arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปัญญาสนิบาต

๒. อุมมาทันตีชาดก เล่ม ๒๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐–๕๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๓ ในปัญญาสนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อุมฺมาทนฺตีชาตกํ

๒. อุมมาทันตีชาดก

เสนาบดีถวายนางอุมมาทันตีแด่พระราชา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญญาสนิบาต อุมมาทันตีชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๘)

บาลี (สยามรัฐ)

นิเวสนํ กสฺส นุทํ สุนนฺท

ปากาเรน ปณฺฑุมเยน คุตฺตํ

กา ทิสฺสติ อคฺคิสิขาว ทูเร

เวหายสํ ๔ ปพฺพตคฺเคว อจฺจิ ฯ

ธีตา นฺวายํ กสฺส สุนนฺท โหติ

สุณิสา นฺวายํ กสฺส อโถปิ ภริยา

อกฺขาหิ เม ขิปฺปมิเธว ปุฏฺโฐ

อวาวตา ยทิ วา อตฺถิ ภตฺตา ฯ

๑-๒ ยุ. สลฺลปิ ฯ ๓ ม. อาสชฺช นํ ฯ ๔ สี. ยุ. เวหาสยํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรนายสุนันทสารถี นี่เรือนของใครหนอล้อมด้วยกำแพงสีเหลือง ใครหนอปรากฏอยู่ในที่ไกล เหมือนเปลวไฟอันลุกโพลงอยู่บนเวหาส และเหมือนเปลวไฟบนยอดภูเขา ฉะนั้น ดูกรนายสุนันทสารถี หญิงคนนี้เป็นธิดาของใครหนอ เป็นลูกสะใภ้หรือเป็นภรรยาของใคร ไม่มีผู้หวงแหนหรือผัวของนางมีหรือไม่ เราถามแล้วขอท่านจงบอกแก่เราโดยเร็ว.

บาลี (สยามรัฐ)

อหํ หิ ชานามิ ชนินฺท เอตํ

มตฺยา จ เปตฺยา จ อโถปิ อสฺสา

ตเวว โส ปุริโส ภูมิปาล

รตฺตินฺทิวํ อปฺปมตฺโต ตวตฺเถ ฯ

อิทฺโธ จ ผีโต จ สุวฑฺฒิโต จ

อมจฺโจ จ เต อญฺญตโร ชนินฺท

ตทฺเสว สา ภริยา อภิปารกสฺส

อุมฺมาทนฺตีติ นามเธยฺเยน ราช ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชานิกร ก็ข้าพระองค์ย่อมรู้จักหญิงนั้นพร้อมทั้งมารดา บิดา และสามีของนาง ข้าแต่พระจอมภูมิบาล บุรุษนั้นเป็นผู้ไม่ประมาทในประโยชน์ของพระองค์ทั้งกลางคืนกลางวัน สามีของนางเป็นผู้มีอิทธิพลกว้างขวางและมั่งคั่ง ทั้งเป็นอำมาตย์คนหนึ่งของพระองค์ข้าแต่พระราชา หญิงนั้นเป็นภรรยาของอภิปารกเสนาบดี มีชื่อว่าอุมมาทันตี พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

อมฺโภ อมฺโภ นามมิทํ อิมิสฺสา

มตฺยา จ เปตฺยา จ กตํ สุสาธุ

ตถาหิ มยฺหํ อวโลกยนฺตี

อุมฺมตฺตกํ อุมฺมาทนฺตี อกาสิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้เจริญๆ ชื่อที่มารดาและบิดาตั้งให้หญิงนี้ เป็นชื่อเหมาะสมดีจริงอย่างนั้นเมื่อนางมองดูเรา ย่อมทำให้เราหลงใหลคล้ายคนบ้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ยา ปุณฺณมาเส มิคมนฺทโลจนา

