arnon.world

สัตตกนิบาต

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๕๙–๔๖๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๕ ในเถรีคาถามี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เถรีคาถาย สตฺตกนิปาโต

เถรีคาถา สัตตกนิบาต

ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในสัตตกนิบาต

๑. อุตตราเถรีคาถา

คาถาสุภาษิตของนางอุตตราเถรี

พระปฏาจาราเถรีกล่าวว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา สัตตกนิบาต อุตตราเถรีคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๑ มุสลานิ คเหตฺวาน ธญฺญํ โกฏฺเฏนฺติ มาณวา

ปุตฺตทารานิ โปเสนฺตา ธนํ วินฺทนฺติ มาณวา ฯ

ฆเฏถ พุทฺธสาสเน ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ

ขิปฺปํ ปาทานิ โธวิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทถ ฯ

จิตฺตํ อุปฏฺฐเปตฺวาน เอกคฺคํ สุสมาหิตํ

ปจฺจเวกฺขถ สงฺขาเร ปรโต โน จ อตฺตโต ฯ

ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา ปฏาจารานุสาสนึ

ปาเท ปกฺขาลยิตฺวาน เอกมนฺเต อุปาวิสึ ฯ

รตฺติยา ปุริเม ยาเม ปุพฺพชาติมนุสฺสรึ

รตฺติยา มชฺฌิเม ยาเม ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธยึ ฯ

รตฺติยา ปจฺฉิเม ยาเม ตโมกฺขนฺธํ ปทาลยึ

เตวิชฺชา อถ วุฏฺฐามิ ๑ กตา เต อนุสาสนี ฯ

สกฺกํว เทวา ติทสา สงฺคาเม อปราชิตํ

ปุรกฺขิตฺวา วิหรามิ ๒ เตวิชฺชมฺหิ อนาสวา ฯ

อุตฺตรา ฯ

๑ ยุ. ปสาเรมิ ฯ

ฉบับหลวง

มาณพทั้งหลายพากันถือสากซ้อมข้าวอยู่ ย่อมหาทรัพย์มาเลี้ยงดูบุตรภรรยาฉันใด ท่านทั้งหลายก็ฉันนั้น จงบำเพ็ญเพียรในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ที่เป็นเหตุให้ผู้ทำไม่เดือดร้อนในภายหลัง ท่านทั้งหลายจงรีบล้างเท้าแล้วนั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง จงเข้าไปตั้งจิตไว้ให้มีอารมณ์เดียวตั้งมั่นด้วยดีแล้ว พิจารณาสังขารทั้งหลายโดยความเป็นของแปร

ปรวน และโดยความเป็นของไม่ใช่ตน.

พระอุตตราเถรีกล่าวว่า

เราได้ฟังคำพร่ำสอนของพระปฏาจาราเถรีนั้นแล้ว ล้างเท้าเข้าไปนั่ง ณที่ควรแห่งหนึ่ง ในปฐมยามแห่งราตรี เราก็ระลึกชาติก่อนได้ ในมัชฌิมยามแห่งราตรี ได้ชำระทิพยจักษุให้หมดจด ในปัจฉิมยามแห่งราตรีได้ทำลายกองแห่งความมืดได้แล้ว เราได้บรรลุวิชชา ๓ จึงลุกจากอาสนะในภายหลังเราได้ทำตามคำพร่ำสอนของท่านแล้ว ดิฉันเป็นผู้มีวิชชา ๓ไม่มีอาสวะ จักห้อมล้อมท่านอยู่ ดุจเทวดาชาวดาวดึงส์ พากันห้อมล้อม

ท้าวสักกะผู้ชนะสงครามมาแล้ว ฉะนั้น.

๒. จาลาเถรีคาถา

คาถาสุภาษิตของนางจาลาเถรี

พระจาลาเถรีกล่าว

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา สัตตกนิบาต จาลาเถรีคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๒ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวาน ภิกฺขุนี ภาวิตินฺทฺริยา

ปฏิวิชฺฌึ ปทํ สนฺตํ สงฺขารูปสมํ สุขํ ฯ

กึ ๓ นุ อุทฺทิสฺส มุณฺฑาสิ สมณี วิย ทิสฺสสิ

น จ โรเจสิ ปาสณฺเฑ กิมิทํ จรสิ โมมุหา ฯ

อิโต พหิทฺธา ปาสณฺฑา ทิฏฺฐิโย อุปนิสฺสิตา

น เต ธมฺมํ วิชานนฺติ น เต ธมฺมสฺส โกวิทา ฯ

อตฺถิ สกฺยกุเล ชาโต พุทฺโธ อปฺปฏิปุคฺคโล

โส เม ธมฺมมเทเสสิ ทิฏฺฐีนํ สมติกฺกมํ

ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ

อริยฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ทุกฺขูปสมคามินํ ฯ

ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา วิหรึ สาสเน รตา

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

สพฺพตฺถ วิหตา นนฺทิ ตโมกฺขนฺโธ ปทาลิโต

เอวํ ชานาหิ ปาปิม นิหโต ตฺวมสิ อนฺตก ฯ

จาลา ฯ

๑ ม. วุฏฺฐาสิ ฯ ๒ ม. วิหสฺสามิ ฯ ยุ. วิหิสฺสามิ ฯ ๓ ม. กํ ฯ

ฉบับหลวง

เราเป็นภิกษุณีผู้มีอินทรีย์อันเจริญแล้ว เข้าไปตั้งสติไว้มั่น ได้แทงตลอด

สันตบทอันเป็นเครื่องเข้าไประงับสังขารเป็นสุข.

