พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์
ธาตุภาชนียกถา เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๒๘ (Royal Thai)28/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ธาตุภาชนียกถา
ธาตุภาชนียกถา
ว่าด้วยการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ธาตุภาชนียกถา (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
มหาโคตโม ชินวโร กุสินารมฺหิ นิพฺพุโต
ธาตุวิตฺถาริกํ อาสิ เตสุ เตสุ ปเทสโต ฯ
เอโก อชาตสตฺตุสฺส เอโก เวสาลิยา ปุเร
เอโก กปิลวตฺถุสฺมึ เอโก จ อลฺลกปฺปเก ฯ
เอโก จ รามคามมฺหิ เอโก จ เวฏฺฐทีปเก
เอโก ปาเวยฺยเก มลฺเล เอโก จ โกสินารเก ฯ
ตุมฺพสฺส ๒ ถูปํ กาเรสิ พฺราหฺมโณ โทณสวฺหโย
องฺคารถูปํ กาเรสุํ โมริยา ตุฏฺฐมานสา ฯ
อฏฺฐ สารีริกา ถูปา นวโม ตุมฺพเจติโย ๓
องฺคารถูโป ทสโม ตทาเยว ปติฏฺฐิโต ฯ
[๔]
เอกา ทาฐา ติทสปุเร เอกา นาคปุเร อหุ
เอกา คนฺธารวิสเย เอกา กาลิงฺคราชิโน ฯ
จตฺตาฬีสสมา ทนฺตา เกสา โลมา จ สพฺพโส
เทวา หรึสุ เอเกกํ จกฺกวาฬปรมฺปรา ฯ
วชิรายํ ภควโต ปตฺโต ทณฺโฑ จ จีวรํ
นิวาสนํ กุลฆเร ๑ ปจฺจตฺถรณํ สิลวฺหเย ๒ ฯ
ปาฏลีปุตฺตนคเร กรกํ กายพนฺธนํ
จมฺปายํ อุทกสาฏกา ๓ อุณฺณโลมญฺจ โกสเล ฯ
กาสาวกํ ๔ พฺรหฺมโลเก เวฐนํ ติทเส ปุเร
[ปาสาณเก ๕ ปทํ เสฏฺฐํ ยถาปิ กจฺฉตํ ปุรํ]
นิสีทนํ อวนฺตีสุ ๖ เทวรฏฺเฐ ๗ อตฺถรณํ ตทา ฯ
อรณิ จ มิถิลายํ วิเทเห ๘ ปริสาวนํ
วาสี สูจิฆรญฺจาปิ อินฺทปตฺถปุเร ๙ ตทา ฯ
ปริกฺขารา ๑๐ อวเสสา ชนปทนฺตเก ๑๑ ตทา
ปริภุตฺตานิ มุนินา มเหสฺสนฺติ มนุชา ตทา ฯ
ธาตุวิตฺถาริกํ อาสิ โคตมสฺส มเหสิโน
ปาณีนํ อนุกมฺปาย อหุ โปราณิกํ ตทาติ ฯ
ธาตุภาชนียกถา นิฏฺฐิตา ฯ
พุทฺธวํโส นิฏฺฐิโต ฯ
_______________
สุตฺตนฺตปิฏเก ขุทฺทกนิกายสฺส
จริยาปิฏกํ
สุตฺตนฺตปิฏเก ขุทฺทกนิกายสฺส
จริยาปิฏกํ
________
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
๑ ม. ยุ. นิพฺพุตา เต สสาวกาติ ฯ ๒ ม. ยุ. กุมฺภสฺส ฯ ๓ ม. ยุ. กุมฺภเจติโย ฯ
๔ ม. อุณฺหีสํ จตสฺโส ทาฐา ฯเปฯ สพฺพาเปตา ปติฏฺฐิตา ฯ
๑ ยุ. กุสฆเร ฯ ๒ ม. ยุ. กปิลฺหเย ฯ ๓ ม. จมฺปายุทกสาฏิยํ ฯ ยุ. จมฺปายํ
