arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา · ว่าด้วยคาถาสุภาษิตในโสฬสกนิบาต

ปุณณิกาเถรีคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๖๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๖ ในว่าด้วยคาถาสุภาษิตในโสฬสกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เถรีคาถาย โสฬสกนิปาโต

เถรีคาถา โสฬสกนิบาต

ว่าด้วยคาถาสุภาษิตในโสฬสกนิบาต

ปุณณิกาเถรีคาถา

คาถาสุภาษิตของนางปุณณิกาเถรี

พระปุณณิกาเถรีกล่าวว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา ว่าด้วยคาถาสุภาษิตในโสฬสกนิบาต ปุณณิกาเถรีคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๑ อุทกหารี ๑ อหํ สีเต สทา อุทกโมตรึ

อยฺยานํ ทณฺฑภยภีตา วาจาโทสภยฏฺฏิตา ฯ

กสฺส พฺราหฺมณ ตฺวํ ภีโต สทา อุทกโมตริ

เวธมาเนหิ คตฺเตหิ สีตํ เวทยเส ภุสํ ฯ

ชานนฺตี จ ตุวํ โภติ ปุณฺณิเก ปริปุจฺฉสิ

กโรนฺตํ กุสลํ กมฺมํ รุนฺธนฺตํ กมฺมปาปกํ ฯ

โย จ วุฑฺโฒ [๒] ทหโร วา ปาปกมฺมํ ปกุพฺพติ

อุทกาภิเสจนา ๓ โสปิ ปาปกมฺมา ปมุจฺจติ ฯ

โก นุ เต อิทมกฺขาสิ อชานนฺตสฺส อชานโก

อุทกาภิเสจนา ๓ นาม ปาปกมฺมา ปมุจฺจติ

สคฺคํ นูน คมิสฺสนฺติ สพฺเพ มณฺฑูกกจฺฉปา

นาคา จ สสสุมารา จ เย จญฺเญ อุทเก จรา ฯ

โอรพฺภิกา สูกริกา มจฺฉิกา มิคพนฺธกา

โจรา จ วชฺฌฆาตา จ เย จญฺเญ ปาปกมฺมิโน

อุทกาภิเสจนา ๓ เตปิ ปาปกมฺมา ปมุจฺจเร ฯ

สเจ อิมา นทิโย เต ปาปํ ปุพฺเพ กตํ วเหยฺยุํ ๔

ปุญฺญํปิมา วเหยฺยุํ เต ๑ เตน ตฺวํ ปริพาหิโร อสฺส ๒ ฯ

ยสฺส พฺราหฺมณ ตฺวํ ภีโต สทา อุทกโมตริ

ตเมว พฺรเหฺม มากาสิ มา เต สีตํ ฉวึ หเน ฯ

กุมคฺคปฏิปนฺนํ มํ อริยมคฺคํ สมานยิ

อุทกาภิเสจนํ ๓ โภติ อิมํ สาฏกํ ททามิ เต ฯ

ตุเยฺหว สาฏโก โหตุ นาหมิจฺฉามิ สาฏกํ ฯ

สเจ ภายสิ ทุกฺขสฺส สเจ เต ทุกฺขมปฺปิยํ

มากาสิ ปาปกํ กมฺมํ อาวิ วา ยทิ วา รโห ฯ

สเจ จ ปาปกํ กมฺมํ กริสฺสสิ กโรสิ วา

น เต ทุกฺขา ปมุตฺยตฺถิ อุเปจฺจาปิ ปลายโต ฯ

สเจ ภายสิ ทุกฺขสฺส สเจ เต ทุกฺขมปฺปิยํ

อุเปหิ พุทฺธํ สรณํ ธมฺมํ สงฺฆญฺจ ตาทินํ

สมาทิยาหิ สีลานิ ตนฺเต โมกฺขาย ๔ เหสฺสติ ฯ

พฺรหฺมพนฺธุ ปุเร อาสึ อชฺชมฺหิ สจฺจ พฺราหฺมโณ

เตวิชฺโช เวทสมฺปนฺโน โสตฺถิโย จมฺหิ นฺหาตโก ฯ

ปุณฺณิกา ๕ ฯ

โสฬสกนิปาโต สมตฺโต ฯ

_______________________

๑ ม. อุทหารี ฯ [๒] โป. ยุ. วา ฯ ๓ ม. ทกาภิเสจนา ฯ ๔ ม. พหุํ ฯ

๑ ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๒ ม. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๓ ม. ทกาภิเสจนา ฯ

