arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา · ว่าด้วยคาถาสุภาษิตในโสฬสกนิบาต

๑. อัมพปาลีเถรีคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๖๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๖ ในว่าด้วยคาถาสุภาษิตในโสฬสกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เถรีคาถาย วีสตินิปาโต

๑. เถรีคาถา วิสตินิบาต

ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในวีสตินิบาต

อัมพปาลีเถรีคาถา

คาถาสุภาษิตของนางอัมพปาลีเถรี

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา ว่าด้วยคาถาสุภาษิตในโสฬสกนิบาต อัมพปาลีเถรีคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๑ กาฬกา ภมรวณฺณสทิสา

เวลฺลิตคฺคา มม มุทฺธชา อหุํ

เต ชราย สาณวากสทิสา

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

วาสิโตว สุรภิกรณฺฑโก

ปุปฺผปูรํ มม อุตฺตมงฺคภูโต ๑

ตํ ชรายถ สโลมคนฺธิกํ

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

กานนํว สหิตํ สุโรปิตํ

โกจฺฉสูจิวิจิตฺตคฺคโสภิตํ

ตํ ชราย วิรฬํ ตหึ ตหึ

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

สณฺหคนฺธกสุวณฺณมณฺฑิตํ ๒

โสภเต สุ เวณีหิ อลงฺกตํ

ตํ ชราย ขลิตํ สิรํ กตํ

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

จิตฺตการสุกตาว เลขิตา

โสภเต ๓ สุ ภมุกา ปุเร มม

ตา ชราย วลีหิ ปลมฺพิตา

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

ภสฺสรา สุรุจิรา ยถา มณิ

เนตฺตาเหสุํ อภินีลมายตา

เต ชรายภิหตา น โสภเต ๑

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

สณฺหตุงฺคสทิสี จ นาสิกา

โสภเต สุ อภิโยพฺพนํ ปติ

สา ชราย อุปกูลิตา วิย

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

กงฺกณํว สุกตํ สุนิฏฺฐิตํ

โสภเต ๑ สุ มม กณฺณปาฬิโย ปุเร ๒

ตา ชราย วลีหิ ปลมฺพิตา

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

ปตฺตลิมกุลวณฺณสทิสา

โสภเต สุ ทนฺตา ปุเร มม

เต ชราย ขณฺฑา ยวปีตกา

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

กานนสฺมึ วนสณฺฑจาริณี

โกกิลาว มธุรํ นิกูชิตํ ๑

ตํ ชราย ขลิตํ ตหึ ตหึ

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

สณฺฐกมฺมุทีว ๒ สุปฺปมชฺชิตา

โสภเต สุ คีวา ปุเร มม

สา ชราย ภคฺคา วินามิตา ๓

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

วฏฺฏปลิฆสทิโสปมา อุโภ

โสภเต สุ พาหา ปุเร มม

ตา ชราย ยถา ปาฏลิปฺปลิตา ๔

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

สณฺหมุทฺทิกาสุวณฺณมณฺฑิตา

โสภเต สุ หตฺถา ปุเร มม

เต ชราย ยถา มูลมูลิกา

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

ปีนวฏฺฏสหิตุคฺคตา อุโภปิ ๕

โสภเต สุ ถนกา ปุเร มม

เถรีติ ว ๖ ลมฺพนฺเตโนทกา

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

กญฺจนสฺส ผลกํว สุมฏฺฐํ ๑

โสภเต สุ กาโย ปุเร มม

โส วลีหิ สุขุมาหิ โอตโต

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

นาคโภคสทิโสปมา อุโภ

โสภเต สุ อูรู ปุเร มม

ตา ๒ ชราย ยถา เวฬุนาฬิโย

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

สณฺหนูปุรสุวณฺณมณฺฑิตา

โสภเต สุ ชงฺฆา ปุเร มม

ตา ชราย ติลทณฺฑการิว

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

ตูลปุณฺณสทิโสปมา อุโภ

โสภเต สุ ปาทา ปุเร มม

เต ชราย ผุฏิกา วลีมตา

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญถา ฯ

เอทิโส อหุ อยํ สมุสฺสโย

ชชฺชโร พหุทุกฺขานมาลโย

โสปเลปปติโต ชราฆโร

สจฺจวาทิวจนํ อนญฺญาถ ฯ

อมฺพปาลี ฯ

๑ ม. อุตฺตมงฺคโช ฯ ๒ ม. กณฺหขนฺธก ... ฯ ๓ ม. โสภเร ฯ

๑ ม. โสภเร ฯ ๒ ม. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ

๑ ม. นิกูชิหํ ฯ ๒ ม. สณฺหกมฺพุริว ฯ ๓ ยุ. วินาสิตา ฯ ๔ ม. ปาฏลิพฺพลิตา ฯ

