พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา · ว่าด้วยคาถาสุภาษิตในโสฬสกนิบาต
๒. โรหิณีเถรีคาถา เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๖๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๖ ในว่าด้วยคาถาสุภาษิตในโสฬสกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๒. โรหิณีเถรีคาถา
คาถาสุภาษิตของนางโรหิณีเถรี
บิดาถามเราว่า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา ว่าด้วยคาถาสุภาษิตในโสฬสกนิบาต โรหิณีเถรีคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๒ สมณาติ โภติ มํ ๑ วิปสฺสิ สมณาติ ปฏิพุชฺฌสิ
สมณานเมว กิตฺเตสิ สมณี นูน ภวิสฺสสิ ฯ
วิปุลํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ สมณานํ ปเวจฺฉสิ
โรหิณิ ทานิ ปุจฺฉามิ เกน เต สมณา ปิยา ฯ
อกมฺมกามา อลสา ปรทตฺตูปชีวิโน ๒
อาสํสุกา สาธุกามา เกน เต สมณา ปิยา ฯ
จิรสฺสํ วต มํ ตาต สมณานํ ปริปุจฺฉสิ
เตสนฺเต กิตฺตยิสฺสามิ ปญฺญาสีลปรกฺกมํ ฯ
กมฺมกามา อนลสา กมฺมเสฏฺฐสฺส การกา
ราคโทสํ ปชหนฺติ เตน เม สมณา ปิยา ฯ
ตีณิ ปาปสฺส มูลานิ ธุนนฺติ สุจิการิโน
สพฺพปาปํ ปหีเนสํ เตน เม สมณา ปิยา ฯ
กายกมฺมํ สุจิ เนสํ วจีกมฺมญฺจ ตาทิสํ
มโนกมฺมํ สุจิ เนสํ เตน เม สมณา ปิยา ฯ
วิมลา สงฺขมุตฺตาว สุทฺธา สนฺตรพาหิรา
ปุณฺณา สุกฺเกหิ ธมฺเมหิ ๓ เตน เม สมณา ปิยา ฯ
พหุสฺสุตา ธมฺมธรา อริยา ธมฺมชีวิโน
อตฺถํ ธมฺมญฺจ เทเสนฺติ เตน เม สมณา ปิยา ฯ
พหุสฺสุตา ธมฺมธรา อริยา ธมฺมชีวิโน
เอกคฺคจิตฺตา สติมนฺโต เตน เม สมณา ปิยา ฯ
ทูรงฺคมา สติมนฺโต มนฺตภาณี อนุทฺธตา่
ทุกฺขสฺสนฺตํ ปชานนฺติ เตน เม สมณา ปิยา ฯ
ยมฺหา คามา ปกฺกมนฺติ น วิโลเกนฺติ กิญฺจนํ
อนเปกฺขาว คจฺฉนฺติ เตน เม สมณา ปิยา ฯ
น เต สํ โกฏฺเฐ โอเสนฺติ ๑ น กุมฺภึ น กโฬปิยํ
ปรินิฏฺฐิตเมสานา เตน เม สมณา ปิยา ฯ
น เต หิรญฺญํ คณฺหนฺติ น สุวณฺณํ น รูปิยํ
ปจฺจุปฺปนฺเนน ยาเปนฺติ เตน เม สมณา ปิยา ฯ
นานากุลา ปพฺพชิตา นานาชนปเทหิ จ
อญฺญมญฺญํ ปิยายนฺติ เตน เม สมณา ปิยา ฯ
อตฺถาย วต โน โภติ กุเล ชาตาสิ โรหิณิ ๒-
สทฺธา พุทฺเธ จ ธมฺเม จ สงฺเฆ จ ติพฺพคารวา ฯ
ตุวํ เหตํ ปชานาสิ ปุญฺญกฺเขตฺตํ อนุตฺตรํ
อมฺหํปิ เอเต สมณา ปฏิคฺคณฺหนฺติ ทกฺขิณํ
ปติฏฺฐิโต เหตฺถ ยญฺโญ วิปุโล โน ภวิสฺสติ ฯ
สเจ ภายสิ ทุกฺขสฺส สเจ เต ทุกฺขมปฺปิยํ
อุเปหิ พุทฺธํ ๓ สรณํ ธมฺมํ สงฺฆญฺจ ตาทินํ
สมาทิยาหิ สีลานิ ตนฺเต อตฺถาย เหหิติ ฯ
อุเปมิ พุทฺธํ ๑ สรณํ ธมฺมํ สงฺฆญฺจ ตาทินํ
สมาทิยามิ สีลานิ ตํ เม อตฺถาย เหหิติ ฯ
พฺรหฺมพนฺธุ ปุเร อาสึ โส อิทานิมฺหิ พฺราหฺมโณ
เตวิชฺโช โสตฺถิโย จมฺหิ เวทคู จมฺหิ นฺหาตโก ฯ
โรหิณี ฯ
๑ ม. โภติ สุปิ ฯ ๒ โป. ยุ. ปรทตฺโต ... ฯ ๓ ม. ยุ. สุกฺกาน ธมฺมานํ ฯ
๑ โป. ม. โอเปนฺติ ฯ ๒ ม. โรหิณี ฯ ๓ ม. อุเปหิ สรณํ พทฺธํ ฯ
ดูกรแม่โหริณีผู้เจริญ เจ้าเห็นสมณะนี้ว่าเป็นสมณะ รู้สึกว่าเป็นสมณะสรรเสริญสมณะทั้งหลาย เจ้าเห็นจักเป็นสมณะเป็นแน่แท้ เจ้าได้ถวายข้าวน้ำอันไพบูลย์แก่สมณะทั้งหลาย ดูกรแม่โรหิณี บัดนี้ เราจักขอถามเจ้า เพราะเหตุไร สมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของเจ้า สมณะล้วนแต่เป็นผู้ไม่ใคร่ต่อการงาน เกียจคร้าน อาศัยสิ่งของที่คนอื่นให้เลี้ยงชีวิตเป็นผู้มีความหวังอาหารและเครื่องนุ่งห่มเป็นต้น แต่คนอื่นใคร่ต่ออาหารอันอร่อยดี เพราะเหตุไร สมณะทั้งหลาย จึงเป็นที่รักของข้าพเจ้า?