มารกล่าวว่า

ท่านเป็นผู้มีศีรษะโล้น ปรากฏเหมือนสมณะ เจาะจงใครหนอ ท่านไม่ชอบใจในลัทธิเดียรถีย์แล้ว ยังจักมาหลงประพฤติทางผิดนี้อยู่ทำไม.

พระจาลาเถรีกล่าวว่า

เดียรถีย์เหล่าใด ผู้มีลัทธิเป็นภายนอกจากศาสนานี้ เป็นผู้เข้าไปอาศัยทิฏฐิทั้งหลาย เดียรถีย์เหล่านั้นย่อมไม่รู้แจ้งธรรม ไม่เป็นผู้ฉลาดในธรรมส่วนพระพุทธเจ้าผู้เสด็จอุบัติในสกุลศากยะ ไม่มีผู้ใดเปรียบปาน พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมอันเป็นอุบายล่วงเสียซึ่งทิฏฐิทั้งหลาย คือ ทุกข์เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์และอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับทุกข์แก่เรา เราได้ฟังคำสั่งสอนของพระองค์แล้วยินดีอยู่ในพระศาสนา เราได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าได้ทำเสร็จแล้ว เรากำจัดความเพลิดเพลินในสิ่งทั้งปวงได้แล้ว ทำลายกองแห่งความมืดแล้ว ดูกรมารผู้ใจบาป ท่านจงรู้อย่างนี้เถิด

ตัวท่านเรากำจัดได้แล้ว.

๓. อุปจาลาเถรีคาถา

คาถาสุภาษิตของนางอุปจาลาเถรี

พระอุปจาลาเถรีกล่าวว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา สัตตกนิบาต อุปจาลาเถรีคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๓ สตีมตี จกฺขุมตี ภิกฺขุนี ภาวิตินฺทฺริยา

ปฏิวิชฺฌึ ปทํ สนฺตํ อกาปุริสเสวิตํ ฯ

กึ นุ ชาตึ น โรเจสิ ชาโต กามานิ ภุญฺชติ

ภุญฺชาหิ กามรติโย มาหุ ปจฺฉานุตาปินี ฯู

ชาตสฺส มรณํ โหติ หตฺถปาทาน เฉทนํ

วธพนฺธปริกฺเขปํ ๑ ชาโต ทุกฺขํ นิคจฺฉติ ฯ

อตฺถิ สกฺยกุเล ชาโต สมฺพุทฺโธ อปราชิโต

โส เม ธมฺมมเทเสสิ ชาติยา สมติกฺกมํ

ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ

อริยฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ทุกฺขูปสมคามินํ ฯ

ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา วิหรึ สาสเน รตา

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

สพฺพตฺถ วิหตา นนฺทิ ตโมกฺขนฺโธ ปทาลิโต

เอวํ ชานาหิ ปาปิม นิหโต ตฺวมสิ อนฺตก ฯ

อุปจาลา ฯ

สตฺตกนิปาโต สมตฺโต ฯ

______________________

๑ ยุ. วธพนฺธปริเกฺลสํ ฯ

ฉบับหลวง

เราเป็นภิกษุณีผู้มีสติ มีจักษุ มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว แทงตลอดสันตบท

อันอุดมบุรุษเสพแล้ว.

มารกล่าวว่า

เหตุไฉนหนอท่านจึงไม่ชอบความเกิด เพราะธรรมดาผู้เกิดย่อมบริโภคกามทั้งหลาย เชิญท่านบริโภคความยินดีในกามทั้งหลายเถิด อย่าได้เป็น

ผู้มีความเดือดร้อนในภายหลังเลย

พระอุปจาลาเถรีกล่าวว่า

เพราะความตายย่อมมีแก่ผู้เกิด ไม่มีแก่ผู้ไม่เกิด การถูกตัดมือและเท้าการถูกฆ่าและถูกจองจำย่อมมีแก่ผู้เกิด ไม่มีแก่ผู้ไม่เกิด ผู้เกิดแล้วย่อมได้ประสบทุกข์ ผู้ไม่เกิดย่อมไม่ประสบ พระสัมพุทธเจ้าผู้เสด็จอุบัติในสกุลศากยะ ไม่มีผู้ใดเปรียบปาน พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมอันเป็นอุบายล่วงเสียซึ่งทิฏฐิทั้งหลาย คือ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์ อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับทุกข์แก่เรา เราได้ฟังคำสั่งสอนของพระองค์แล้ว ยินดีอยู่ในพระศาสนา เราได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว เรากำจัดความเพลิดเพลินในสิ่งทั้งปวงได้แล้ว ทำลายกองแห่งความมืดแล้ว ดูกรมารผู้ใจบาป ท่านจงรู้อย่างนี้เถิด ตัวท่าน

เรากำจัดได้แล้ว.

จบ สัตตกนิบาต.