อุปาวิสี ปุณฺฑรีกตฺตจงฺคี

เทฺว ปุณฺณมาโย ตทหู อมญฺญึ

ทิสฺวาน ปาราวฏรตฺตวาสินึ ฯ

อฬารปมฺเหหิ สุเภหิ วคฺคุภิ

ปโลภยนฺตี มํ ยทา อุทิกฺขติ

วิชมฺหมานา ๑ หรเตว เม มโน

ชาตา วเน กึปุริสีว ปพฺพเต ฯ

ตทา หิ พฺรหตี สามา อามุตฺตมณิกุณฺฑลา

เอกจฺจวสนา นารี มิคี ภนฺตาวุทิกฺขติ ฯ

กทาสฺสุ มํ ตมฺพนขา สุโลมา

พาหามุทู จนฺทนสารลิตฺตา

วฏฺฏงฺคุลี สนฺนตธีรกุตฺติยา

นารี อุปญฺญิสฺสติ สีสโต สุภา ฯ

กทาสฺสุ มํ กาญฺจนชาลุรจฺฉทา

ธีตา ติรีฏิสฺส วิลากมชฺฌา ๒

มุทูหิ พาหาหิ ปลิสฺสชิสฺสติ

พฺรหาวเน ชาตทุมํว มาลุวา ฯ

กทาสฺสุ มํ ๓ ลาขารสรตฺตสุจฺฉวี

พินฺทุตฺถนี ปุณฺฑรีกตฺตจงฺคี

มุขํ มุเขน อุปนามยิสฺสติ

โสณฺโฑว โสณฺฑสฺส สุราย ถาลํ ฯ

ยทาทฺทสํ ตํ ติฏฺฐนฺตึ สพฺพคตฺตํ ๔ มโนรมํ

ตโต สกสฺส จิตฺตสฺส นาวโพธามิ กญฺจิ นํ ฯ

อุมฺมาทนฺตี มยา ทิฏฺฐา ๑ อามุตฺตมณิกุณฺฑลา

น สุปฺปามิ ทิวารตฺตึ สหสฺสํว ปราชิโต ฯ

สกฺโก เจ ๒ เม วรํ ทชฺชา โส จ ลพฺเภถ เม วโร

เอกรตฺตํ ทฺวิรตฺตํ วา ภเวยฺย ๓ อภิปารโก

อุมฺมาทนฺตฺยา รมิตฺวาน สีวิราชา ตโต สิยา ๔ ฯ

๑ ม. วิชฺมฺภมานา ฯ ๒ ม. วิลคฺคมชฺฌา ฯ ๓ ม. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๔ ม. สพฺพภทฺทํ ฯ

ฉบับหลวง

ในคืนเดือนเพ็ญ นางผู้มีนัยน์ตาชะม้ายคล้ายเนื้อทราย ร่างกายมีสีเหมือนดอกปุณฑริกนั่งอยู่ใกล้หน้าต่าง ในคืนนั้น เราได้เห็นนางนุ่งห่มผ้าสีแดงเหมือนเท้านกพิราบ สำคัญว่าพระจันทร์ขึ้นสองดวง คราวใด นางมีหน้ากว้าง ขาวสะอาด ประเล้าประโลมอยู่ด้วยอาการอันงดงาม ชะม้อยชะม้ายชำเลืองดูเรา ดังจะปล้นเอาดวงใจของเราไปเสียเลย เหมือนนางกินนรเกิดบนภูเขาในป่า ฉะนั้น ก็คราวนั้นนางผู้พริ้งเพรา มีตัวเป็นสีทองสวมกุณฑลแก้วมณี ผ้านุ่งผ้าห่มท่อนเดียวชำเลืองดูเราประดุจนางเนื้อทรายมองดูนายพราน ฉะนั้น เมื่อไรหนอ นางผู้มีเล็บแดง มีขนงาม มีแขนนุ่มนิ่มลูบไล้ด้วยแก่นจันทน์ มีนิ้วมือกลมเกลี้ยง

มีกระบวนชดช้อยงามตั้งแต่ศีรษะจักได้ยั่วยวนเรา เมื่อไรหนอ ธิดาของท่านเศรษฐีติรีวัจฉะผู้มีทับทรวงอันกระทำด้วยข่ายทอง เอวกลมจักกอดรัดเราด้วยแขนทั้งสองอันนุ่มนิ่ม ประดุจเถาย่านทรายรวบรัดต้นไม้ที่เกิดในป่าใหญ่ ฉะนั้นเมื่อไรหนอ นางผู้มีผิวงามแดงดังน้ำครั่ง มีถันเป็นปริมณฑลดังฟองน้ำมีอวัยวะฉาบด้วยผิวหนังเปล่งปลั่งดังดอกปุณฑริก จัดจรดปากด้วยปากกะเรา เหมือนดังนักเลงสุราจรดจอกสุราให้แก่นักเลงสุรา ฉะนั้น ในกาลใด เราได้เห็นนางผู้มีร่างกายทุกส่วนอันน่ารื่นรมย์ใจยืนอยู่ ในกาลนั้น เราไม่รู้สึกอะไรๆ แก่จิตของตนเลย เราได้เห็นนางอุมมาทันตีผู้สวมสอดกุณฑลมณีแล้ว นอนไม่หลับทั้งกลางวันและกลางคืน เหมือนแพ้ข้าศึกมาตั้งพันครั้ง ถ้าท้าวสักกะพึงประทานพรให้แก่เรา ขอให้เราพึงได้พรนั้นเถิด อภิปารกเสนาบดีพึงรื่นรมย์อยู่กับนางอุมมาทันตีคืนหนึ่งหรือสองคืน ต่อจากนั้นพระเจ้าสีวิราชพึงได้รื่นรมย์บ้าง.

