arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์

๑๗. ติสสพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๘ (Royal Thai)18/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

สตฺตรสโม ติสฺสพุทฺธวํโส

ติสสพุทธวงศ์ที่ ๑๗

ว่าด้วยพระประวัติพระติสสพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ติสสพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

สิทฺธตฺถสฺส อปเรน อสโม อปฺปฏิปุคฺคโล

อนนฺตสีโล ๑ อมิตยโส ติสฺโส โลกคฺคนายโก ฯ

ตมนฺธการํ วิธมิตฺวา โอภาเสตฺวา สเทวกํ

อนุกมฺปโก มหาวีโร โลเก อุปฺปชฺชิ จกฺขุมา ฯ

ตสฺสาปิ อตุลา อิทฺธิ อตุลา ๒ สีลสมาธิโย

สพฺพตฺถ ปารมึ คนฺตฺวา ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตยิ ฯ

โส พุทฺโธ ทสสหสฺสมฺหิ วิญฺญาเปสิ คิรํ สุจึ

โกฏิสตานิ ๓ อภิสมึสุ ปฐเม ธมฺมเทสเน ฯ

ทุติโย นวุติโกฏีนํ ตติเย ๔ สฏฺฐิโกฏิโย

พนฺธนาโต ๕ ปโมเจสิ สมฺปตฺเต ๖ นรมรู ตทา ฯ

สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ ติสฺสสฺส ๗ จ มเหสิโน

ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ

ขีณาสวสตสหสฺสานํ ปฐโม อาสิ สมาคโม

นวุติสตสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ

อสีติสตสหสฺสานํ ตติโย อาสิ สมาคโม

ขีณาสวานํ วิมลานํ ปุปฺผิตานํ วิมุตฺติยา ฯ

อหนฺเตน สมเยน สุชาโต นาม ขตฺติโย

มหาโภคํ ฉฑฺฑยิตฺวา ปพฺพชึ อิสิปพฺพชฺชํ ฯ

มยิ ปพฺพชิเต สนฺเต อุปฺปชฺชิ โลกนายโก

พุทฺโธติ สทฺทํ สุตฺวาน ปีติ เม อุปปชฺชถ ฯ

ทิพฺพํ มนฺทารวํ ปุปฺผํ ปทุมํ ปาริฉตฺตกํ

อุโภ หตฺเถหิ ปคฺคยฺห ธุนมาโน อุปาคมึ ฯ

ปาตุวณฺณปริวุตํ ติสฺสํ โลกคฺคนายกํ

ตมหํ ปุปฺผํ คเหตฺวาน มตฺถเก ธารเย ๑ ชินํ ฯ

โสปิ มํ ตทา ๒ พฺยากาสิ ชนมชฺเฌ นิสีทิย

ทฺวานวุเต อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ

อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต

ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ

อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต

ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ

เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน

ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ

ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ

อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ

อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ

ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ

โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา

อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา

อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ

เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา

อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ

โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ

จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ

นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา

อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ

อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน

อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ

อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ

กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ

ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ

อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ

ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย

เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ

เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ

อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ

ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ

อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ

เขมกํ นาม นครํ ชนสนฺโท ๑ นาม ขตฺติโย

ปทุมา นาม ชนิกา ติสฺสสฺส จ มเหสิโน ฯ

สตฺตวสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส

คุณเสลานาทิยนิสโภ ๒ ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ

สมตึสสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา

สุภทฺทา นาม ๓ สา นารี อานนฺโท นาม อตฺรโช ฯ

นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา อสฺสยาเนน นิกฺขมิ

อนูนกํ ๔ อฑฺฒมาสํ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ

พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต ติสฺโส โลกคฺคนายโก

วตฺตจกฺโก มหาวีโร ยสวตีทายมุตฺตเม ๕ ฯ

พฺรหฺมเทโว จ อุทโย จ อเหสุํ อคฺคสาวกา

สมโค ๖ นามุปฏฺฐาโก ติสฺสสฺส จ มเหสิโน ฯ

ผุสฺสา เจว สุทตฺตา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา

โพธิ ตสฺส ภควโต อสโนติ ปวุจฺจติ ฯ

สมฺพโล จ สิริ เจว อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา

กีสาโคตมี อุปเสนา อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ

โสปิ พุทฺโธ สฏฺฐิรตโน อหุ อุจฺจตฺตเน ชิโน

อนูปโม อสทิโส หิมวา วิย ทิสฺสติ ฯ

ตสฺสาปิ อตุลเตชสฺส อายุ อาสิ อนุตฺตโร

วสฺสสตสหสฺสานิ โลเก อฏฺฐาสิ จกฺขุมา ฯ

อุตฺตมํ ปวรํ เสฏฺฐํ อนุโภตฺวา มหายสํ

ชลิตฺวา อคฺคิกฺขนฺโธว นิพฺพุโต โส สสาวโก ฯ

วลาหโกว อนิเลน สุริเยน วิย อุสฺสโว

อนฺธกาโรว ทีเปน ๑ นิพฺพุโต โส สสาวโก ฯ

ติสฺโส ชินวโร พุทฺโธ นนฺทารามมฺหิ นิพฺพุโต

ตตฺเถว ตสฺส ชินถูโป ตีณิ โยชนสมุสฺสิโตติ ฯ

ติสฺสพุทฺธวํโส สตฺตรสโม ฯ

๑ ม. อนนฺตเตโช ฯ ๒ ม. อตุลํ สีลํ สมาธิ จ ฯ ยุ. อตุลสีลสมาธี จ ฯ

๓ ยุ. โกฏิสตสหสฺสานิ สมึสฺ ฯ ๔ ม. ตติโย ฯ ๕ ยุ. พนฺธนา โส ฯ

๖ ม. สตฺเต -- ฯ ๗ ม. ยุ. ติสฺเส โลกคฺคนายเก ฯ

๑ ม. ยุ. ธารยึ ฯ ๒ ม. ยุ. พุทฺโธ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ

๑ ม. ยุ. ชนสนฺโธ ฯ ๒ ม. คุหเสลนาริสยนิสภา ฯ ยุ. คฺหเสลนารีนิสภา ฯ

๓ ม. นามิกา ฯ ๔ ม. อนูนอฏฺฐมาสานิ ฯ ยุ. อนูนกํ อฏฺฐมาสํ ฯ ๕ ม.

