arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · เถรีคาถา

กีสาโคตมีเถรีคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๖๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๕ ในเถรีคาถามี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เถรีคาถาย เอกาทสกนิปาโต

เถรีคาถา เอกาทสกนิบาต

ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกาทสกนิบาต

กีสาโคตมีเถรีคาถา

คาถาสุภาษิตของนางกีสาโคตมีเถรี

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา กีสาโคตมีเถรีคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๑ กลฺยาณมิตฺตตา มุนินา โลกํ อาทิสฺส วณฺณิตา

กลฺยาณมิตฺเต ภชมาโน อปิ พาโล ปณฺฑิโต อสฺส ฯ

ภชิตพฺพา สปฺปุริสา ปญฺญา ตถาปิ ๑ วฑฺฒติ

ภชนฺตานํ ภชมาโน โย ๒ โกจิ ขตฺติยาทิโก

สปฺปุริเส สพฺเพหิปิ ทุกฺเขหิ เจว โมจเย

ทุกฺขญฺเจว วิชาเนยฺย ทุกฺขสฺส จ สมุทยํ

นิโรธฏฺฐงฺคิกมคฺคํ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ จ ๓ ฯ

ทุกฺโข อิตฺถิภาโว อกฺขาโต ปุริสทมฺมสารถินา ฯ

สปตฺติกมฺปิ หิ ทุกฺขํ อปฺเปกจฺจา สกึ วิชาตาโย

คลเก ๔ อปกนฺตนฺติ ๕ สุขุมาลินิโย วิสานิ ขาทนฺติ

ชนมารกมชฺฌคตา อุโภปิ พฺยสนานิ อนุโภนฺติ

อุปวิชญฺญา คจฺฉนฺตี อทฺทสาหํ ปตึ มตํ

ปนฺเถ วิชายิตฺวาน อปฺปตฺตาหํ สกํ เคหํ ฯ

เทฺว ปุตฺตา กาลกตา ปติ จ ปนฺเถ มโต กปณิกาย

มาตา ปิตา จ ภาตา จ ฑยฺหนฺติ เอกจิตกายํ ฯ

ขีณกุลมฺหิ ๖ กปเณ อนุภูตํ เต ทุกฺขํ อปริมาณํ

อสฺสุ จ เต ปวตฺตํ หิ ๗ พหูนิ ชาติสหสฺสานิ ฯ

ปสฺสึ ตํ สุสานมชฺเฌ ๘ อโถปิ ขาทิตานิ ปุตฺตมํสานิ

หตกุลิกา สพฺพครหิตา มตปติกา อมตํ อธิคจฺฉึ ฯ

ภาวิโต เม อยํ มคฺโค อริโยฏฺฐงฺคิโก อมตคามี

นิพฺพานํปิ สจฺฉิกตํ ธมฺมาทาสํ อเวกฺขิหํ ๑ ฯ

อหมฺหิ กนฺตสลฺลา โอหิตภารา กตํ ๒ เม กรณียํ

กีสาโคตมี เถรี สุวิมุตฺตจิตฺตา อิมํ ภ6ณีติ ฯ

กีสาโคตมี ฯ

เอกาทสกนิปาโต สมตฺโต ฯ

๑ ยุ. ตถา ปวฑฺฒติ ฯ ๒ ม. อยํ คาถาย ปาโท น ทิสฺสติ ฯ ๓ ม. ยุ. จสทฺโท

นตฺถิ ฯ ๔ ยุ. คเล ฯ ๕ ม. อปิ กนฺตนฺติ ฯ ๖ ขีณกุลีเน ฯ ๗ ม. ยุ. หิสทฺโท

นตฺถิ ฯ ๘ ม. วสิตา สุสานมชฺเฌ ฯ

ฉบับหลวง

นักปราชญ์กล่าวสรรเสริญ ความเป็นผู้มีกัลยาณมิตรไว้เฉพาะในโลกว่าบุคคลผู้คบกัลยาณมิตร ถึงแม้จะเป็นพาลก็พึงเป็นบัณฑิตได้บ้าง ควรคบสัตบุรุษ เพราะปัญญาย่อมเจริญแก่บุคคลผู้คบสัตบุรุษโดยแท้ คนทุกคนมีกษัตริย์เป็นต้น เมื่อคบสัตบุรุษทั้งหลาย พึงพ้นจากทุกข์แม้ทั้งปวงได้ และพึงรู้แจ้งอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ ๑ เหตุให้เกิดทุกข์ ๑ความดับทุกข์ ๑ อัฏฐังคิกมรรค ๑

พระพุทธเจ้าผู้เป็นสารถี ฝึกบุรุษผู้ควรฝึก ได้ตรัสไว้ว่า ความเป็นหญิง เป็นเหตุนำมาซึ่งทุกข์ เพราะว่าการอยู่ร่วมกับหญิงร่วมสามีกันก็ดี การคลอดบุตรก็มี เป็นทุกข์ทั้งนั้นหญิงบางพวกคลอดบุตรครั้งแรก อดกลั้นทุกข์อันเกิดขึ้นเพราะการคลอดบุตรไม่ไหวจึงตัดคอตนเองเสียก็มี พวกหญิงที่เจริญด้วยความสุขพากันกินยาพิษก็มี เด็กตายในครรภ์ก็มี คนทั้งสองคือเด็กอยู่ในครรภ์และมารดาผู้มีครรภ์ ย่อมได้รับความพินาศ เราเดินทางในเวลาจวนคลอดได้เห็นสามีตายแล้ว ยังไม่ทันถึงเรือนของตน ก็คลอดบุตรกลางทางบุตรทั้งสองคนก็ตาย และสามีก็ตายในหนทาง มารดาบิดาและพี่ชายของเราผู้กำพร้า อัมเขาเผาอยู่บนเชิงตะกอนเดียวกัน

เมื่อสิ้นสกุลแล้วเป็นกำพร้า ท่านเสวยทุกข์ หาประมาณมิได้ ก็น้ำตาของท่านไหลออกแล้ว หลายพันชาติ เราเห็นท่านและเนื้อบุตรของท่าน อันสัตว์มีสุนัขเป็นต้นกัดกินแล้ว ที่กลางป่าช้า เรามีวงศ์สกุลอันฉิบหายแล้ว เป็นผู้อันชนทั้งปวงติเตียน สามีตายแล้ว ได้บรรลุอมตธรรม อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นที่ให้ถึงอมตธรรม เราได้เจริญแล้ว แม้นิพพานเราก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว เราได้เห็นแว่นธรรมแล้ว เราเป็นผู้มีลูกศรอันตัดแล้ว ปรงภาระลงแล้ว กิจที่ควรทำเราได้ทำเสร็จแล้ว พระกีสาโคตมีเถรีเป็นผู้มีจิตหลุดพ้นดีแล้ว ได้กล่าวเนื้อความนี้ ดังนี้แล.

จบ เอกาทสกนิบาต.

จบ กีสาโคตมีเถรีคาถา