บาลี (สยามรัฐ)

ภูตานิ เม ภูตปตี นมสฺสโต

อาคมฺม ยกฺโข อิทเมตทพฺรวิ

รญฺโญ มโน อุมฺมาทนฺตฺยา นิวิฏฺโฐ

ททามิ เต ตํ ปริจารยสฺสุ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นภูตบดี เมื่อข้าพระองค์นมัสการเทวดาทั้งหลายอยู่เทวดามาบอกเนื้อความนี้แก่ข้าพระองค์ว่า พระทัยของพระราชาใฝ่ฝันในนางอุมมาทันตี ข้าพระองค์ขอถวายนางแด่พระองค์ ขอพระองค์จงให้นางบำเรอเถิด ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ปุญฺญา จ ธํเส ๕ อมโร น จมฺหิ

ชโน จ เม ปาปมิทญฺจ ชญฺญา

ภุโส จ ตฺยสฺส มนโส วิฆาโต

ทตฺวา ปิยํ อุมฺมาทนฺตึ อทิฏฺฐา ๖ ฯ

ฉบับหลวง

ก็เราพึงพรากเสียจากบุญและไม่เป็นเทวดา อนึ่ง คนพึงรู้ความชั่วของเรานี้ และเมื่อท่านให้นางอุมมาทันตีภรรยาที่รักแล้วไม่เห็นนาง ความแค้นใจอย่างร้ายแรงจะพึงมีแก่ท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

ชนินฺท นาญฺญตฺร ตยา มยา วา

สพฺพาปิ กมฺมสฺส กตสฺส ชญฺญา

ยนฺเต มยา อุมฺมาทนฺตี ปทินฺนา

ภุเสหิ ราชา วนถํ สชาหิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชานิกร ประชาชนแม้ทั้งสิ้นนอกจากข้าพระบาทและพระองค์ ไม่พึงรู้กรรมที่ทำกัน ข้าพระบาทยอมถวายนางอุมมาทันตีแก่พระองค์ พระองค์จงทรงอภิรมย์อยู่กับนางเต็มพระหฤทัยปรารถนาแล้ว จงทรงสลัดเสีย.

บาลี (สยามรัฐ)

โย ปาปกํ กมฺม กรํ มนุสฺโส

โส มญฺญติ มายิทํ ๑ มญฺญึสุ อญฺเญ

ปสฺสนฺติ ภูตานิ กโรนฺตเมตํ

ยุตฺตา จ เย โหนฺติ นรา ปฐพฺยา ฯ

อญฺโญ นุ เต โกจิ นโร ปฐพฺยา

สทฺเธยฺย ๒ โลกสฺมิ น เม ปิยาติ

ภุโส จ ตฺยสฺส มนโส วิฆาโต

ทตฺวา ปิยํ อุมฺมาทนฺตึ อทิฏฺฐา ฯ

๑ ม. อุมฺมาทนฺติมหํ ทิฏฺฐา ฯ ๒ สี. ยุ. จ ฯ ๓ ม. ภเวยฺยํ ฯ ๔ ม. สิยํ ฯ

๕ ม. ยุ. ปุญฺญา วิธํเส ฯ ๖ ม. อทฏฺฐา ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ

ฉบับหลวง

มนุษย์ใดผู้กระทำกรรมอันลามก มนุษย์นั้นย่อมสำคัญว่าคนอื่นไม่รู้การกระทำนี้ เพราะว่านรชนเหล่าใดประกอบแล้วบนพื้นปฐพี นรชนเหล่านั้นย่อมเห็นการกระทำนี้ คนอื่นใครเล่าในแผ่นดินนี้ทั้งโลกพึงเชื่อท่านหรือว่า นางอุมมาทันตีไม่เป็นที่รักแห่งเรา เมื่อท่านให้นางอุมมาทันตีภรรยายอดรักแล้ว ไม่เห็นนางภายหลัง ความคับแค้นใจอย่างร้ายแรงจะพึงมีแก่ท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺธา ปิยา มยฺห ชนินฺท เอสา

น สา มมํ อปฺปิยา ภูมิปาล

คจฺเฉว ตฺวํ อุมฺมาทนฺตึ ภทฺทนฺเต ๓

สีโหว เสลสฺส คุหํ อุเปติ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระจอมประชาชน นางอุมมาทันตีนั้นเป็นที่รักของข้าพระบาทโดยแท้ ข้าแต่พระภูมิบาล นางไม่เป็นที่รักของข้าพระบาทก็หาไม่ ขอความเจริญจงมีแด่พระองค์ เชิญพระองค์เสด็จไปหานางอุมมาทันตีเถิด เหมือนดังราชสีห์เข้าสู่ถ้ำสิลา ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

น ปีฬิตา อตฺตทุกฺเขน ธีรา

สุขปฺผลํ กมฺม ปริจฺจชนฺติ

สมฺโมหิตา วาปิ สุเขน มตฺตา

น ปาปกมฺมญฺจ สมาจรนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

นักปราชญ์ทั้งหลายถูกความทุกข์ของตนบีบคั้นแล้ว ย่อมไม่ละกรรมที่มีผลเป็นสุข แม้จะเป็นผู้หลงมัวเมาด้วยความสุข ก็ย่อมไม่ประพฤติบาปกรรม.