เราตอบท่านว่า
ข้าแต่คุณพ่อ คุณพ่อถามดิฉันถึงคุณความดีของสมณะทั้งหลายมานานแล้ว ดิฉันจักชี้แจงคุณความดี คือ ปัญญา ศีล และความบากบั่นของสมณะเหล่านั้นให้ทราบ สมณะทั้งหลายเป็นผู้ใคร่ต่อการงาน ไม่เกียจคร้าน ทำแต่การงานงานประเสริฐสุด ย่อมละราคะและโทสะได้ เพราะเหตุนั้นสมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายย่อมกำจัดรากเหง้าทั้ง ๓ ของบาป มีปกติทำแต่กรรมอันสะอาด ละบาปกรรมทั้งปวงได้แล้ว เพราะเหตุนั้น สมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน กายกรรมวจีกรรม และมโนกรรมของสมณะเหล่านั้น ล้วนแต่สะอาด เพราะเหตุนั้น สมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายล้วนแต่ปราศจากมลทิน เหมือนสังข์ที่เขาขัดดีแล้ว
เป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งภายในและภายนอก บริบูรณ์ด้วยธรรมขาว เพราะเหตุนั้นสมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายเป็นพหูสูตทรงธรรม เป็นผู้ประเสริฐเลี้ยงชีวิตโดยชอบธรรม แสดงอรรถและธรรมให้ฟัง เพราะเหตุนั้น สมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายเป็นพหูสูตทรงธรรมเป็นผู้ประเสริฐเลี้ยงชีวิตโดยชอบธรรม มีจิตแน่วเป็นอารมณ์เดียว มีสติ เพราะเหตุนั้นสมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายเป็นผู้ไปไกล มีสติพูดพอประมาณ ไม่ฟุ้งซ่าน รู้ทั่วถึงที่สุดแห่งทุกข์ เพราะเหตุนั้นสมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายหลีกไปจากบ้านใด ย่อมไม่กังวลถึงสัตว์หรือสังขารอะไรในบ้านนั้น
เป็นผู้ไม่มีความห่วงใยหลีกไปเพราะเหตุนั้น สมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายย่อมไม่เก็บสะสมข้าวไว้ในฉาง ไม่สะสมไว้ในหม้อ ไม่สะสมไว้ในกระเช้าเที่ยวแสวงหาแต่อาหารที่สำเร็จแล้ว เพราะเหตุนั้น สมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายท่านไม่รับเงินไม่รับทอง ไม่รับรูปิยะเยียวยาอัตภาพด้วยอาหารอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า เพราะเหตุนั้น สมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายออกบวชจากตระกูลต่างๆกัน และจากชนบทต่างๆ กัน แต่ย่อมรักใคร่กันและกันดี เพราะเหตุนั้น
สมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน.
บิดากล่าวกะเราต่อไปว่า
ดูกรลูกโรหิณีผู้เจริญ เจ้าเกิดในตระกูลของเราเพื่อประโยชน์แก่เราหนอเพราะเจ้าเป็นผู้มีศรัทธา และมีความเคารพอย่างแรงกล้าในพระพุทธเจ้าพระธรรม และพระสงฆ์ และเจ้าย่อมรู้จักพระสงฆ์ว่าเป็นเขตบุญอันยอดเยี่ยมของโลก ขอให้สมณะเหล่านั้นรับทักษิณาทานของเราบ้างเพราะไทยธรรมที่เราตั้งไว้แล้วในสมณะเหล่านั้น จักมีผลไพบูลย์แก่เรา.
เรากล่าวกะบิดาอย่างนี้ว่า
ถ้าคุณพ่อกลัวต่อทุกข์ ถ้าคุณพ่อเกลียดทุกข์ จงเข้าถึงพระพุทธเจ้ากับทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ผู้คงที่ว่าเป็นสมณะ จงสมาทานศีล ด้วยว่าสรณคมน์ และการสมาทานศีล จักเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่คุณพ่อ.
บิดาได้กล่าวกะเราว่า
พ่อจะเข้าถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ผู้คงที่ว่าเป็นสรณะและจะสมาทานศีล เพราะสรณคมน์และการสมาทานศีลนั้น จักเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่เรา เมื่อก่อนเราเป็นเผ่าพันธุ์แห่งพรหม แต่เดี๋ยวนี้เราเป็นพราหมณ์แล้ว เราเป็นผู้มีวิชชา ๓ มีความสวัสดีถึงฝั่งแห่งเวท และ
เป็นผู้ล้างบาปได้แล้ว.
จบ ๒. โรหิณีเถรีคาถา