arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา · ว่าด้วยคาถาสุภาษิตในโสฬสกนิบาต

๓. จาปาเถรีคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๖๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๖ ในว่าด้วยคาถาสุภาษิตในโสฬสกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๓. จาปาเถรีคาถา

คาถาสุภาษิตของนางจาปาเถรี

ท่านอุปกะกล่าวว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา ว่าด้วยคาถาสุภาษิตในโสฬสกนิบาต จาปาเถรีคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๓ ลฏฺฐิหตฺโถ ปุเร อาสึ โส ทานิ มิคลุทฺทโก

อาสาย ปลิปา โฆรา นาสกฺขึ ปารเมตเส ๒ ฯ

สุมตฺตํ มํ มญฺญมานา จาปา ปุตฺตมโตสยิ

จาปาย พนฺธนํ เฉตฺวา ปพฺพชิสฺสํ ปุเร ๓ อหํ ฯ

มา เม กุชฺฌ มหาวีร มา เม กุชฺฌ มหามุนิ

น หิ โกธปเรตสฺส สุทฺธิ อตฺถิ กุโต ตโป ฯ

ปกฺกมิสฺสญฺจ นาลาโต โกธ นาลาย วจฺฉติ

พนฺธนฺตี อิตฺถิรูเปน สมเณ ธมฺมชีวิโน ฯ

เอหิ กาฬ นิวตฺตสฺสุ ภุญฺช กาเม ยถา ปุเร

อหํ จ เต วสีกตา เย จ เม สนฺติ ญาตกา ฯ

เอตฺโต เจว จตุพฺภาคํ ยถา ภาสสิ ตํ จาเป ๔

ตยิ รตฺตสฺส โปสสฺส อุฬารํ วต ตํ สิยา ฯ

กาฬงฺคินึว ตกฺการึ ปุปฺผิตํ คิริมุทฺธนิ

ผุลฺลํ ทาลิมลฏฺฐึว อนฺโตทีเปว ปาฏลึ

หริจนฺทนลิตฺตงฺคึ กาสิกุตฺตมธารินึ

ตํ มํ รูปวตึ สนฺตึ กสฺส โอหาย คจฺฉสิ ฯ

สากุณิโกว สกุณํ ๑ ยถา พนฺธิตุมิจฺฉติ

อาหริเมน รูเปน น มํ ตฺวํ พาธยิสฺสสิ ฯ

อิมญฺจ เม ปุตฺตผลํ กาฬ อุปฺปาทิตํ ตยา

ตํ มํ ปุตฺตวตึ สนฺตึ กสฺส โอหาย คจฺฉสิ ฯ

ชหนฺติ ปุตฺเต สปฺปญฺญา ตโต ญาตี ตโต ธนํ

ปพฺพชนฺติ มหาวีรา นาโค เฉตฺวาว พนฺธนํ ฯ

อิทานิ เต อิมํ ปุตฺตํ ทณฺเฑน ฉุริกาย วา

ภูมิยํ ว นิสุมฺเภยฺยํ ๒ ปุตฺตโสกา น คจฺฉสิ ฯ

สเจ ปุตฺตํปิ สิคาลานํ กุกฺกุรานํ ปทาหิสิ

น มํ ปุตฺตกเต ชมฺมิ ปุนราวตฺตยิสฺสสิ ฯ

หนฺท โข ทานิ ภทนฺเต กุหึ กาฬ คมิสฺสสิ

กตมํ คามํ นิคมํ นครํ ราชธานิโย ฯ

อหุมฺห ปุพฺเพ คณิโน อสมณา สมณมานิโน

คาเมน คามํ วิจริมฺห นคเร ราชธานิโย ฯ

เอโส หิ ภควา พุทฺโธ นทึ เนรญฺชรํ ปติ

สพฺพทุกฺขปฺปหานาย ธมฺมํ เทเสสิ ปาณินํ

ตสฺสาหํ สนฺติเก ๓ คจฺฉํ โส เม สตฺถา ภวิสฺสติ ฯ