บาลี (สยามรัฐ)

ตุวญฺหิ มาตา จ ปิตา จ มยฺหํ

ภตฺตา ปตี โปสโก เทวตา จ

ทาโส อหํ ตุยฺห สปุตฺตทาโร

ยถาสุขํ สีวิ ๔ กโรหิ กามํ ฯ

ฉบับหลวง

ก็พระองค์เป็นทั้งพระมารดาพระบิดา เป็นผู้เลี้ยงดู เป็นเจ้านาย เป็นผู้พอกเลี้ยง และเป็นเทวดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์พร้อมด้วยบุตรและภรรยาเป็นทาสของพระองค์ ขอพระองค์ทรงบริโภคกามตามความสุขเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

โย อิสฺสโรมฺหีติ กโรติ ปาปํ

กตฺวา จ โส นุตฺตปเต ๑ ปเรสํ

น เตน โส ชีวติ ทีฆมายุํ ๒

เทวาปิ ปาเปน สเมกฺขเร นํ ฯ

๑ ม. มายิท ฯ ๒ สี. ม. สทฺทเหยฺย ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๓ ม. ภทนฺเต ฯ

๔ ม. สามิ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใดย่อมทำบาปด้วยความสำคัญว่า เราเป็นผู้ยิ่งใหญ่ และครั้นกระทำแล้วก็ไม่สะดุ้งกลัวต่อชนเหล่าอื่น ผู้นั้นย่อมไม่เป็นอยู่ตลอดอายุยืนยาวเพราะกรรมนั้น แม้เทวดาก็มองดูผู้นั้นด้วยนัยน์ตาอันเหยียดหยาม.

บาลี (สยามรัฐ)

อญฺญาตกํ สามิเกหิ ปทินฺนํ

ธมฺเม ฐิตา เย ปฏิจฺฉนฺติ ทานํ

ปฏิจฺฉกา ทายกา จาปิ ตตฺถ

สุขปฺผลญฺเญว กโรนฺติ กมฺมํ ฯ

ฉบับหลวง

ชนเหล่าใดตั้งอยู่ในธรรม ย่อมรับทานที่เป็นของผู้อื่นอันเจ้าของมอบให้แล้ว ชนเหล่านั้นเป็นผู้รับด้วย เป็นผู้ให้ในทานนั้นด้อย ได้ชื่อว่าทำกรรมอันมีผลเป็นสุขในเพราะทานนั้นแท้จริง.

บาลี (สยามรัฐ)

อญฺโญ นุ เต โกจิ นโร ปฐพฺยา

สทฺเธยฺย โลกสฺมิ น เม ปิยาติ

ภุโส จ ตฺยสฺส มนโส วิฆาโต

ทตฺวา ปิยํ อุมฺมาทนฺตึ อทิฏฺฐา ฯ

ฉบับหลวง

คนอื่นใครเล่าในแผ่นดินทั้งโลก จะพึงเชื่อท่านหรือว่า นางอุมมาทันตีไม่เป็นที่รักของเรา เมื่อท่านให้นางอุมมาทันตีภรรยายอดรักแล้ว ไม่เห็นนางภายหลัง ความคับแค้นใจอย่างร้ายแรงจะพึงมีแก่ท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺธา ปิยา มยฺห ชนินฺท เอสา

น สา มมํ อปฺปิยา ภูมิปาล

ยนฺเต มยา อุมฺมาทนฺตี ปทินฺนา

ภุเสหิ ราชา วนถํ สชาหิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระจอมประชาชน นางอุมมาทันตีนั้นเป็นที่รักของข้าพระบาทโดยแท้ ข้าแต่พระภูมิบาล นางไม่เป็นที่รักของข้าพระบาทก็หาไม่ข้าพระบาทยอมถวายนางอุมมาทันตีแก่พระองค์ พระองค์จงทรงอภิรมย์อยู่กับนางเต็มพระหฤทัยปรารถนาแล้ว จงทรงสลัดเสีย.

บาลี (สยามรัฐ)

โย อตฺตทุกฺเขน ปรสฺส ทุกฺขํ

สุเขน วา อตฺตสุขํ ทหติ ๓

ยเถวิทํ มยฺห ตถา ปเรสํ

โย เอวํ ปชานาติ ส เวทิ ธมฺมํ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใดก่อทุกข์ให้แก่ผู้อื่นด้วยทุกข์ของตน หรือก่อความสุขของตนด้วยความสุขของผู้อื่น ผู้ใดรู้อย่างนี้ว่า ความสุขและความทุกข์ของเรานี้ก็เหมือนของผู้อื่น ผู้นั้นชื่อว่ารู้ธรรม ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อญฺโญ นุ เต โกจิ ปโร ปฐพฺยา

สทฺเธยฺย โลกสฺมิ น เม ปิยาติ

ภุโส จ ตฺยสฺส มนโส วิฆาโต

ทตฺวา ปิยํ อุมฺมาทนฺตึ อทิฏฺฐา ฯ

๑ นุตฺตสเตติปิ ฯ ๒ ม. ทีฆมายุ ฯ ๓ ม. ทหาติ ฯ

ฉบับหลวง

คนอื่นใครเล่าในแผ่นดินทั้งโลก จะพึงเชื่อท่านหรือว่านางอุมมาทันตีไม่เป็นที่รักของเรา เมื่อท่านให้นางอุมมาทันตีภรรยายอดรักแล้ว ไม่เห็นนางภายหลัง ความคับแค้นใจอย่างร้ายแรงจะพึงมีแก่ท่าน

บาลี (สยามรัฐ)

ชนินฺท ชานาสิ ปิยา มเมสา

น สา มมํ อปฺปิยา ภูมิปาล

ปิเยน เต ทมฺมิ ปิยํ ชนินฺท

ปิยทายิโน เทว ปิยํ ลภนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้จอมประชาชน พระองค์ย่อมทรงทราบว่า นางอุมมาทันตีนี้เป็นที่รักของข้าพระบาท ข้าแต่พระจอมภูมิบาล นางนั้นไม่เป็นที่รักของข้าพระบาทก็หาไม่ ข้าพระบาทขอถวายสิ่งอันเป็นที่รักแก่พระองค์ด้วยสิ่งอันเป็นที่รัก ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ผู้ให้สิ่งอันเป็นที่รักย่อมได้สิ่งอันเป็นที่รัก.

