้เป็นอันมาก
พระองค์ทรงยังสัตว์ผู้มีอัธยาศัยแก่กล้าให้ตรัสรู้โดยไม่เหลือ ทรงพร่ำสอนชนที่เหลืออื่นๆ แล้ว เสด็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวก พระองค์ทรงละทิ้งสังขารทั้งปวง เหมือนงูลอกคราบอันเก่า ดังต้นไม้สลัดใบเก่าแล้วเสด็จนิพพานเหมือนไฟดับ ฉะนั้น พระพิชิตมารผู้ประเสริฐบรมศาสดาพระนามว่าปทุม เสด็จนิพพาน ณ ธรรมาราม พระธาตุของพระองค์แผ่ไปกว้างในประเทศนั้นๆ ฉะนี้แล.
จบปทุมพุทธวงศ์ที่ ๘
End of ๘. ปทุมพุทธวงศ์