วนฺทนํ ทานิ วชฺชาสิ ๔ โลกนาถํ อนุตฺตรํ

ปทกฺขิณญฺจ กตฺวาน อาทิเสยฺยาสิ ทกฺขิณํ ฯ

เอตํ โข ลพฺภมเมฺหหิ ยถา ภาสสิ ตํ จาเป ๑

วนฺทนํ ทานิ เต วชฺชํ โลกนาถํ อนุตฺตรํ

ปทกฺขิณญฺจ กตฺวาน อาทิสิสฺสามิ ทกฺขิณํ ฯ

ตโต จ กาโฬ ปกฺกามิ นทึ เนรญฺชรํ ปติ

โส อทฺทสาสิ สมฺพุทฺธํ เทเสนฺตํ อมตํปทํ

ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ

อริยฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ทุกฺขูปสมคามินํ ฯ

ตสฺส ปาทานิ วนฺทิตฺวา กตฺวาน นํ ปทกฺขิณํ

จาปาย อาทิสิตฺวาน ปพฺพชิ อนคาริยํ ฯ

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

จาปา ฯ

๑ ม. อุเปมิ สรณํ พุทฺธํ ฯ ๒ ม. ปารเมตเว ฯ ๓ ม. ยุ. ปุโน มหํ ฯ ๔ ม. เอตฺโต

จาเป จตุพฺภาคํ ยถา ภาสสิ ตฺวํ จ เม ฯ

๑ ม. ยุ. สากุนฺติโกว สกุณึ ฯ ๒ ม. ภูมิยํ วา นิสุมฺภิสฺสํ ฯ ๓ ม. สนฺติกํ ฯ

๔ ยุ. วนฺทนํ ทานิ เม วชฺชาสิ ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อก่อนเราถือไม้เท้า เดี๋ยวนี้เราเป็นพรานเนื้อ เราไม่อาจออกจากเปือกตมอันร้ายกาจข้ามไปยังฝั่งโน้นด้วยความหวังได้ เมื่อก่อนนางจาปาดูหมิ่นเราว่า เป็นผู้มัวเมา ได้ปลอบบุตรเยาะเย้ยเรา เราจึงตัดเครื่องผูกของนาง

จาปาแล้วออกบวช.

เรากล่าวว่า

ข้าแต่ท่านมหาวีระ ขอท่านจงอย่าโกรธเราเลย ข้าแต่ท่านมหามุนี ขอท่านจงอย่าโกรธเราเลย เพราะว่าผู้ที่ถูกความโกรธครอบงำย่อมไม่มีความบริสุทธิ์ตบะจักมีมาแต่ไหน ก็เราจักหลีกไปสู่บ้านนาลา ใครในที่นี้จักไปยังบ้านนาลาบ้าง ชนทั้งหลายย่อมผูกสมณะ ผู้เลี้ยงชีพโดยชอบธรรมไว้ด้วยมารยาหญิง ดูกรท่านกาฬะท่านจงกลับมาเถิด จงมาบริโภคกามสุขเหมือนในกาลก่อน เราและพวกญาติของเราทั้งหมดจักยอมอยู่ใต้อำนาจ

ของท่าน.

ท่านอุปกะกล่าวว่า

ดูกรนางจาปา เจ้าพูดคำเช่นใด คำเช่นนั้นจะพึงเป็นถ้อยคำที่ดียิ่งแก่บุรุษ

ผู้ที่รักเจ้า ยิ่งไปกว่าที่เจ้าพูดถึง ๔ เท่าทีเดียว.

เรากล่าวว่า

ดูกรท่านกาฬะ เพราะเหตุไร ท่านจึงละทิ้งเราผู้มีรูปงามผู้เป็นดุจต้นตัณหามีดอกบานสะพรั่งตั้งอยู่บนยอดเขา เป็นดังต้นการะเกดมีดอกอันบานและเป็นดุจต้นแคฝอยภายในทวีป ผู้มีร่างกายรูปไล้ด้วยจุรณจันทน์แดง

นุ่งห่มผ้าแคว้นกาสีมีค่าอันสูง เป็นผู้สมบูรณ์ไปเสียเล่า.