๕ ม. ยุ. ปิสทฺโท นตฺถิ ฯ ๖ ม. เถวิกีว ลมฺพนฺติ โนทกา ฯ

๑ ม. สมฺมฏฺฐํ ฯ ๒ โป. ม. ยุ. เต ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อก่อน ผมของเรามีสีดำ คล้ายกับสีปีกแมลงภู่ มีปลายงอน เดี๋ยวนี้กลายเป็นเช่นปอเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อนมวยผมของเรามีกลิ่นหอม ดุจอบด้วยดอกมะลิเป็นต้น เต็มด้วยดอกไม้ เดี๋ยวนี้มีกลิ่นเหมือนขนกระต่ายเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน ผมของเรามีปลายอันงาม วิจิตรด้วยหวีและเครื่องปักผมเหมือนป่าไม้อันปลูกเป็นแถวงามสะพรั่ง เดี๋ยวนี้กลายเป็นผมโกร๋นในที่นั้นๆ พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน ผมของเราประดับด้วยมวยผมอันงดงาม

ดังประดับด้วยทองคำอันละเอียด มีกลิ่นหอม เดี๋ยวนี้ ล้านตลอดหัวเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อนคิ้วของเรางดงามคล้ายรอยเขียนอันนายช่างเขียนดีแล้ว เดี๋ยวนี้ กลายเป็นคิ้วคดเคี้ยวเหมือนเถาวัลย์เพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อนนัยน์ตาของเราดำขลับ เหมือนนิลมณีรุ่งเรืองงาม เดี๋ยวนี้ถูกชราขจัดแล้วไม่งามเลย พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อเวลาเรายังรุ่นสาวจมูกของเราโด่งงาม เหมือนเกลียวหรดาล เดี๋ยวนี้ กลับห่อเหี่ยวไปเหมือนจมหายเข้าไปในศีรษะเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อนใบหูของเรางดงามเหมือนตุ้มหูที่ทำเสร็จเรียบร้อยดี เดี๋ยวนี้กลับหย่อนยานเหมือนเอาเถาวัลย์ห้อยไว้เพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน ฟันของเราขาวงามดีเหมือนสีดอกมะลิตูม เดี๋ยวนี้กลายเป็นฟันหักและมีสีเหลืองเพราะชราพระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน เราพูดเสียงไพเราะเหมือนเสียงนกดุเหว่า อันมีปกติเที่ยวไปในไพรสณฑ์ร่ำร้องอยู่ในป่าใหญ่ฉะนั้น เดี๋ยวนี้คำพูดของเราพลาดไปทุกๆ คำเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริงเป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน คอของเรางดงามกลมเกลี้ยงเหมือนสังข์ที่ขัดดีแล้ว เดี๋ยวนี้ย่นเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อนแขนทั้งสองของเรางดงามเปรียบดังกลอนเหล็กอันกลมฉะนั้น เดี๋ยวนี้ลีบคดดุจฝักแคฝอยเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริงเป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน มือทั้งสองของเราประดับด้วยแหวนทองคำงดงาม เดี๋ยวนี้เป็นเหมือนเหง้ามันเพราะชราพระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน ถันทั้งคู่ของเราเต่งตั่งกลมกลึงชิดสนิทกัน

และมีปลายงอนขึ้นงดงาม เดี๋ยวนี้กลับหย่อนเหมือนผลน้ำเต้าเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่นเมื่อก่อน กายของเราเกลี้ยงเกลา งดงาม เหมือนแผ่นทองที่ขัดดีแล้วเดี๋ยวนี้สะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็นอันละเอียดเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อนขาอ่อนทั้งสองของเรางดงามเปรียบเหมือนงวงช้าง เดี๋ยวนี้เป็นปุ่มเป็นปมเหมือนข้อไม้ไผ่เพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อนแข้งทั้งสองของเรา ประดับด้วยกำไลทองคำอันเกลี้ยงเกลางดงาม เดี๋ยวนี้กลับเหี่ยวแห้งเหมือนต้นงาเพราะชรา

พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับ-กลายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อน เท้าทั้งสองของเรางดงามอุปมาเช่นกับปุยนุ่นเพราะความที่เท้าอ่อนนุ่ม เดี๋ยวนี้กลับแตกเป็นริ้วรอยงองุ้มดังเถาวัลย์เพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น ร่างกายของเรานี้เนื่องด้วยความหย่อน เป็นที่อยู่แห่งทุกข์มาก เป็นสภาพตกไปจากเครื่องลูบไล้ เป็นดุจเรือนอันคร่ำคร่าพระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสจริง เป็นคำจริงแท้ไม่กลับกลายเป็น

อย่างอื่น.

จบ ๑. อัมพปาลีเถรีคาถา