อุทกสาฏิกา ฯ ๔ ม. ยุ. กาสาวญฺจ พฺรหฺมโลเก ฯ ๕ ยุ. ปาสาณเก ปทํ เสฏฺฐํ
ยญฺจาปิ อจฺจุติ ปทํ ฯ ๖ ยุ. อวนฺติปุเร ฯ ๗ ม. ยุ. รฏฺเฐ ... ฯ
๘ ยุ. เวเทหิ ... ฯ ๙ ย. อินฺทรฏฺเฐ ฯ ๑๐ ยุ. ปริกฺขารํ อวเสสํ ฯ
๑๑ ม. ยุ. ชนปเท อปรนฺตเก ฯ
พระมหาโคดมชินเจ้าผู้ประเสริฐ เสด็จนิพพานที่นครกุสินาราพระธาตุของพระองค์ เรี่ยรายแผ่ไปในประเทศนั้นๆ พระธาตุทะนานหนึ่ง พระเจ้าอชาตศัตรูทรงนำไปไว้ในพระนครราชคฤห์ทะนานหนึ่งอยู่ในเมืองเวสาสี ทะนานหนึ่งอยู่ในนครกบิลพัสดุ์ทะนานหนึ่งอยู่ในอัลลากัปปนคร ทะนานหนึ่งอยู่ในรามคาบทะนานหนึ่งอยู่ในเวฏฐาทีปกนคร ทะนานหนึ่งอยู่ในเมืองปาวาของมัลลกษัตริย์ ทะนานหนึ่งอยู่ในเมืองกุสินารา โทณพราหมณ์ให้ช่างสร้างสถูป บรรลุทะนานทอง กษัตริย์โมริยะผู้มีหทัยยินดี รับสั่งให้สร้างสถูปบรรจุพระอังคาร พระสถูปบรรจุพระสารีริกธาตุ ๘ แห่งเป็น ๙ แห่ง ทั้งตุมพเจดีย์ รวมพระอังคารสถูปด้วยเป็น ๑๐ แห่งประดิษฐานอยู่แล้วในกาลนั้น
พระทาฐธาตุข้างหนึ่งอยู่ในดาวดึงสพิภพ ข้างหนึ่งอยู่ในนาคบุรี ข้างหนึ่งอยู่ในเมืองคันธารวิสัย ข้างหนึ่งอยู่ในเมืองกาลิงคราช พระทันตธาตุ ๔๐ พระเกศธาตุและพระโลมาทั้งหมด เทวดานำไปไว้ในจักรวาลหนึ่งๆ จักรวาลละอย่างบาตรไม้เท้าและจีวรของพระผู้มีพระภาค อยู่ในวชิรานครสงบอยู่ในกุลฆรนคร ผ้าปัจจัตถรณะอยู่ในสีหฬ ธมกรกและประคตเอว อยู่ในนครปาฏลิบุตร ผ้าอาบน้ำอยู่ในจำปานคร อุณณาโลมอยู่ในแคว้นโกศล ผ้ากาสาวพัสตร์อยู่ในพรหมโลก ผ้าโพกอยู่ในดาวดึงส์(รอยพระบาทอันประเสริฐที่หิน เหมือนมีอยู่ที่กัจฉตบุรี) ผ้านิสีทนะอยู่ในอวันตีชนบท ผ้าลาดอยู่ในดาวดึงส์ ไม้สีไฟอยู่ในมิถิลานครผ้ากรองน้ำอยู่ในวิเทหรัฐ มีดและกล่องเข็มอยู่ในอินทปัตถนคร ในกาลนั้น บริขารที่เหลือ อยู่ในชนบท ๓ แห่งในกาลนั้น หมู่มนุษย์ในกาลนั้นจักบูชาบริขารที่พระมุนีทรงบริโภค พระธาตุของพระโคดมผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง กระจายแผ่กว้างไป เพื่ออนุเคราะห์แก่สัตว์ทั้งหลายเป็นของเก่าในกาลนั้น ฉะนี้แล.
จบธาตุภาชนียกถา.
จบพุทธวงศ์
End of ธาตุภาชนียกถา