ยุ. ยสวตียมุตฺตเม ฯ ๖ ม. ยุ. สมงฺโค ฯ

Royal Thai

ในกัปต่อมาจากพระสิทธัตถพุทธเจ้า มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะผู้ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอ มีศีลไม่มีที่สุด ทรงยศนับมิได้ เป็นนายกชั้นเลิศของโลก พระมหาวีรเจ้าผู้มีพระจักษุ ผู้ทรงอนุเคราะห์ เสด็จอุบัติขึ้นในโลก กำจัดความมืดมน ฉายพระรัศมีให้มนุษยโลกพร้อมทั้งเทวโลกสว่างไสว แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ก็ทรงมีฤทธิ์ ศีลและสมาธิ ไม่มีสิ่งอื่นเทียมถึง ทรงบรรลุถึงความสำเร็จในธรรมทั้งปวงแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร พระองค์ทรงแสดงธรรมสั่งสอนถึงความบริสุทธิ์ไปในหมื่นโลกธาตุ ในพระธรรมเทศนาครั้งที่ ๑ สัตว์ได้ตรัสรู้ร้อยโกฏิ ครั้งที่ ๒ เก้าสิบโกฏิ ครั้งที่ ๓ หกสิบโกฏิ ครั้งนั้น พระองค์ทรงเปลื้องมนุษย์และเทวดาที่มาประชุมกันให้หลุดพ้นจากกิเลสเครื่องผูก

พระองค์ทรงมีการประชุมพระภิกษุขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน ผู้มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑พระภิกษุขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้บานแล้วด้วยวิมุติ มาประชุมกันหนึ่งแสน ครั้งที่ ๒ เก้าโกฏิ ครั้งที่ ๓ แปดโกฏิ สมัยนั้นเราเป็นพระมหากษัตริย์พระนามว่าสุชาต ละทิ้งโภคสมบัติเป็นอันมากแล้ว ออกบวชเป็นฤาษี เมื่อเราบวชแล้ว พระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกจึงเสด็จอุบัติ เพราะได้ฟังเสียงว่าพุทโธ ปีติจึงเกิดแก่เรา เราผู้กำจัดมานะแล้ว เอามือทั้งสองประคองดอกมณฑารพ ดอกปทุม และดอกปาริชาต เข้าไปเฝ้า เราเอาดอกไม้นั้นถือกั้นเป็นร่มให้พระติสสชินเจ้า ผู้แวดล้อมด้วยพระรัศมีอันปรากฏ ผู้เป็นนายกชั้นเลิศของโลก ในกาลนั้น แม้พระองค์ก็ประทับนั่งท่ามกลางประชุมชน ทรงพยากรณ์เราว่า ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ...........................

ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้วยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ประการยิ่งขึ้น พระนครชื่อว่าเขมกะ พระบรมกษัตริย์พระนามว่าชนสันทะ เป็นพระชนกของพระติสสศาสดา พระนางปทุมา เป็นพระชนนี พระองค์ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่เจ็ดพันปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อคุณเสลา นาทิยะ และนิสภะทรงมีพระสนมนารีกำนัลในสามหมื่นนาง ล้วนประดับประดาสวยงามพระมเหสีพระนามว่าสุภัททา พระราชโอรสพระนามว่าอานันทะพระพิชิตมารทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยอัสวราชยาน ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ครึ่งเดือนเต็ม พระติสสมหาวีรเจ้าผู้เป็นนายกชั้นเลิศของโลก

อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ที่ยสวดีทายวันอันประเสริฐ ทรงมีพระพรหมเทวเถระและพระอุทยเถระ เป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่าสมคะ เป็นพระพุทธอุปัฏฐาก พระผุสสาเถรีและพระสุทัตตาเถรี เป็นพระอัครสาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์เรียกชื่อว่าไม้ประดู่ สัมพลอุบาสกและศิริอุบาสก เป็นอัครอุปัฏฐาก กิสาโคตมีอุบาสิกาและอุปเสนาอุบาสิกา เป็นอัครอุปัฏฐายิกา แม้พระพุทธชินเจ้าพระองค์นั้น ก็มีพระองค์สูง ๖๐ ศอก ไม่มีผู้เปรียบ ไม่มีผู้เสมอเหมือนทรงปรากฏดังขุนเขาหิมวันต์ แม้พระองค์ผู้มีเดชหาเทียบเคียงมิได้มีพระจักษุ ทรงมีพระชนมายุมาก ดำรงอยู่ในโลกแสนปี พระองค์ทรงเสวยพระยศใหญ่ อุดม ประเสริฐสุด ทรงรุ่งเรืองดังกองไฟเสด็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวก พระองค์เสด็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวกดังเมฆหายไปเพราะลม น้ำค้างหายไปเพราะพระอาทิตย์ความมืดหายไปเพราะแสงไฟ ฉะนั้น พระติสสพุทธเจ้าผู้ประเสริฐเสด็จนิพพาน ณ นันทาราม พระสถูปอันประเสริฐของพระองค์สูง ๓ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ที่นันทารามนั้น ฉะนี้แล.

จบติสสพุทธวงศ์ที่ ๑๗

End of ๑๗. ติสสพุทธวงศ์