บาลี (สยามรัฐ)

โส นูนาหํ วธิสฺสามิ อตฺตานํ กามเหตุกํ

น หิ ธมฺมํ อธมฺเมน อหํ วธิตุมุสฺสเห ฯ

ฉบับหลวง

เรานั้นจักฆ่าตนอันมีกามเป็นเหตุโดยแท้ เราไม่อาจฆ่าธรรมด้วยอธรรมได้เลย.

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ ตุวํ มยฺห สตึ ชนินฺท

น กามยาสิ นรวีร เสฏฺฐ

จชามิ นํ สพฺพชนสฺส มชฺเฌ ๑

มยา ปมุตฺตํ ตโต อวฺหเยสิ นํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระจอมประชาชน ผู้แกล้วกล้ากว่านรชน ผู้ประเสริฐ ถ้าพระองค์ไม่ต้องพระประสงค์นางอุมมาทันตี ผู้เป็นของข้าพระบาทไซร้ ข้าพระบาทจะสละนางในท่ามกลางชนทั้งปวง พระองค์พึงรับสั่งให้นำนางผู้พ้นจากข้าพระบาทแล้วมาจากที่นั้นเถิด พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

อทูสิยญฺเจ อภิปารก ตุวํ

จชาสิ กตฺเต อหิตาย ตฺยสฺส

มหา จ เต อุปวาโทปิ อสฺส

น จาปิ ตฺยสฺส นครมฺหิ ปกฺโข ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรอภิปารกเสนาบดีผู้กระทำประโยชน์ ถ้าท่านจะสละนางอุมมาทันตีผู้หาประโยชน์มิได้ เพื่อสิ่งอันไม่เป็นประโยชน์แก่ท่าน ความค่อนว่าอย่างใหญ่หลวงจะพึงมีแก่ท่าน อนึ่ง แม้การใส่ร้ายในพระนครก็จะพึงมีแก่ท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

อหํ สหิสฺสํ อุปวาทเมตํ

นินฺทํ ปสํสํ ครหญฺจ สพฺพํ

มเมตมาคจฺฉตุ ภูมิปาล

ยถาสุขํ สีวิ ๑ กโรหิ กามํ ฯ

โย เนว นินฺทํ น ปุนปฺปสํสํ ๒

อาทิยติ ครหํ โนปิ ปูชํ

สิรี จ ลกฺขี จ อเปติ ตมฺหา

อาโป สุวุฏฺฐีว ยถา ถลมฺหา ฯ

ยงฺกิญฺจิ ทุกฺขญฺจ สุขญฺจ เอตฺโต

ธมฺมาติสารญฺจ มโนวิฆาตํ

อุรสา อหํ ปฏิจฺฉิสฺสามิ ๓ สพฺพํ

ปฐวี ยถา ถาวรานํ ตสานํ ฯ

๑ ยุ. สิพฺพยา ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระจอมภูมิบาล ข้าพระบาทจักอดกลั้นความค่อนว่าคำนินทา คำสรรเสริญ และคำติเตียนทั้งหมด ความค่อนว่าเป็นต้นนั้นจงตกอยู่แก่ข้าพระบาท ข้าแต่พระจอมแห่งชนชาวสีพี ขอพระองค์ทรงบริโภคกามตามความสำราญเถิด ผู้ใดไม่ถือเอาความนินทา ความสรรเสริญ ความติเตียน และแม้การบูชา สิริและปัญญาย่อมปราศไปจากผู้นั้น เหมือนดังน้ำฝนปราศไปจากดอน ฉะนั้น ข้าพระบาทจักยอมรับความทุกข์ความสุข สิ่งที่ล่วงธรรมดาและความคับแค้นใจทั้งหมดเพราะเหตุแห่งการสละนี้ด้วยอก เหมือนดังแผ่นดินรองรับสิ่งของทั้งของคนมั่นคงและคนสะดุ้งฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ธมฺมาติสารญฺจ มโนวิฆาตํ

ทุกฺขญฺจ นิจฺฉามิ อหํ ปเรสํ

เอโกปิมํ ตารยิสฺสามิ ๔ ภารํ

ธมฺเม ฐิโต กิญฺจิ อหาปยนฺโต ฯ

ฉบับหลวง

เราไม่ปรารถนาสิ่งที่ล่วงธรรมดา ความคับแค้นใจและความทุกข์ของชนเหล่าอื่น เราแม้ผู้เดียวจักเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม ไม่ยังประโยชน์หน่อยหนึ่งให้เสื่อม ข้ามภาระนี้ไป.