๔ ม. ยุ. อตฺถาย เหหิติ ฯ ๕ ม. ปุณฺณา ฯ

ฉบับหลวง

เราเป็นหญิงตักน้ำ กลัวต่อภัย คืออาญาของนาย และถูกภัย คือ วาจาและโทสะของนายบีบคั้นแล้ว จึงลงตักน้ำในฤดูหนาวทุกเมื่อ ดูกรพราหมณ์ ท่านกลัวต่อใครเล่าจึงลงตักน้ำทุกเมื่อ ท่านมีตัวอันสั่นเทา

เสวยทุกข์ คือความหนาวอันร้ายกาจ.

พราหมณ์กล่าวว่า

ดูกรนางปุณณิกาผู้เจริญ ก็เมื่อท่านรู้อยู่ว่าเราผู้ทำซึ่งกุศลกรรมอันห้ามซึ่งบาปกรรม จะสอบถามเราทำไม ก็ผู้ใดเป็นคนแก่หรือคนหนุ่มทำบาปกรรมไว้ แม้ผู้นั้นก็ย่อมพ้นจากบาปกรรมได้ด้วยการอาบน้ำ.

พระปุณณิกาเถรีกล่าวว่า

ก็ใครหนอบอกความนี้แก่ท่านผู้ไม่รู้ เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็เมื่อบุคคลจะพ้นจากบาปกรรมได้เพราะการอาบน้ำ กบ เต่า นาค จรเข้ และสัตว์เหล่าอื่นที่เที่ยวไปในแม่น้ำ ก็จักพากันไปสู่สวรรค์แน่นอน พวกคนฆ่าเนื้อทรายเลี้ยงชีวิต คนฆ่าสุกร พวกชาวประมง พวกพรานเนื้อ พวกโจรพวกนายเพชฌฆาต และคนที่มีกรรมอันเป็นบาปเหล่าอื่น แม้คนเหล่านั้นก็พึงพ้นจากบาปกรรมเพราะการอาบน้ำ ถ้าแม้น้ำเหล่านี้ พึงนำบาปที่ท่านทำไว้แล้วในกาลก่อนไปได้ไซร้ แม้น้ำเหล่านี้ก็พึงนำบุญมาให้ท่านบ้างเพราะเหตุนั้น ท่านพึงเป็นผู้เหินห่างจากพระศาสนา ดูกรพราหมณ์ท่านกลัวต่อบาปกรรมอันใด จึงลงอาบน้ำทุกเมื่อ ท่านอย่าได้ทำบาปกรรม

อันนั้นเลย ความหนาวอย่าได้เบียดเบียนผิวของท่าน.

พราหมณ์กล่าวว่า

ท่านนำข้าพเจ้าผู้เดินทางผิดไปสู่อริยมรรค ดูกรนางปุณณิกาผู้เจริญ

ข้าพเจ้าขอถวายผ้าสาฏกสำหรับสรงน้ำนี้แก่ท่าน.

พระปุณณิกาเถรีกล่าวว่า

ผ้าสาฏกจงเป็นของท่านตามเดิมเถิด เราไม่ประสงค์ผ้าสาฏก ถ้าท่านกลัวต่อทุกข์ ถ้าท่านเกลียดทุกข์ ท่านอย่าทำกรรมอันเป็นบาปทั้งในที่แจ้งหรือในที่ลับ ก็ถ้าท่านจักทำหรือกำลังทำกรรมอันเป็นบาปไซร้ แม้ท่านจะเหาะหนีไปในอากาศ ก็จักไม่พ้นทุกข์ได้เลย ถ้าท่านกลัวต่อทุกข์ถ้าท่านไม่ชอบทุกข์ จงเข้าถึงพระพุทธเจ้ากับทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ผู้คงที่เป็นสรณะ จงสมาทานศีลทั้งหลาย สรณคมน์และการสมาทานศีล

ของท่าน จักเป็นไปเพื่อความพ้นจากทุกข์.

พราหมณ์กล่าวว่า

เมื่อก่อนเราเป็นเผ่าพันธุ์แห่งพรหม วันนี้เราได้เป็นพราหมณ์จริงๆ เราเป็นผู้มีวิชชา ๓ สมบูรณ์ด้วยเวท มีความสวัสดี มีบาปอันล้างแล้ว.

จบ โสฬสกนิบาต.

จบ ปุณณิกาเถรีคาถา