ท่านอุปกะกล่าวว่า

พรานนกปรารถนาตามเบียดเบียนนก ฉันใด เจ้าจักตามเบียดเบียนเราด้วย

รูปร่างอันมีการตบแต่งต่างๆ ฉันนั้นหาได้ไม่.

เรากล่าวว่า

ดูกรท่านกาฬะ ก็ผล คือบุตรของเรานี้ ท่านเป็นผู้ทำให้เกิดขึ้นแล้ว ไฉน

ท่านจึงมาละทิ้งเราซึ่งเป็นผู้มีบุตรไปเสียเล่า.

ท่านอุปกะกล่าวว่า

ท่านผู้มีปัญญาทั้งหลาย ผู้เป็นมหาวีรบุรุษ ย่อมละบุตร ละญาติ ละทรัพย์ตัดเครื่องผูกพันเสียแล้วออกบวช เหมือนช้างสลัดเครื่องผูกไป ฉะนั้น.

เรากล่าวว่า

บัดนี้ เราพึงเอาท่อนไม้หรือมีดทุบหรือเฉือนบุตรของท่านนี้ให้จมลงใน

แผ่นดิน ท่านจักไม่เศร้าโศกถึงบุตรหรือ?

ท่านอุปกะกล่าวว่า

ดูกรนางชั่วช้า ผู้มีบุตรอันทำแล้ว ถ้าแม้เจ้าจักทิ้งบุตรให้สุนัขจิ้งจอก

กินเป็นอาหาร เจ้าก็จักยังเราให้กลับคืนมาอีกไม่ได้.

เรากล่าวว่า

เอาเถอะท่านกาฬะผู้เจริญ บัดนี้ ท่านจักไปไหน คือจักไปสู่บ้าน นิคม

นคร ราชธานีไหน?

ท่านอุปกะกล่าวว่า

เมื่อก่อนเราเคยเป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะ ไม่ใช่สมณะ แต่ถือตัวว่าเป็นสมณะได้เที่ยวไปตามบ้านทุกๆ บ้าน ทุกนคร ทุกราชธานีน้อยใหญ่ บัดนี้พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าพระองค์นี้ประทับอยู่ ณ ที่ใกล้แม่น้ำเนรัญชราทรงแสดงธรรมแก่หมู่สัตว์เพื่อให้ละทุกข์ทั้งปวง เราได้ไป ณ สำนัก

ของพระองค์ พระองค์ก็จักเป็นศาสดาของเรา.

เรากล่าวว่า

บัดนี้ ขอท่านจงกราบทูลการกราบไหว้ของฉัน กะพระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ผู้ยอดเยี่ยม พึงทำประทักษิณ ๓ รอบ แล้วอุทิศส่วนบุญมา

ให้ฉันบ้าง.

ท่านอุปกะกล่าวว่า

ดูกรนางจาปา ตามที่เจ้าพูดเราทำได้ บัดนี้เราจักกราบทูลการกราบไหว้ของเจ้ากะพระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่ง ของสัตว์โลก ผู้ยอดเยี่ยม และจักทำ

ประทักษิณสิ้น ๓ รอบแล้วอุทิศส่วนบุญมาให้เจ้า.

ก็ลำดับนั้น ท่านกาฬะได้หลีกไปถึงแม่น้ำเนรัญชรา ท่านได้พบพระสัมพุทธเจ้ากำลังทรงแสดงอมตบท คือ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์และอริยมรรคมีองค์ ๘ อันเป็นทางดำเนินถึงความสงบทุกข์ ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระพุทธเจ้าแล้ว ทำประทักษิณ ๓ รอบ อุทิศส่วนบุญไปให้นางจาปาแล้วออกบวชในพระธรรมวินัย ได้บรรลุวิชชา ๓ ทำตาม

คำสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว.

จบ ๓. จาปาเถรีคาถา