บาลี (สยามรัฐ)

สคฺคูปคํ ปุญฺญกมฺมํ ชนินฺท

มา เม ตุวํ อนฺตรายํ อกาสิ

ททามิ เต อุมฺมาทนฺตึ ปสนฺโน

ราชาว ยญฺเญ ธนํ พฺราหฺมณานํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่จอมประชาชน บุญกรรมย่อมให้เข้าถึงสวรรค์ พระองค์อย่าได้ทรงทำอันตรายแก่ข้าพระบาทเสียเลย ข้าพระบาทมีใจเลื่อมใสขอถวายนางอุมมาทันตีแด่พระองค์ ดังพระราชาทรงประทานทรัพย์สำหรับบูชายัญแก่พราหมณ์ทั้งหลาย ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺธา ตุวํ กตฺเต หิโตสิ มยฺหํ

สขา มมํ อุมฺมาทนฺตี ตุวญฺจ

นินฺเทยฺยุ เทวา ปิตโร จ สพฺเพ

ปาปญฺจ ปสฺสํ อภิสมฺปรายํ ฯ

๑ ยุ. สิพฺพ ฯ ๒ ม. ปนปฺปสํสํ ฯ ๓ ม. ปจฺจุตฺตริสฺสามิ ฯ ยุ. ปจฺจุปทิสฺสามิ ฯ

๔ ม. หารยิสฺสามิ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านเป็นผู้เกื้อกูลแก่เราในการกระทำประโยชน์แน่แท้ นางอุมมาทันตีและท่านเป็นสหายของเรา เทวดาและพรหมทั้งหมดเห็นความชั่วอันเป็นไปในภายหน้า พึงติเตียนได้

บาลี (สยามรัฐ)

น เหตํ ธมฺมํ ๑ สีวิราช วชฺชุํ

สเนคมา ชานปทา จ สพฺเพ

ยนฺเต มยา อุมฺมาทนฺตี ปทินฺนา

ภุเสหิ ราชา วนถํ สชาหิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระเจ้าสีวิราช ชาวนิคมและชาวชนบททั้งหมด ไม่พึงคัดค้านกรรมอันเป็นธรรมนั้นเลย ข้าพระบาทขอถวายนางอุมมาทันตีแก่พระองค์พระองค์จงทรงอภิรมย์อยู่กับนางเต็มพระหฤทัยปรารถนาแล้ว จงทรงสลัดเสีย.

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺธา ตุวํ กตฺเต หิโตสิ มยฺหํ

สขา มมํ อุมฺมาทนฺตี ตุวญฺจ

สตญฺจ ธมฺมานิ สุกิตฺติตานิ

สมุทฺทเวลาว ทุรจฺจยานิ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านเป็นผู้เกื้อกูลแก่เราในการทำประโยชน์แน่แท้ นางอุมมาทันตีและท่านเป็นสหายของเรา ธรรมของสัตบุรุษที่ประกาศดีแล้ว ยากที่จะละได้ เหมือนเขตแดนของสมุทรฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อาหุเนยฺโย เมสิ หิตานุกมฺปี

ธาตา วิธาตา จสิ กามปาโล

ตยี หุตา ราช มหปฺผลา หิ ๒

กาเมน เม อุมฺมาทนฺตึ ปฏิจฺฉ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระราชา พระองค์เป็นผู้ควรของคำนับของข้าพระองค์ เป็นผู้หวังประโยชน์เกื้อกูล เป็นผู้ทรงไว้ เป็นผู้ประทานความสุข และทรงรักษาความปรารถนาไว้ ยัญที่บูชาในพระองค์ย่อมมีผลมาก ขอพระองค์ทรงรับนางอุมมาทันตีตามความปรารถนาของข้าพระองค์เถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺธา หิ สพฺพํ อภิปารก ตุวํ

ธมฺมํ อจารี มม กตฺตุปุตฺต

อญฺโญ นุ เต โก อิธ โสตฺถิกตฺตา

ทฺวิปโท นโร อรุเณ ชีวโลเก ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรอภิปรารกเสนาบดีผู้เป็นบุตรแห่งท่านผู้กระทำประโยชน์ ท่านได้ประพฤติแล้วซึ่งธรรมทั้งปวงแก่เราโดยแท้ นอกจากท่าน มนุษย์อื่นใครเล่าหนอจักเป็นผู้กระทำความสวัสดีในเวลาอรุณขึ้น ในชีวโลกนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

ตฺวํ นุ เสฏฺโฐ ตฺวมนุตฺตโรสิ

ตฺวํ ธมฺมคู ธมฺมวิทู สุเมโธ

โส ธมฺมคุตฺโต จิรเมว ชีว

ธมฺมญฺจ เม เทสย ธมฺมปาล ฯ

๑ ม. น เหตธมฺมํ ฯ ๒ ยุ. มหปฺผลา หิ เม ฯ

ฉบับหลวง

พระองค์เป็นผู้ประเสริฐ เป็นผู้เยี่ยม พระองค์ทรงดำเนินโดยธรรม ทรงรู้แจ้งธรรม มีพระปัญญาดี ขอพระองค์ผู้อันธรรมคุ้มครองแล้วจงทรงพระชนม์ยั่งยืนนาน ข้าแต่พระองค์ผู้รักษาธรรม ขอพระองค์โปรดแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์เถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

ตทิงฺฆ อภิปารก สุโณหิ วจนํ มม

ธมฺมนฺเต เทสยิสฺสามิ สตํ อาเสวิตํ อหํ ฯ

สาธุ ธมฺมรุจี ราชา สาธุ ปญฺญาณวา นโร

สาธุ มิตฺตานมทฺทุพฺโภ ปาปสฺสากรณํ สุขํ ฯ

อกฺโกธนสฺส วิชิเต ฐิตธมฺมสฺส ราชิโน

สุขํ มนุสฺสา อาเสถ สีตจฺฉายาย สงฺฆเร ฯ

น จาหเมตํ อภิโรจยามิ

กมฺมํ อสเมกฺขกตํ อสาธุ

เยวาปิ ญตฺวาน สยํ กโรนฺติ

อุปมา อิมา มยฺห ตุวํ สุโณหิ ฯ

ควญฺเจ ตรมานานํ ชิมฺหํ คจฺฉติ ปุงฺคโว

สพฺพา ตา ชิมฺหํ คจฺฉนฺติ เนตฺเต ชิมฺหํ คเต สติ ฯ

เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต

โส เจ อธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา

สพฺพํ รฏฺฐํ ทุกฺขํ เสติ ราชา เจ โหติ อธมฺมิโก ฯ

ควญฺเจ ตรมานานํ อุชุํ คจฺฉติ ปุงฺคโว

สพฺพา ตา อุชุํ คจฺฉนฺติ เนตฺเต อุชุํ คเต สติ ฯ

เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต

โส เจปิ ๑ ธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา

สพฺพํ รฏฺฐํ สุขํ เสติ ราชา เจ โหติ ธมฺมิโก ฯ

น จาปาหํ อธมฺเมน อมรตฺตมภิปตฺถเย

อิมํ วา ปฐวึ สพฺพํ วิเชตุํ อภิปารก ฯ

ยญฺหิ กิญฺจิ มนุสฺเสสุ รตนํ อิธ วิชฺชติ

คาโว ทาโส หิรญฺญญฺจ วตฺถิยํ หริจนฺทนํ ฯ

อสฺสิตฺถิโย จ รตนํ มณิกญฺจ

ยญฺจาปิเม จนฺทสุริยา อภิปาลยนฺติ

น ตสฺส เหตุ วิสมํ จเรยฺย

มชฺเฌ สิวีนํ อุสโภสฺมิ ชาโต ฯ

เนตา หิตา ๑ อุคฺคโต รฏฺฐปาโล

ธมฺมํ สิวีนํ อปจายมาโน

โส ธมฺมเมวานุวิจินฺตยนฺโต

ตสฺมา สเก จิตฺตวเส น วตฺโต ฯ

๑ ม. สเจ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรอภิปารกเสนาบดี เชิญท่านฟังคำของเราเถิด เราจักแสดงธรรมที่สัตบุรุษส้องเสพแก่ท่าน พระราชาชอบใจธรรมจึงจะดีงาม นรชนผู้มีความรู้รอบจึงจะดีงาม ความไม่ประทุษร้ายต่อมิตรเป็นความดี การไม่กระทำบาปเป็นสุข มนุษย์ทั้งหลายพึงอยู่เป็นสุข ในแว่นแคว้นของพระราชาผู้ไม่ทรงกริ้วโกรธ ทรงตั้งอยู่ในธรรม เหมือนเรือนของตนอันมีร่มเงาเย็นฉะนั้น เราย่อมไม่ชอบใจกรรมที่ทำด้วยความไม่พิจารณาอันเป็นกรรมไม่ดีนั้นเลย แม้พระราชาเหล่าใดทรงทราบแล้วไม่ทรงทำเอง เราชอบใจกรรมของพระราชาเหล่านั้น ขอท่านจงฟังอุปมาของเราต่อไปนี้ ถ้าเมื่อฝูงโคว่ายข้ามฟากไปอยู่ โคผู้นำฝูงว่ายไปคด โคทั้งหมดนั้นก็ว่ายไปคด

ในเมื่อโคนำฝูงว่ายคด ฉันใด ในหมู่มนุษย์ก็ฉันนั้น ผู้ใดได้รับยกย่องว่าเป็นผู้ประเสริฐ ถ้าผู้นั้นประพฤติอธรรมจะป่วยกล่าวไปไยถึงประชาชนนอกนี้ รัฐทั้งหมดย่อมอยู่เป็นทุกข์ ถ้าพระราชาไม่ทรงตั้งอยู่ในธรรมเมื่อฝูงโคว่ายข้ามไปอยู่ ถ้าโคผู้นำฝูงว่ายไปตรง โคทั้งหมดนั้นก็ว่ายไปตรง ในเมื่อโคนำฝูงว่ายไปตรง ฉันใด ในหมู่มนุษย์ก็ฉันนั้น ผู้ใดได้รับยกย่องว่าเป็นผู้ประเสริฐ ถ้าผู้นั้นประพฤติธรรม จะป่วยกล่าวไปไยถึงประชาชนนอกนี้ รัฐทั้งหมดย่อมอยู่เป็นสุข ถ้าพระราชาทรงตั้งอยู่ในธรรม

ดูกรอภิปารกเสนาบดี เราไม่พึงปรารถนาเพื่อความเป็นเทวดาและเพื่อครอบครองแผ่นดินทั้งหมดนี้ โดยอธรรม รัตนะอย่างใดอย่างหนึ่งคือ โค ทาส เงิน ผ้า และจันทน์เทศ มีอยู่ในมนุษย์นี้ เราจะไม่ประพฤติผิดธรรมเพราะความปรารถนารัตนะเหล่านั้น บุคคลไม่พึงประพฤติผิดธรรมเพราะเหตุแห่งสมบัตินั้น เป็นต้นว่า ม้า หญิง แก้วมณีหรือแม้พระจันทร์และพระอาทิตย์ที่รักษาอยู่ เราเป็นผู้องอาจ เกิดในท่ามกลางแห่งชาวสีพีทั้งหลาย ฉะนั้น เราจะไม่ประพฤติผิดธรรมเพราะเหตุแห่งสมบัตินั้น เราจะเป็นผู้นำ จะเป็นผู้เกื้อกูล เป็นผู้เฟื่องฟูปกครองแว่นแคว้น จักเป็นผู้เคารพธรรม ของชาวสีพี จะเป็นผู้คิดค้นซึ่งธรรม เพราะฉะนั้น เราจะไม่เป็นไปในอำนาจแห่งจิตของตน

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺธา ตุวํ มหาราช นิจฺจํ อพฺยสนํ สิวํ

กริสฺสสิ จิรํ รชฺชํ ปญฺญา หิ ตว ตาทิสี ฯ

เอตนฺเต อนุโมทาม ยํ ธมฺมํ นปฺปมชฺชสิ

ธมฺมํ ปมชฺช ขตฺติโย รฏฺฐา ๒ จวติ อิสฺสโร ฯ

ธมฺมญฺจร ๓ มหาราช มาตาปิตูสุ ขตฺติย

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช ปุตฺตทาเรสุ ขตฺติย

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช มิตฺตามจฺเจสุ ขตฺติย

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช วาหเนสุ พเลสุ จ

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช คาเมสุ นิคเมสุ จ

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช รฏฺเฐสุ ชนปเทสุ จ

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช สมเณ พฺราหฺมเณสุ จ

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช มิคปกฺขีสุ ขตฺติย

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช ธมฺโม จิณฺโณ สุขาวโห

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช อินฺทา เทวา สพฺรหฺมกา

สุจิณฺเณน ทิวํ ปตฺตา มา ธมฺมํ ราช ปามโทติ ฯ

อุมฺมาทนฺตีชาตกํ ทุติยํ ฯ

๑ ยุ. ปิตา ฯ ๒ สี. ฐานา ฯ ๓ ม. สพฺพตฺถ ธมฺมํ จเร... ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์ทรงประพฤติธรรมอันไม่มีความฉิบหายเป็นแดนเกษมอยู่เป็นนิจแน่แท้ พระองค์จักดำรงราชสมบัติอยู่ยั่งยืนนาน เพราะพระปัญญาของพระองค์เป็นเช่นนั้น พระองค์ไม่ทรงประมาทธรรมใด ข้าพระองค์ขออนุโมทนาธรรมนั้นของพระองค์ กษัตริย์ผู้เป็นอิสระทรงประมาทธรรมแล้ว ย่อมเคลื่อนจากรัฐ ข้าแต่พระมหากษัตริย์ขัตติยราช ขอพระองค์จงทรงประพฤติธรรมในพระชนนีและพระชนกครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้วจักเสด็จสู่สวรรค์ พระองค์จงทรงประพฤติธรรมในพระราชบุตรและพระมเหสี ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้วจักเสด็จสู่สวรรค์ ขอพระองค์จงทรงประพฤติธรรมในมิตรและอำมาตย์ ... ในราชพาหนะและทะแกล้วทหาร ... ในบ้านและนิคม ...

ในแว่นแคว้นและชนบท ... ในสมณะและพราหมณ์ ... ในเนื้อและนกทั้งหลาย ... ครั้นพระองค์ทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้วจักเสด็จสู่สวรรค์ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอพระองค์จงประพฤติธรรมเถิด เพราะว่าธรรมที่ประพฤติแล้วย่อมนำสุขมาให้ ครั้นพระองค์ทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์ ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอพระองค์จงทรงประพฤติธรรมเถิด ด้วยว่าพระอินทร์ เทวดา พร้อมทั้งพรหม เป็นผู้ถึงทิพยสถานเพราะธรรมที่ประพฤติแล้ว ข้าแต่พระราชา พระองค์อย่าทรงประมาทธรรมเลย.

จบ อุมมาทันตีชาดกที่ ๒

จบ ๒. อุมมาทันตีชาดก